
'มาร์ค-สุเทพ'ปฏิเสธทุกข้อหาคดี91ศพ
'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ปฏิเสธทุกข้อหาคดี 91 ศพ พร้อมไม่เซ็นรับ 4 เงื่อนไข-'ดีเอสไอ'สอบต่อ
13 ธ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ด้านหน้าสำนักงาน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งนำโดย นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามในช่วงกระชับพื้นที่การชุมนุม ยังเป็นไปอย่างปกติ มีการเปิดเพลงผ่านเครื่องขยายเสียง สลับการปราศรัยเป็นระยะ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเวลาช่วงเย็น แต่ไม่ได้มีผู้ชุมนุมมาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะที่ทางกลุ่มผู้สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณที่มารับทราบข้อกล่าวหา ก็ไม่มีการมาปักหลักให้กำลังใจ อย่างที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะมีการปะทะกัน ทั้งนี้ภายหลังชุมนุมตั้งแต่ช่วงสาย
เมื่อถึงเวลา 16.25 น.แกนนำผู้ชุมนุมได้ขึ้นรถกระจายเสียง และสื่อสารกับผู้สนับสนุนว่า เนื่องจากหลายคนมีภารกิจ ต้องปฏิบัติงานต่อในวันพรุ่งนี้ ขณะที่การรับทราบข้อกล่าวหามีรายละเอียดมากต้องใช้เวลา ดังนั้นจึงขอแยกย้ายไปก่อน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 15.30 น. นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่ดีเอสไอ ภายหลังลงมาจากห้องรับทราบข้อกล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ได้รับทราบข้อกล่าวหา แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงไม่เซ็นรับทราบเงื่อนไข 4 ข้อในการปล่อยตัวของดีเอสไอ เพราะยืนยันว่าที่ผ่านมามีการปฏิบัติตามเงื่อนไข และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ยุ่งเกี่ยวกับพยาน ก่อความวุ่นวาย และกระทำการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวน รวมถึงไม่มีการหลบหนีคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้สาเหตุที่ทั้ง 2 คน ปฏิเสธข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นการตั้งข้อกล่าวหาเกินจริง โดยการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บริหารบ้านเมือง ที่ต้องใช้อำนาจระงับเหตุร้ายที่จะเกิดกับบ้านเมือง ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอตั้งขึ้น เป็นการยัดเยียดข้อกล่าวหาที่หนักเกินความเป็นจริง
"มาร์ค-สุเทพ"รับทราบข้อกล่าวหาเเล้ว
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ พร้อมกับนายสุเทพ ได้ลงมาพบปะกับกลุ่มผู้สนันสนุน โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวขอบคุณที่ให้กำลังใจว่า ในคดีของและนายสุเทพ เชื่อว่าทุกคน ทราบดีอยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมในปี 2552-2553 ยืนยันว่า ตนและนายสุเทพไม่เคยทำอะไรในการปฏิบัติหน้าที่ ที่มีเป้าหมายในการทำร้ายประชาชน
"แต่ความเป็นนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลฝ่ายความมั่นคง เมื่อมีการกระทำที่ผิดกฎหมายของประชาชน โดยที่ศาลชี้ว่ามีการชุมนุมไม่ถูกต้องตามกฎหมายและปรากฎข้อเท็จจริงว่า มีการนำเอาผู้ที่ติดอาวุธมาก่อเหตุความวุ่นวายในบ้านเมือง จึงเป็นหน้าที่ของตนและนายสุเทพที่จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งเราได้ดำเนินการตามหน้าที่โดยการมอบหมายนโยบายอย่างชัดเจนว่า การปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ จะต้องหลีกเลี่ยงความสุ่มเสียงต่อการสูญเสียของพี่น้องประชาชน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าคนที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หรือคนที่ติดตามประวัติศาสตร์ทางการเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทราบดีว่าการทำงานของพวกเราในขณะนั้น ใช้ความอดทนอดกลั้น เคารพในสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างไร แต่วันนี้ผู้มีอำนาจก็ตั้งธงมาแล้ว จะปฎิเสธอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เพราะคำให้สัมภาษณ์ตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรี แกนนำคนเสื้อแดง หรือใครต่อใคร พูดมาตั้งแต่ต้นปีว่า จะดำเนินการกล่าวหาตนกับนายสุเทพ ซึ่งตนและนายสุเทพยังเคารพในกระบวนการยุติธรรมของไทย ตนเรียกร้องมาตลอดว่าทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมของไทย ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องทำหน้าที่ของตนเอง แต่ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบ
"ผมกับคุณสุเทพ จะต่อสู้ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่คิดต่อสู้ด้วยวิธีอื่น และได้ยืนยันไปแล้วว่า เราจะเคารพกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่า ผมหรือคุณสุเทพจะหลบหนีไปที่ไหน ผมไม่ใช่คนขี้ขลาด ขี้โกง ที่จะไปอยู่เมืองนอก อาจจะมีบ้างที่ขี้เหนียว แต่ไม่ขี้ขลาดและขี้โกง จะไม่ยอมให้มีการนำเรื่องนี้มาต่อรองผลประโยชน์ใดทางการเมือง และโทษนี้ไม่หนักหนาสาหัส เพราะโทษสูงสุดก็แค่ประหารชีวิต และถ้าศาลตัดสินว่าพวกผมผิดถึงขั้นตัดสินให้ประหารชีวิต พวกผมก็ยินดี เพราะผมต้องการรักษากฎหมายไทย หากถูกประหารชีวิต ผมก็ขอให้คนที่ต้องติดคุกกลับมาเสียดีๆ บ้านเมืองจะได้เดินไปข้างหน้าได้ และผมอยู่ที่นี่ต่อสู้คดี และมั่นใจในความบริสุทธิ์ ของผมและคุณสุเทพ " นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ดีเอสไอทำอะไรหลบๆซ่อนๆ ตนทราบว่านอกจากไปรับข้อกล่าวหาในคดีชุมนุมแล้ว ดีเอสไอจะแจ้งอีก 1 ข้อหา เกี่ยวกับตนบริจาคน้ำท่วมผ่านพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามเเละติดตามกับดีเอสไอแล้วว่า มีกี่ข้อกล่าวหา ให้แจ้งมาพร้อมกันเลย ซึ่งตนได้ขอให้ส่งเอกสารมาก่อน แต่ทางดีเอสไอกลับอ้างว่าจะยื่นให้กับมือตนเมื่อไปถึงดีเอสไอ ถ้าหากยื่นให้ตนจริง ตนก็จะให้การเลย ดีเอสไออย่าหนีไปไหน เพราะตนไม่อยากเดินทางไปหลายรอบ ขอให้ประชาชนมั่นใจในบ้านเมืองเรา เพราะเชื่อว่าความถูกต้องจะต้องชนะในที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์กล่าวกับผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ได้มีเสียงปรบมือและตะโกนให้กำลังใจเป็นระยะๆ นอกจากนี้ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะยอมรับแม้หากถูกตัดสินประหารชีวิต ได้มีผู้ตะโกนขึ้นมาว่า
“ไม่ยอมๆ” หลังจากที่นายอภิสิทธิ์กล่าวเสร็จเรียบร้อย ทั้ง 2 คนได้เดินไปรับดอกไม้จากผู้สนับสนุน ก่อนขึ้นรถคันเดียวกันพร้อมทีมทนายความไปที่ดีเอสไอ นอกจากนั้นยังมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เเละ สส.บางคนเดินทางไปให้กำลังใจด้วย
ด้านกลุ่ม นปช.นำโดย นางพะเยาว์ อักฮาด มารดา น.ส.กมลเกตุ อักฮาด ได้โห่ร้องเเละชูภาพประชาชนที่เสียชีวิตช่วง ศอฉ.กระชับพื้นที่เเละได้ตะโกนด่า สาปเเช่งเเละเปิดเพลงที่ใช้ในงานศพใส่นายอภิสิทธิ์ เเละคณะ โดยก่อนหน้านี้ นางพะเยาว์ ได้ขึ้นรถกระจายเสียง เเละกล่าวปราศรัยกับ นปช.100 คนว่า ตนรอวันนี้มานาน วันนี้เป็นประวัติศาสตร์ซึ่งคนที่สั่งฆ่าประชาชนจะโดนดำเนินคดี ตนมาให้กำลังใจพนักงานสอบสวน ยืนยันจะชุมนุมโดยสงบ
"ชวนนท์"อ้างได้ข่าว"ธาริต" เตรียมขัง "มาร์ค-เทพเทือก" โชว์นายใหญ่
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับประชาชนที่มาให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ว่า ในช่วงเช้าได้รับข่าวไม่ดีว่า นายธาริต จะปฏิบัติการโชว์นายใหญ่ด้วยการจับ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ คุมขัง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นพวกเราคงไม่ยอม และจะไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) เพื่อทวงคืนความยุติธรรม ซึ่งวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทวงคืนความเป็นธรรมให้กับประเทศไทย
ด้านนายศิริโชค โสภา สส.สงขลา กล่าวว่า ตนได้รับข่าวเช่นกัน ทั้งนี้ตามกฎหมายพนักงานสอบสวนหรือดีเอสไอมีอำนาจในการควบคุมตัว นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ได้ 48 ชั่วโมง แต่ทีมกฎหมายของพรรคได้เตรียมทำเรื่องขอประกันตัวเพื่อรับมือไว้แล้ว โดยหากยื่นประกันตัวพนักงานสอบสวนต้องพิจารณาว่าจะให้ประกันหรือไม่ภายใน 24 ชั่วโมง และหากดีเอสไอกล้าควบคุมตัวบุคคลทั้งสองจริง ก็ถือเป็นการกลั่นแกล้งชัดเจน จึงอยากให้ประชาชนเฝ้าจับตาการทำงานของดีเอสไอด้วย ตนเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องการคือ ให้เกิดภาพที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ อยู่ในกรงขัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางการเมือง และการดำเนินการเช่นนี้ต้องพิจารณาว่าดีเอสไอกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
"เฉลิม"ยันไม่มีแกล้ง"อภิสิทธิ์-สุเทพ"ชี้หากเห็น"ธาริต"ผิด ปชป.ฟ้องได้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ กับนายสุเทพ จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมปี 2553 ในวันนี้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดีเอสไอ )ว่า เรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย คือ ตำรวจ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ และอัยการ ที่ทั้งหมดทำตามคำสั่งศาล ในเมื่อประชาธิปัตย์เชื่อมั่นในศาลยุติรรม ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการเมืองทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
"ถามหน่อยใครกล้าแกล้งนายอภิสิทธิ์ กับนายสุเทพ ไม่มีหรอก และการที่นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์บีบีซี ก็บอกชัดว่ามีการใช้กระสุนจริง ยืนยันไม่มีการแกล้ง และเรื่องนี้ยังอีกหลายขั้นตอน สุดท้ายเขาอาจสั่งไม่ฟ้องก็ได้" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เรียกร้องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ รับผิดชอบด้วยนั้น หากนายธาริตทำไม่ถูกต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องฟ้องอยู่แล้ว ซึ่งคดีอาญาไม่สามารถกลั่นแกล้งกันได้



