ข่าว

'8ปีครูใต้'เปลวเทียนในควันปืน

'8ปีครูใต้'เปลวเทียนในควันปืน

14 ธ.ค. 2555

'8ปีครูใต้'เปลวเทียนในควันปืนและเสียงระเบิด

              นับจากปี 2547 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 8 ปีที่ชีวิตของครู 3 จังหวัดจำนวน 157 ราย ต้องตกเป็นเหยื่อจากผลพวงความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้สภาพการศึกษาในพื้นที่อยู่ในภาวะดิ่งลงต่อเนื่อง และยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2555 พบว่า ครูใน 3 จังหวัดเสียชีวิตไปแล้ว  4 ราย ซึ่งถือเป็นความรุนแรงที่มีอัตราถี่สุดในรอบ 8 ปี

              ความรุนแรงที่คร่าชีวิตครูไล่เรียงตั้งแต่  นางนันทนา แก้วจันทร์ ผอ.ร.ร.บ้านท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นางฉัตรสุดา นิลสุวรรณ ครูโรงเรียนบ้านตาโงะ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม จากนั้น นายธีระพล ชูส่งแสง ครูโรงเรียนบ้านบอเกาะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม

              สังคมเริ่มรับรู้ถึงความอ่อนไหวของสถานการณ์ใต้ เมื่อ "ครู" ต้องกลายมาเป็นตัวละครในสถานการณ์ความไม่สงบ เริ่มตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2547 เมื่อคนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนจ่อยิง นายใจ อินกโผะ อาจารย์โรงเรียนศาสน์สามัคคี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต ซึ่งถือเป็นการสูญเสียครูรายแรก

             ส่วนฝันร้ายของการศึกษาที่กลายเป็นบันทึกไม่สามารถลบเลือนได้คือ ชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับ น.ส.จูหลิง ปงกันมูล ครูศิลปะโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ... วันที่ 19 พฤษภาคม 2549 ขณะ น.ส.จูหลิงนั่งกินข้าวกับเพื่อนครู ได้มีกลุ่มคนจำนวนมากกรูเข้ามาควบคุมตัว น.ส.จูหลิง เป็นตัวประกัน เพื่อหวังต่อรองกับอิสรภาพของกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีที่ถูกทางการจับกุมตัว

              ระหว่างที่ น.ส.จูหลิง ถูกควบคุมตัวได้มีคนอีกกลุ่มลอบเข้าไปทำร้าย และทุบตีครูจูหลิงถึงขั้นกะโหลกเปิด ร่างของครูจูหลิงถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา โดยตลอดการรักษา ครูสาวตกอยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทราร่วม 8 เดือน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบในวันที่ 8 มกราคม 2550

             เหตุการณ์ถัดมาเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2549 คนร้าย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์บุกเข้ามาในโรงเรียนบ้านบือแรง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิง "ครูประสาน มากชู" เสียชีวิตขณะที่มือยังกำชอล์กเขียนกระดานแน่น

              "ครูไม่ขออะไรมากไปกว่าการออกจากบ้านในตอนเช้าแล้วมีชีวิตรอดกลับมาเห็นหน้าลูกเมีย วันนี้เพื่อนครูหลายคน ก่อนไปโรงเรียนต้องนั่งมองหน้าลูกเมีย เพราะไม่รู้ว่าจะมีชีวิตกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกหรือไม่" นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดใต้ สะท้อนความรู้สึก

              เช่นเดียวกับ นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ผอ.โรงเรียนบ้านยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า ตลอดชีวิตไม่เคยคิดละทิ้งอุดมการณ์การทำงาน เราไม่มีปืน  ไม่มีเสื้อเกราะ มีแต่ชอล์กที่ถ่ายทอดบนกระดานดำ 
             
             สิ่งที่ร้องขอคือ ขอเพียงแค่รัฐช่วยให้เรามีลมหายใจทำหน้าที่ให้นานที่สุด" นายประสิทธิ์ กล่าว

             นี่จึงเป็นบาดแผลส่วนหนึ่งของภัยจากความไม่สงบ ที่มีครูเข้ามาเป็นเหยื่อเพื่อเชื่อมโยงความรุนแรงให้คงอยู่จนถึงขณะนี้