
สลด!สิบล้อซิ่งฝ่าด่านชนรองสารวัตรดับ
สิบล้อเมาซิ่ง ขับชนด่านตร. รองสารวัตร จร.ถูกชนอย่างจัง เสียชีวิตคาที่ จับตรวจพบแอลกอฮอร์สูงกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สารภาพดื่มเหล้าขาวมาตลอดทางก่อนเจอด่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 55 ช่วงดึกที่ผ่านมา ร.ต.ต.สมบัติ อุตรภิญโญ รองสารวัตรจราจร สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจในเครื่องแบบ 10 นาย ตั้งด่านตรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและตรวจจับสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณถนนเพชรเกษมช่วง ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ ตามแผนกวาดล้างอาชญากรรม ปรากฏว่าได้มีรถสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70 - 3599 ประจวบคีรีขันธ์ บรรทุกไม้ยางพารามาเต็มคัน มุ่งหน้าขาล่องใต้ด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่พยายามให้สัญญาณบังคับให้หยุด แต่คนขับยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลง เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกันจ้าละหวั่น ขณะที่รถสิบล้อคันดังกล่าวได้พุ่งชนด่านตรวจและยังพุ่งชนรถสายตรวจ ที่จอดให้สัญญาณไฟอยู่ และยังพุ่งชนรถกระบะ ทะเบียน บท 316 นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นรถของชาวบ้านที่จอดรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น ก่อนพุ่งเข้าชนร่างของ ร.ต.ต.สมบัติ อุตรภิญโญ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ และรถสิบล้อคันดังกล่าวยังไปชนรถชาวบ้านอีกหลายคันก่อนสิ้นฤทธิ์ในสภาพตะแคงข้างถนน
หลังจากหายตะลึงกับเหตุการณ์เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัวผู้ขับขี่ทราบชื่อต่อมา นายขวัญตา เลขกระโทก อายุ 53 ปี มีนายสนธิชัย ปลอดเดา อายุ 30 ปี นั่งคู่มากับนายขวัญตา โดยทั้งสองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยพบว่าคนทั้งสองมีกลิ่นเหล้าฟุ้งอย่างรุนแรง และทั้งสองยังอยู่ในอาการเมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อตรวจค้นในรถพบขวดเหล้าขาวถูกดื่มไปแล้วเกือบหมดขวด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาตรวจวัดแอลกอฮอร์ พบปริมาณแอลกอฮอร์สูงถึง 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นทั้งคู่สารภาพว่าได้ดื่มเหล้าขาวมาตลอดทาง กระทั่งมาเจอด่านตรวจ แต่ไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงเสียหลักพุ่งเข้าชนจนทำให้รองสารวัตรจราจรเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
ด้าน พ.ต.อ.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า ผู้ต้องหาน่าจะเสพยาบ้า หรือยาไอซ์มาก่อน จนมีอาการเมาและพยายามดื่มเหล้าเพื่อถอนอาการเมายา และเมื่อดื่มอย่างหนัก จึงเมาเหล้าซ้ำจนควบคุมสติไม่ได้ จึงเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น โดยจะต้องดำเนินคดีในสถานหนัก ส่วน ร.ต.ต.สมบัติ อุตรภิญโญ รองสารวัตรจราจร ได้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่จะได้ดำเนินการไปตามขั้นตอน ขอพระราชทานยศปูนบำเหน็จต่อไป



