ข่าว

'เฉลิม'ฟิต!ลุยแก้ปัญหาไฟใต้

'เฉลิม'ฟิต!ลุยแก้ปัญหาไฟใต้

13 ธ.ค. 2555

'เฉลิม' พร้อมลุยแก้ปัญหาไฟใต้ จ่อเข้าคารวะ 'จุฬาราชมนตรี' พร้อมเดินสายหารือผู้เกี่ยวข้อง รับยังกลัวลงพื้นที่

                      13 ธ.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ (ศปก.กปต.) กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เดิมมีศูนย์อำนวยการการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ดูแลด้านการพัฒนา และศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่ดูแลด้านความมั่นคง นอกจากนี้ยังมีทหารในพื้นที่นั้นมีน้อยลงซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กำลังจากส่วนกลาง ตนคิดว่าควรอย่างยิ่งที่ต้องปรับปรุง เมื่อตนรับผิดชอบในฐานะ ผอ.ศปก.กปต. ต้องให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทให้มากที่สุด เพราะถือเป็นพนักงานตามพระราชบัญญัติการปกครองท้องที่ อีกทั้งยังเป็นผู้รู้จักพื้นที่ดี โดยจะนำมาเสริมทุกภาคส่วนให้เป็นทั้งการข่าว เป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ ทั้งนี้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ดูแลอยู่แล้วแต่ยังทำไม่เต็มที่

                      “เขาอาจจะยังไม่รับบทบาท แต่เมื่อผมเข้ามาเป็นก็คิดแล้วว่าต้องให้บทบาท ไม่ต้องมีแรงจูงใจ คนนั้นถ้าเขาจะเต็มใจช่วยเขาต้องได้รับเกียรติ และเมื่อเห็นว่าเขามีเกียรติมีส่วนร่วม เขาก็เต็มใจช่วย แต่ถ้าเราปล่อยธรรมดาเขาก็ไม่เข้ามาช่วย ไม่งั้นผมจะแก้ปัญหายาเสพติดได้หรือ เพราะว่าผมลงไปสัมผัสในพื้นที่มาก เขาก็ช่วยเป็นหูเป็นตา ถ้ากำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตกลงปลงใจช่วยเหลือสถานการณ์ก็จะดีขึ้น”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                      ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ส่วนโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ต้องมีการบูรณาการอีกครั้ง ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง ศอ.บต.แต่อย่างไร นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าต้องใช้งบประมาณตามปกติ แต่หากมีความต้องการใช้งบเพิ่มเติมจะต้องมีการบูรณาการอีกครั้งโดยเน้นเรื่องของสร้างอาชีพ การศึกษา สวัสดิการ

                      “วันนี้นายกฯลงไปทุกคนก็แฮบปี้แล้ว บางคนบอกว่าเมื่อก่อนนายกฯไม่รับผิดชอบโดยตรง พอเข้ามารับผิดชอบก็ถามว่าจะไหวเหรอ ผมยืนยันว่าท่านเป็นนายกฯได้ก็ทำได้ทุกอย่าง ไม่มีปัญหาหรอก “ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนจะเดินสายพบกับผู้ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรมช.มหาดไทย ที่ดูแลภาคใต้ นายเด่น โต๊ะมีนา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รวมถึงจะเข้าคาราวะ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เนื่องจากนายอาศิสเป็นศูนย์รวมที่ยึดเหนี่ยวของชาวมุสลิมในประเทศ และมีข้อมูลจึงต้องการเข้าพูดคุยและทำความเข้าใจเพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งในส่วนนี้ตนจะปรึกษานายกฯว่า อาจมีการเชิญจุฬาราชมนตรีออกโทรทัศน์ ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ด้วย

                      "มีคนโทรศัพท์มาหาผมโดยระบุว่า เป็นแกนนำผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งขณะนี้พำนักอยู่ที่ประเทศสวีเดน โดยต้องการพูดคุยหารือกับผมทั้งนี้ผมคิดว่าจะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หากเป็นเรื่องจริงผมจะเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเอง" รองนายกฯ กล่าว

                      เมื่อถามว่า ขณะนี้ในพื้นที่ยังขาดกำลังพลอยู่มาก ในฐานะที่ดูแลตำรวจจะส่งกำลังพลลงพื้นที่เมื่อไหร่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เร็วๆนี้ แต่ทั้งนี้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ไม่ค่อยอนุมัติอัตราซึ่งถือเป็นข้อจำกัด แต่เมื่อเมื่อเห็นความจำเป็นและมีการอนุมัติก็ต้องรีบทำ เเต่ระยะเวลาที่รัฐบาลทำงานมา ยืนยันว่าการดูแลความไม่สงบนั้นดีกว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ทำ ตนย้ำหลายครั้งแล้วว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้พรรคอื่นก็เหนื่อย เพราะพรรคนั้นมี ส.ส.ในพื้นที่มาก แต่ทั้งนี้รัฐบาลมีความจริงใจ เมื่อเห็นอะไรที่เป็นจุดอ่อนก็พยายามแก้ อย่างไรก็ตามแผนที่ใช้ดูแลความไม่สงบนั้นจะใช้เวลาประเมินผล 6 เดือนต่อครั้ง แต่ต้องฟังทหารเป็นหลัก ต่อไปต้องมีการประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับแนวร่วมผู้ก่อเหตุไม่มีเพิ่มขึ้น แต่ไม่ทราบว่ามีกลุ่มใดบ้างแต่ถ้ารัฐใช้กำลังจะเข้าทางฝ่ายนั้น

                      เมื่อถามว่า แสดงว่าประชาชนมีส่วนในการก่อเหตุ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าไม่ใช่ประชาชนแล้วใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่ลำบาก อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้มีทางที่จะแก้ได้แต่ยังไม่รู้ว่าวันใด และรัฐบาลนี้ไม่มีทางแก้ปัญหาสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หากทำให้ปัญหาลดลงก็ถือว่าดีแล้ว

                      รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ยอมรับว่าผมกลัวที่จะได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อนายกฯมอบหมายให้เป็น ผอ.ศปก.กปต. ความกลัวก็ค่อยๆลดลง ถ้านายกฯบอกกันก่อน ผมก็จะปฏิเสธ เพราะจะขอปราบยาเสพติด แต่เมื่อรับหน้าที่และทุกอย่างอยู่ในสถานการณ์เรียบร้อยแล้วผมจะลงพื้นที่