
ไทยชิงซูซูกิคัพถล่มมาเลย์2-0
ทีมชาติไทย หักเขี้ยวมาเลเซีย ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนตั้งแต่ปลายครึ่งแรก 2-0 จากฝีเท้าของ ธีรศิลป์ แดงดา และธีราทร บุญมาทัน เข้าชิงศึกลูกหนังเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ
การแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่สนามศุภชลาศัย “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เปิดบ้าน พบ “เสือเหลือง” มาเลเซีย แชมป์เก่าเมื่อครั้งที่แล้ว โดยการเจอกันเกมแรกปรากฏว่าเสมอ 1-1 โดยเกมนี้ได้รับความสนใจจากแฟนบอลเข้ามาชมในสนามร่วม 2 หมื่นคน มีรายงานว่าบัตรเข้าชมมีมูลค่าสูงกว่าเดิม 3 เท่า นอกจากนั้นฝ่ายจัดยังระดมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่วม 1 พันคน มาดูแลความเรียบร้อย ขณะเดียวกันรถไฟฟ้าได้เพิ่มรอบการวิ่งอีก 20 รอบ เพื่อรอรับประชาชนทั้งขาไปและขากลับ
นัดนี้ทีมชาติไทยส่ง 11 คนแรกชุดใหญ่ ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวิน ธรรมสัจจานันท์, แบ็กขวา ปิยพล บรรเทา, แบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ภานุพงษ์ วงศ์ษา กับ ชลทิตย์ จันทคาม ปีกขวา จักรพันธ์ พรใส, ปีกซ้าย อนุชา กิจพงษ์ศรี คู่กองกลาง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว กับ อดุล หละโสะ กองกลางตัวรุก ดัสกร ทองเหลา และกองหน้าตัวเป้า ธีรศิลป์ แดงดา ขณะที่ “วินนี” วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ถูกห้ามคุมทีมข้างสนามต้องขึ้นไปสั่งการบนอัฒจันทร์
เริ่มเกมเพียง 2 นาที มาเลเซียได้ทักทายก่อนจากการยิงไกลของ ราฟิก ราฮิม แต่ตรงตัว กวิน ธรรมสัจจานันท์ จากนั้นนาทีที่ 4 ไทยพลาดการได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดายเมื่อกองหลังทีมเยือนสกัดบอลไม่ดี บอลทะลักเข้าเขตโทษโดยมี จักรพันธ์ พรใส วิ่งกวดเข้ามายิงแต่จังหวะซัดติดบล็อก ฟาริซาล บิน มาร์เลียส นายทวารมาเลเซีย ที่ออกมาขวางไว้ได้ทัน
ไทยเป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน และพยายามหาช่องเจาะเข้าทำแต่ยังไม่เด็ดขาดพอ ส่วน “เสือเหลือง” รอจังหวะสวนกลับแต่ไม่เฉียบคมพอ กระทั่งนาที 30 ไทยพลาดโอกาสขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อเมื่อ ดัสกร ทองเหลา ดีดบอลจากกลางสนามให้ ธีรศิลป์ แดงดา หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงในเขตโทษแต่กลับซัดเฉี่ยวเสาออกหลังอย่างน่าเสียดาย
ก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที มาเลเซียเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ ฟัดลี บิน ฮาส มีปากเสียงกับ ดัสกร ทองเหลา นอกเกม ทำให้ผู้ตัดสินชักใบเหลืองทั้งคู่ แต่ บิน ฮาส โดนใบเหลืองไปก่อนหน้านี้แล้วทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม หมดครึ่งแรกเสมอ 0-0
ครึ่งหลังไทยที่ตัวผู้เล่นมากกว่าเป็นฝ่ายพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว กระทั่งนาที 60 กองเชียร์ “ช้างศึก” ได้เฮลั่นสนาม เมื่อกองหลังมาเลเซียสกัดบอลพลาด บอลมาตกที่ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กระชากบอลหนีกองหลังมาเลเซียถึง 2 คนก่อนเข้าไปยิงในเขตโทษสวนตัว ฟาริซัล เข้าประตู ให้ไทยนำ 1-0 และเป็นประตูที่ 5 ของ “เจ้ามุ้ย” ในรายการนี้ ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวเดี่ยว และเป็นประตูที่ 9 ของเจ้าตัวตลอดการเล่นอาเซียนคัพ 3 ครั้ง
ถัดมา 5 นาที ไทยนำห่างอย่างรวดเร็วจากฟรีคิกของ จักรพันธ์ พรใส ระยะ 25 หลา ที่ซัดไปถูก ฟาริซัล ทุบทิ้งออกมาแต่บอลยังเข้าทางปืน “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แปซ้ำด้วยเท้าซ้ายจ่อๆ ตุงตาข่าย บวกสกอร์ให้ไทยนำห่าง 2-0 จากนั้นมาเลเซียเดินหน้าบุกมากขึ้น แต่ไทยไม่ลดความพยายามในการลุ้นทำประตูเพิ่ม และนาที 73 ธีราทร เปิดฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวาไปที่เสาแรกให้ สมปอง สอเหลบ โหม่งแต่บอลชนคานออกไป
ท้ายเกมไทยผ่อนเกมลงไป แต่มาเลเซียไม่สามารถทำอะไรได้ จบเกมทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะ 2-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-1 โดยเกมนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 6 ของไทยในรายการนี้ จะพบกับ “ลอดช่อง” สิงคโปร์ โดยเกมแรกวันที่ 19 ธันวาคม ที่สนามจาลัล เบซาร์ บ้านของสิงคโปร์ ก่อนที่นัดสองจะกลับมาเตะที่สนามศุภชลาศัยในวันที่ 22 ธันวาคม



