ข่าว

ประกาศให้ทราบ

ประกาศให้ทราบ

14 ธ.ค. 2555

ประกาศให้ทราบ : เลียบค่าย โดยช้างพลาย

               น่าแปลกใจทันทีที่เห็นข่าว เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เป็นคณะทำงานของ "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ส.ส.พรรครักประเทศไทย พาทีมงานแจ้งความต่อ ตำรวจ สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา

               เหตุผลให้ดำเนินคดีกับ "กลุ่มชายฉกรรจ์" หลายคนในข้อกล่าวหาคดีอาญาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกาย

               ที่มาที่ไปของคดีระบุว่า ทีมงานของนายชูวิทย์ เข้าไปแอบถ่ายคลิปวิดีโอ "บ่อนพนัน" ในพื้นที่แล้วถูกล้อมเพื่อขอคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพไว้ แต่ไม่ยินยอมจึงถูกกักขังแล้วทำร้ายร่างกาย

               รอดออกมาได้เพราะโทรศัพท์ติดต่อ "นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่" ในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ

               กลายเป็นเรื่องที่น่าสงสัยทันทีที่เห็นเฟซบุ๊กของนายชูวิทย์ "I'm no.5" โพสต์ข้อความช่วงเวลาประมาณ 18.58 น. ของวันที่ 10 ธันวาคม ระบุทำนองว่ามีบุคคลต่างๆ อ้างว่าเป็นเลขานุการ หรือเป็นคนใกล้ชิด หรือทำงานในคณะกรรมาธิการการตำรวจ เข้าไปเรียกเก็บเงินตามบ่อนพนัน หรือแม้กระทั่งกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง

               นายชูวิทย์ ยืนยันว่าไม่เคยส่งใครเข้าไปเรียกเก็บรับผลประโยชน์ใดๆ เด็ดขาด หากใครไปเรียกร้องหรืออ้างตัวให้จับดำเนินคดี เนื่องจากมีข่าวว่ามีผู้อ้างตัวเรียกเก็บเงินในพื้นที่ บช.ภ.3 จ.นครราชสีมา

               น่าตั้งข้อสังเกต อดีตที่ผ่านมาการทำงานของนายชูวิทย์ ไม่เคยผิดพลาด ถ่ายคลิปวิดีโอเสร็จแล้วก็นำออกมาแฉ อีกทั้งการลงพื้นที่ทุกครั้งเป็นความลับ แต่ครั้งนี้พลาดจนถูกจับได้

               ประเด็นสำคัญการโพสต์ข้อความของนายชูวิทย์ น่าฉงนใจว่ารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งทีเหตุใดไม่แฉพฤติกรรมต้นสายปลายเหตุของกลุ่มบุคคลที่ระบุว่ามีการอ้างตัวให้สาธารณชนรับทราบ

               แอบอ้าง หรือไม่แอบอ้าง ก็ยังทำให้ตำรวจพื้นที่หนาวๆ ร้อนๆ เข้าจับกุมนักพนันได้เพียงแค่ 4 คน โดยอ้างว่าเป็น "บ่อนวิ่ง" เพิ่งเข้ามาลักลอบเล่นพนันในพื้นที่ แถมยังฟาดงวงฟาดงาตั้งคำถามว่าทำแบบนี้มีวัตถุประสงค์อะไร

               ดังนั้น เมื่อ "อดีตเจ้าพ่ออ่างทองคำ" ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว ก็ควรที่จะตรวจสอบภายในคณะกรรมาธิการการตำรวจ ว่ากลุ่มบุคคลที่ระบุว่าแอบอ้างมีตัวตนจริงหรือไม่

               หากมีตัวตนจริงเบื้องหลังความผิดพลาดเกิดขึ้นเพราะเหตุใด ถ้าเชื่อก็คือเหตุผล แต่ถ้าไม่เชื่อคงมองเป็นแค่ข้ออ้าง แล้วควรระวังปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง !