
'DSI'สรุป!สมควรฟ้อง'แทน'รุกเขาแพง
อัยการนัดสั่งคดี 'แทน เทือกสุบรรณ' กับพวก 4 คน บุกรุกที่ดินเขาแพง สุราษฎร์ธานี 15 ม.ค. 56 หลังดีเอสไอ สรุปสำนวนสมควรฟ้อง 2 ข้อหา พ.ร.บ.ป่าไม้
13 ธ.ค. 55 ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการคดีพิเศษ เพื่อส่งมอบตัว นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก รวม 4 คน ซึ่งประกอบด้วยเอกชน และผู้ที่นำที่ดินมาขาย พร้อมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐาน จำนวน 10 แฟ้ม และความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 2 ข้อหา ฐานก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองและผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในคดีบุกรุกที่ดินเขาแพง อ.สมุย จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อให้อัยการพิจารณาสั่งคดีว่าฟ้องหรือไม่
โดยนายวินัย อธิบดีอัยการคดีพิเศษ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำสำนวนส่งมอบให้สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 4 พิจารณาสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการต่อไป โดยนัดผู้ต้องหา มาฟังคำสั่งคดีในวันที่ 15 ม.ค. 56 เวลา 10.00 น.
ด้านนายสามารถ เรืองศรี 1 ใน ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของที่ดินที่ได้ขายต่อให้นายแทน โดยคดีนี้คิดว่าตนถูกกลั่นแกล้ง จึงอยากให้ดีเอสไอตรวจสอบพื้นที่ในอำเภอเกาะสมุย ว่าหากที่ดินของตนออกโฉนดโดยมิชอบจริง พื้นที่ใกล้เคียงน่าจะมีความผิดเช่นกัน
ขณะที่นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายความของนายแทน กล่าวว่า ในส่วนคดีนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องของเกมทางการเมือง เนื่องจากการครอบครองที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย มีการซื้อขายและมีโฉนด จึงอยากที่จะเรียกร้องขอความเป็นธรรมด้วย



