ข่าว

รัฐบาลจอมปลอม

รัฐบาลจอมปลอม

14 ธ.ค. 2555

รัฐบาลจอมปลอม : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

               มีคำพูดว่า “รัฐบาลที่ดีสอนให้คนอดออม รัฐบาลจอมปลอมสอนให้คนเป็นหนี้” ทั้งนี้เพราะการออมคือรากฐานที่มั่นคงของชีวิต ของสังคม และของประเทศชาติ บ้านเมืองใดประชาชนมีวินัยในเรื่องเงิน มีการประหยัด และมีการออมทรัพย์ บ้านนั้นเมืองนั้นก็จะมีความเข้มแข็งด้านการเงินตามไปด้วย แต่ในทางกลับกันหากบ้านเมืองใดประชาชนขาดวินัยเรื่องเงิน ใช้เงินเกินตัว ลุ่มหลงในวัตถุนิยม บ้านนั้นเมืองนั้นก็จะมีฐานะทางการเงินที่ง่อนแง่น

               ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลในประเทศด้อยพัฒนาก็คือการที่พรรคการเมืองชอบสร้างวิมานในอากาศให้ประชาชนเคลิบเคลิ้ม มากกว่าการจะพูดในเรื่องที่เป็นจริง ดังนั้น นโยบายประชานิยมจึงใช้ได้ผลเสมอในประเทศเหล่านั้น ไม่ว่าจะในอเมริกาใต้ แอฟริกา หรือเอเชีย ทั้งๆ ที่ผลที่ตามมานั้นจะกระทบต่อเศรษฐกิจและการเงินของประเทศอย่างรุนแรง ซึ่งหลายประเทศจะจบลงด้วยภาวะหนี้สินของประเทศ การกู้หนี้ยืมสินจากต่างชาติ การเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองหนี้ของเจ้าหนี้ ไปจนถึงการสูญเสียผลประโยชน์ของชาติ

               กล่าวตามความจริงแล้ว นโยบายประชานิยมนั้นสามารถอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนได้ในระดับหนึ่ง หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงและการวางแผนที่รัดกุมรอบคอบ แต่ส่วนใหญ่แล้วนโยบายดังกล่าวเป็นไปเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้แก่รัฐบาลหรือพรรคการเมือง มากกว่าการคำนึงถึงผลดีผลเสียในระยะยาวของประชาชนและประเทศชาติ ดังเช่นนโยบายรถคันแรกของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่นอกจากเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างหนี้ในคนรุ่นใหม่ และนำไปสู่วังวนของการเป็นหนี้และการใช้เงินโดยขาดวินัยทางการเงินของคนในชาติแล้ว ยังเป็นการสร้างปัญหาและภาระแก่สังคม ที่สำคัญก็คือเป็นการนำเงินภาษีอากรของประชาชนจำนวนมหาศาลมาใช้ในทางที่ไม่สมควร

               ในเรื่องปัญหาและภาระแก่สังคมนั้น จะเห็นได้ว่าการมีรถยนต์เพิ่มขึ้นในขณะที่ถนนหนทางและที่จอดรถมีอยู่พียงจำกัดนั้น ย่อมเป็นการเพิ่มปัญหาการจราจรในตัวเมือง ดังนั้น หลายประเทศจึงหันมาให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยในบางประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการออกใบอนุญาตขับรถ และบางประเทศกำหนดให้ผู้ที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์จะต้องมีที่จอดรถทั้งที่ที่พักและที่ทำงาน ไม่ปล่อยให้จอดกันเปะปะตามที่สาธารณะ

               จากยอดจองรถคันแรกซึ่งสูงเกือบ 8 แสนคันในปีนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนถึงเกือบ 8 หมื่นล้านบาท ในการสมทบให้แก่ผู้ซื้อรถ ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็มาจากภาษีอากรของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อพูดถึงตรงนี้ก็มีคำถามว่า ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจต่อประชาชนและประเทศชาติ เหตุใดจึงไม่ขอให้บริษัทผู้ผลิตจำหน่ายรถยนต์ลดราคารถยนต์ของตนในโครงการนี้ลง เพราะย่อมจะมียอดซื้อที่สูงอย่างเห็นๆ อยู่แล้ว แต่นี่เท่ากับรัฐบาลเอาเงินภาษีอากรของประชาชนไปให้พ่อค้านายทุนเปล่าๆ และให้ประชาชนทั้งผู้ซื้อและผู้เสียภาษีแบกภาระหนี้สินต่อไป ที่พูดมานี้ยังไม่รวมถึงเรื่องบ้านหลังแรก และอะไรต่อมิอะไรแรกๆ ซึ่งมีรูปการณ์ในแบบเดียวกันนี้นะครับ

               พรรคการเมืองบางพรรคนั้นมีวิธีพลิกแพลงเล่นกับนโยบายประชานิยม ซึ่งเรียกร้องความสนใจและกระแสนิยมจากประชาชนบางกลุ่มได้ดี แต่นโยบายดังกล่าวก็ไม่ต่างจากการเล่นปาหี่และจับแพะชนแกะที่ลวงตาลวงโลกไปวันๆ ไม่มีสาระหรือแก่นสารอะไร ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผลร้ายต่างๆ ก็จะตกอยู่กับประชาชน ไม่ว่าเรื่องการเป็นหนี้เป็นสิน ความเคยชินกับการใช้เงินเกินตัว ความลุ่มหลงในวัตถุนิยม สังคมที่โงนเงนและบ้านเมืองที่ง่อนแง่น

               ครับ “รัฐบาลที่ดีสอนให้คนอดออม รัฐบาลจอมปลอมสอนให้คนเป็นหนี้” แต่รัฐบาล...(ที่แย่กว่านี้) คือรัฐบาลที่เอาเงินภาษีไปให้พ่อค้า