ข่าว

'วราเทพ'นัดถกพรรคร่วมรัฐบาล14ธ.ค.

'วราเทพ'นัดถกพรรคร่วมรัฐบาล14ธ.ค.

13 ธ.ค. 2555

'วราเทพ' นัดถกพรรคร่วมรัฐบาล 14 ธ.ค. เลือกแนวทางก่อนโหวตวาระ3 ย้ำประชาชนต้องมีส่วนร่วม คาดเสร็จทันสมัยประชุมหน้า ด้าน 'อุดมเดช' หนุนทำประชามติ

                       13 ธ.ค.55 ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมแกนนำ และ ส.ส. ของพรรค เพื่อกำหนดท่าทีต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ภายหลังจากที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ส่งรายงานเรื่องแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ให้พรรคร่วมรัฐบาลรับทราบ

                       โดยมีนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวว่า ในวันที่ 14 ธ.ค.55 พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดหารือกันในช่วง 12.00 น. ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน ซึ่งขณะนี้แต่ละพรรคนำไปศึกษาแล้ว จากการพูดคุยเบื้องต้นพบว่าแต่ละพรรคมีความเห็นสอดคล้องกับมติ ครม. ที่จะให้มีการทำประชามติก่อนลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ จะสามารถนำเรื่องเข้า ครม. เพื่อขอทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

                       "การทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการดำเนินการเพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด ไม่ได้ทำให้การลงมติแก้ไขมาตรา 291 ที่ค้างอยู่ในวาระ 3 ต้องล่าช้าออกไป และไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ต้องการให้ไปรณรงค์ทำความเข้าใจเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน คาดว่าจะสามารถลงมติโหวตวาระ 3 ได้ในช่วงปลายสมัยประชุมสภานิติบัญญัติ" นายวราเทพ กล่าว

                       ขณะที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ขั้นตอนการทำประชามติ  คือ ครม.ต้องประชุมมีมติเห็นชอบให้ทำประชามติ จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดทำประชามติในทันที ขั้นตอนดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน ดังนั้นจึงน่าเสร็จทันภายในการประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติที่กำลังจะเปิดประชุมในวันที่ 21 ธ.ค.55

 

พท.เล็งออกกม.ทำประชามติแก้รธน.

 

                      นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลฯเสนอ โดยเฉพาะประเด็นการจัดทำประชามติลงมติวาระ 3 แต่ต้องรอการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง ในวันที่ 14 ธ.ค. เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกันต่อไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของการลดความขัดแย้งในสังคมให้มากที่สุด และต้องชี้ให้ประชาชนเห็นความจำเป็นที่จะแก้รัฐธรรมนูญปี 50 ที่มาจากการรัฐประหาร

                      ด้านนายพีรพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะเลือกแนวทางการทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 แน่นอน อย่างไรก็ตามเรื่องการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ระบุว่า จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั่วประเทศ ขณะนี้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั่วประเทศมี 46 ล้านคน

                      ดังนั้นจะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่า 23 ล้านเสียงขึ้นไป ถือว่าต้องใช้คะแนนเสียงสูงมาก จึงอาจจะเสนอแก้ไข มาตรา 165 เพื่อแก้ไขจำนวนเสียงที่ใช้ในการทำประชามติ หรืออาจจะเสนอออกเป็น พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิเป็นเกณฑ์ตัดสินตามหลักการทั่วไป แต่จะเลือกแนวทางใด ต้องหารืออีกครั้งในพรรคร่วมรัฐบาล

                      ขณะที่นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ควรทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 เพื่อตัดปัญหาเรื่องการเสี่ยงผิดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญเสนอให้ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะมีการโหวตวาระ 3 ได้ช่วงใดที่ประชุมยังไม่มีการหารือกัน