
'พงศ์เทพ'ลั่นจะดูแลครูใต้ให้ดีที่สุด
'พงศ์เทพ'เผยสวัสดิการเยียวยาครูได้ผลสรุปไม่เกิน 1 เดือน จ่อถกหาทางออกมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยครู คาดเปิดเรียน 17 ธ.ค.นี้ ด้าน'ยุทธศักดิ์'จี้'เฉลิม'ลงใต้
14 ธ.ค.55 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ามาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า หลังจากเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีหลายกระทรวง และฝ่ายความมั่นคง ได้ลงพื้นที่หารือในมาตรการต่างๆ ซึ่งความจริงในส่วนหนึ่งนั้นเราได้มีการหารือในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.)ในสัปดาห์นี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยมาตรการที่เราได้ไปรับฟังเพิ่มเติมจากบรรดาผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนสมาพันธ์ครู และประชาชนในพื้นที่ ก็ได้มีมาตรการที่เห็นพ้องกัน โดยทางฝ่ายครูนั้นวันนี้ก็จะมีการประชุมกันร่วมกับทางฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้ง นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช รมช.ศึกษาธิการ ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ นั่นหมายความว่า จะมีการดูแลตั้งแต่ที่พักเส้นทางสัญจร และที่โรงเรียน ซึ่งเป็น 3 จุดที่ล่อแหลม โดยครูแต่ละท่านจะมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ก็จะมีการปรับเรื่องของการดูแลให้เข้ากับความเสี่ยงทั้งแต่ละท่าน รวมทั้งพื้นที่แต่ละโรงเรียนด้วย ซึ่งตนเชื่อว่า หลังจากการประชุมกันก็น่าจะมีการเห็นพ้องกันได้ว่า มาตรการขนาดไหนที่จะทำให้ครูมีความมั่นใจในการจะกลับไปสอนนักเรียนต่อไปอย่างเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในชุมชนได้มีการเอาใจใส่ในเรื่องนี้หรือไม่เนื่องจากโรงเรียนปิดแล้ว ลูกหลานก็ไม่ได้เรียน นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราได้หารือกันวานนี้ ว่านอกจากฝ่ายความมั่นคง คือ ฝ่ายทหารที่มีกำลังอยู่ไม่กี่หมื่นนายนั้น ฝ่ายของชุมชน ฝ่ายปกครองเองจะต้องมีบทบาทเข้ามาร่วมด้วย เพราะว่าในพื้นที่บางพื้นที่ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ฝ่ายทหารเข้าไป ฝ่ายของพื้นที่เองที่มีตำรวจชุมชน ซึ่งมีอาสาสมัครรูปแบบต่าง ๆ ก็ควรจะรับภารกิจตรงนั้น หรืออย่างเช่น โรงเรียนก็จะมีช่วงเวลาที่มีนักเรียน มีครูอยู่ และมีช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่ ซึ่งการดูแลรักษาความปลอดภัยก็สามารถที่จะเปลี่ยนกันใช้บุคคลากรแต่ละประเภทดูแลแตกต่างกันได้ ตนเชื่อว่า พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นห่วงอนาคตการศึกษาของลูกหลานไม่น้อยกว่าคนอื่น ฉะนั้นก็จะมีบทบาทเข้ามาร่วมกับทางโรงเรียน และภาครัฐมากขึ้นในการที่จะสร้างความมั่นใจแก่คุณครู ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ลูกหลานเอง
เมื่อถามว่า ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ จะสามารถเปิดการเรียนการสอนได้หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า หลังจากวันนี้ที่ครูจะมีการประชุมกัน ก็จะมีมาตรการต่าง ๆ ในการจะบอกว่าฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายชุมชน จะมีบทบาทอย่างไรบ้าง แล้วน่าจะมีการสรุปได้ว่า จะมีการเปิดเรียนเมื่อไร ตนคิดว่า มีความเป็นไปได้ว่าในวันจันทร์ที่ 17 ธ.ค.นี้ ซึ่งในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ฝ่ายความมั่นคงน่าจะปรับระบบต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่ครูเสนอมาได้ แต่ในช่วงแรกนั้นฝ่ายความมั่นคงยังต้องเป็นหลักในการดูแลความปลอดภัยไปสักระยะหนึ่งจนกว่าที่ฝ่ายชุมชน อาสาสมัครต่าง ๆ ในพื้นที่จะมีความพร้อมจะมารับงานในบางช่วง
ส่วนกรณีครูไทยพุทธ ที่ขอย้ายออกจากพื้นที่นั้น จะมีจำนวนหนึ่งในบางพื้นที่ ซึ่งครูมีความกังวลมากว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ซึ่งเราดูแลให้เป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ว่าต้องขอชื่นชมครูที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่เป็นไทยพุทธ ไทยมุสลิม จำนวนไม่น้อยที่ยังยืนหยัดสอนในที่เดิมต่อไป และยืนหยัดมานานแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากหยุดการเรียน 2 วันแล้วจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องจัดการในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยของครูให้ดีที่สุด ซึ่งตรงนี้ถ้าครูมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยก็สามารถที่จะไปอบรมสั่งสอนลูกหลานต่อไป ซึ่งก็จะมีการทำงานร่วมกัน
เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ให้ความมั่นใจอย่างไรบ้างเนื่องจากทางกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพุ่งเป้าไปที่ชาวไทยพุทธส่วนใหญ่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า วานนี้ทาง ผบ.ทบ. รองผบ.ทบ. และเสธ.ทบ. ได้ลงพื้นที่รับฟังกันอย่างเต็มที่และจริง ๆ แล้วหน่วยงานความมั่นคงภายใน ทั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ได้มีการทำงานร่วมกันอยู่ ซึ่งครูก็ต้องการความมั่นใจว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลระบบในเรื่องของความปลอดภัยครูตามที่ต้องการอย่างไร รัฐบาลเองก็ต้องกำชับในการที่จะดูแลตรงนี้ ว่าเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องว่าจะดำเนินการตามนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปดำเนินการ ขณะเดียวกันทางครูเองก็ว่าจะมีวินัย อย่างเช่นในเรื่องของการเดินทาง ถ้าตกลงกันไว้ว่าจะเดินทางในช่วงเวลาใดก็จะต้องมีวินัยว่าถ้าจะออกนอกเวลาก็ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้ามีการประสานกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายความมั่นคงยอมรับในความล้มเหลวหรือไม่ และจะปรับปรุงอย่างไร นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงก็แสดงความจริงใจพยายามดูแลครูให้ดีที่สุด ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับว่าในเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยของครู เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกัน ซึ่งวันนี้ก็จะมีการทำงานร่วมกันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องของการดูแลสวัสดิการขวัญและกำลังใจของครูนั้นจะมีอีกชุดหนึ่ง ซึ่งจะดูในภาพรวมซึ่ง ตนและศอ.บต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูในภาพรวมซึ่งคาดว่า จะมีความคืบหน้าในเวลาไม่นาน
เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้จ่ายเงินเยียวยาของครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เท่ากับผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมืองนั้น มีการพิจารณาหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า มีข้อเสนอมาทั้งหมดแต่ไม่ใช่อย่างนั้น ซึ่งเราจะพิจารณาอย่างมีเหตุผล และเป็นธรรม โยงใยกับระบบข้าราชการบุคคลากรฝ่ายอื่นด้วย ซึ่งตรงนี้จะได้ข้อยุติในเวลาไม่เกิน 1 เดือน
ส่วนกำลังอาสาสมัครชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)จำนวนมากมีหน้าที่อย่างไร นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ฝ่ายความมั่นคง และศอ.บต.เห็นว่าพื้นที่บางพื้นที่นั้นใช้ ชรบ. ใช้อาสาสมัคร และใช้ทหารพรานได้ แต่บางพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากต้องใช้กำลังทหารไปช่วยเสริม
เมื่อถามว่า ครูโรงเรียนเขตพื้นที่สีแดงมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะย้ายไปรวมกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ขณะนี้เราให้ดูเป็นรายโรงเรียนและรายบุคคลไป ที่ไหนที่มีความเสี่ยงมากในช่วงแรกหากบอกว่า จะขอขยับออกมาก่อนก็จะดำเนินการให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีมาตรการเชิงรุกในการกวาดล้างหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรื่องการจับกุม ทหาร ตำรวจ ดำเนินการอยู่ แต่ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นหลักสำคัญ
"ยุทธศักดิ์"จี้"เฉลิม"ลงชายแดนใต้ในฐานะคุมศอ.บต.
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ผลการลงพื้นที่เป็นที่น่าพอใจ เพราะการที่ นายกรัฐมนตรี ลงไปด้วยตัวเองถือว่า ได้ประโยชน์อย่างมากและได้รับฟังข้อเสนอจากพื้นที่รวมทั้งข้อเสนอของครูที่ต้องการการดูแลความปลอดภัย และในวันนี้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เดินทางไปกับนายกรัฐมนตรีได้อยู่ในพื้นที่ต่อ และจะประชุมร่วมกับครูในพื้นที่เพื่อหาทางออกในการดูแลความปลอดภัยให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้รับผิดชอบหลัก
"การที่นายกรัฐมนตรีลงไปแล้วมีประโยชน์มาก เพราะประชาชนได้รับทราบนโยบายโดยตรง อาทิ งานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีก็ได้รับความสนใจจากสตรีในพื้นที่อย่างมาก" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)ได้ลงพื้นที่ไปด้วยหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ท่านเฉลิมไม่ได้ลงพื้นที่ไปกับนายกรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตามที่ตนยังทำงานตรงนี้อยู่ เพราะตนต้องการทำงานให้กับประเทศชาติ แต่ทั้งนี้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ผู้รับผิดชอบต้องลงไปดูแลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ส่วนเหตุการณ์ที่เรือเหาะตกนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเที่ยงเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยังชี้ให้ดูเรือเหาะที่ลอยอยู่บนอากาศอยู่เลย แต่จากนั้นตนก็ไม่ทันสังเกตและเห็นอีก แต่ทั้งนี้การตกของเรือเหาะไม่ใช่ลักษณะของการตกลงสู่พื้นทันที แต่เป็นการค่อย ๆ ลดระดับลงสู่พื้นเนื่องจากมีปัญหาบางอย่าง



