ข่าว

'โสมแดง'โชว์!สามารถโจมตีมะกันได้

'โสมแดง'โชว์!สามารถโจมตีมะกันได้

13 ธ.ค. 2555

เกาหลีเหนือ หวังโชว์ขีดความสามารถโจมตีสหรัฐ อ้างส่งดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศ ด้านคณะมนตรีความมั่นคง ประณามการละเมิดมติ เตรียมหารือมาตรการตอบโต้

                          13 ธ.ค. 55  การยิงจรวดของเกาหลีเหนือ ถูกมองว่า เป็นการเผยให้เห็นถึงแผนการคิดจะโจมตีอเมริกา แต่สื่อมวลชนของเกาหลีเหนือ ได้บ่ายเบี่ยงประเด็นว่า เป็นความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ เพื่อสำรวจสภาพอากาศเท่านั้น นายคิม จอง-อึน ถูกระบุว่า มีความเพ้อฝันถึงความยิ่งใหญ่แบบตะวันตก เขาอาศัยอยู่ในพระราชวังหรู ในขณะที่ประชาชนที่ยากจนต้องแออัดกันอยู่ในค่ายใช้แรงงานต่างๆ ที่มีขนาดเท่ากับนครลอส แองเจลิส พ่อแม่ลูกต้องถูกจองจำอยู่ด้วยกัน ถ้าคิดหนีจะถูกยิงทิ้งทันที

                          เกาหลีเหนือมีวัตถุดิบพอที่จะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ 12 ลูก และได้ขายเทคโนโลยีให้กับเหล่าประเทศในกลุ่มศัตรูของโลกอย่าง อิหร่านและซีเรีย ขณะที่ผู้ปกครองเกาหลีเหนือที่สืบทอดต่อกันมา 3 รุ่น ตั้งแต่ปู่ยันหลาน นับตั้งแต่ปี 2488 ล้วนแต่เหี้ยมโหด น่ากลัวและเอาแน่ไม่ได้

                          และเมื่อเวลา 09.49 น. ตามเวลาในท้องถิ่นของเมื่อวันพุธ เกาหลีเหนือก็สร้างความตกตะลึงให้กับโลก โดยเฉพาะสหรัฐ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ด้วยการปล่อยจรวดอึนฮา-3 จากฐานยิงในหมู่บ้านห่างไกลใกล้กับชายแดนประเทศจีน แต่ไม่ไกลจากโรงงานนิวเคลียร์หลัก ยงเบียง ที่เชื่อกันว่านักวิทยาศาสตร์กำลังขะมักเขม้นกับการสร้างขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้

                          สื่อเกาหลีเหนือประโคมข่าวความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศขึ้นสู่วงโคจร ภาพทางโทรทัศน์เผยให้เห็นประชาชนพากันเต้นรำด้วยความสุขตามท้องถนน ลูกค้าในร้านกาแฟฉลองด้วยความดีใจ ซึ่งความสำเร็จและความโชคดีส่งท้ายปี ของการปล่อยจรวดครั้งที่ 4 หลังจากล้มเหลวเมื่อ 3 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยครั้งที่เสียหน้าที่สุด เกิดขึ้นเมื่อ 8 เดือนก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุ 100 ปีของประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง บิดาผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ และได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีชั่วนิจนิรันดร์ หลังถึงแก่อสัญกรรม
เมื่อปี 2537

                          นายคิม จอง-อึน ผู้เป็นหลานสายตรงของประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง โดยเป็นบุตรชายคนเล็กของนายคิม จอง-อิล ได้สืบทอดอำนาจอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2554 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของบิดา และได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียง 29 ปี เขาได้รับฉายาว่า บุตรแห่งแสงอาทิตย์ และถูกระบุว่า ผ่านการทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อให้ดูคล้ายกับปู่

                          บรรดาชาติเพื่อนบ้านของเกาหลีเหนือ พากันวิตกอย่างยิ่งว่า การยิงจรวดของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ต้องแอบแฝงเป้าหมายในการติดหัวรบนิวเคลียร์ด้วย และน่าจะเป็นความก้าวหน้าอีกขึ้นตอนหนึ่งของเป้าหมายในการสร้างขีดความสามารถในการโจมตีนครใหญ่ของสหรัฐริมฝั่งแปซิฟิก และพิสูจน์ให้เห็นถึงความเพ้อฝันของนายคิมที่จะผงาดบนเวทีโลก

                          ตอนที่จรวดถูกยิงข้ามทะเลเหลืองและทะเลจีนตะวันออก ได้ปล่อยส่วนขับเคลื่อนจรวดไปตก
ใกล้กับฟิลิปปินส์ และเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น ที่ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของสองชาติ ซึ่งการเคลื่อนไหวของจรวดเกาหลีเหนือ ถูกตรวจจับได้โดยดาวเทียมเกาหลีใต้ และเรือพิฆาตติดเรดาร์ระบบเอจิส 3 ลำ ซึ่งญี่ปุ่นต้องสั่งกองทัพให้เตรียมพร้อม และจัดแถลงข่าวภายใน 30 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก แม้แต่จีน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเกาหลีเหนือ ก็ยังแสดงความเสียใจที่เกาหลีเหนือไม่ฟังเสียงนานาชาติ ละเมิดข้อห้ามของสหประชาชาติ ที่ห้ามใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธปล่อยดาวเทียม

                          ด้านนายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ เข้าพบเพื่อชี้แจงเรื่องการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างชัดเจน

                          ความหวังของชาติตะวันตก ที่จะเห็นผู้นำหนุ่มอย่างนายคิม จอง-อิล เป็นนักปฏิรูป เพราะผ่านการศึกษาจากประเทศตะวันตก ต้องมลายลง เพราะที่จริงแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรที่ต่างไปจากพ่อและปู่ มีเพียงนิสัยส่วนตัวบางอย่างเท่านั้น ที่แตกต่างออกไป เช่น เขาไม่ได้หมกมุ่นกับผู้หญิงเหมือนพ่อ เนื่องจากนายคิม จอง-อิล ได้ชื่อว่ามีฮาเล็มส่วนตัวที่เรียกว่า กิบเปียวเจโม หรือ กองพันบันเทิงใจ จำนวน 2 พันคน ทุกคนเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ถูกเกณฑ์มาตั้งแต่อายุ 15 ปี และต้องมีความสูงไม่เกิน 155 เซ็นติเมตร ซึ่งเป็นความสูงของนายคิม จอง-อิล

                          นายคิม จอง-อึน ถูกระบุว่า เป็นหนุ่มโรแมนติกและมอบรักแท้ให้แก่ รี ซอล ชู ภรรยาคนสวยของเขา ผู้มีรสนิยมชอบถือกระเป๋าคริสเตียน ดิออร์ และสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ ที่เป็นของต้องห้ามสำหรับชาวเกาหลีเหนือทั่วไป นายคิมยังคลั่งไคล้ความเป็นตะวันตกมากกว่าบิดา ชอบดูบาสเก็ตบอล และเหล้าจอห์นนี่ วอล์คเกอร์ เพราะเคยเรียนที่สวิตเซอร์แลนด์อยู่ 2 ปี เมื่อทศวรรษที่ 1990

                          แต่หลังจากกลับประเทศ เขาต้องฝึกหนักถึง 3 ปี ที่โรงเรียนนายร้อยของพรรคกรรมกรในกรุงเปียงยาง ซึ่งที่จริงแล้วคือการปลูกฝังให้เขากลายเป็นผู้นำเผด็จการในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเตรียมตัวสืบทอดอำนาจ เขาถูกท้าทายอำนาจในเวลาไม่นาน หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุด และผลตอบแทนของคนที่บังอาจก็คือ การถูกยิงด้วยปืนค. ที่นายคิม ยืนกรานว่า อย่าให้คนที่แข็งข้อกับเขาเหลือแม้แต่ซาก ขณะเดียวกัน เขาก็เดินรอยตามบิดา ด้วยการปรนเปรอความสุขทุกอย่างให้ตัวเอง ทั้งคฤหาสน์ วังหรู พรั่งพร้อมด้วยลานโบว์ลิ่ง โรงภาพยนตร์และสระว่ายน้ำ

                          แต่ถ้าใครที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูของรัฐ เช่น พวกลูกของคนที่มีสติปัญญาระดับแพทย์ พวกสอนศาสนาคริสต์ พ่อค้าหรือทนายความ จะถูกพรากจากครอบครัวไปอยู่ติดชายแดนจีนที่อากาศหนาวจัด ลมแรงและเต็มไปด้วยภูเขา

                          ในทุกวันจะมีการโฆษณาชวนเชื่อกรอกหูผ่านทางเครื่องขยายเสียงที่ติดอยู่ตามถนน โรงงานและเหมืองแร่ และจะมีคนที่ทำตัวเป็นสปายอยู่ทุกหนทุกแห่ง ใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าเอาใจออกห่าง เช่น ฟังวิทยุเกาหลีใต้ ไม่ได้สรรเสริญผู้นำ หรือพยายามหลบหนีความแร้นแค้นไปจีนก็จะถูกส่งไปค่ายใช้แรงงงาน ที่แออัดไปด้วยนักโทษ 2 แสนคน และไม่ใช่คนที่ถูกจับได้ว่ามีความผิดแค่คนเดียวที่จะต้องรับโทษ พ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลานของพวกเขาก็จะต้องพลอยติดร่างแหไปด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการขังลืมแบบชั่วชีวิต

                          กองทัพ ซึ่งมีกำลังพลประมาณ 1 ใน 4 ของประชากร 23 ล้านคน หรือ มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยในจำนวนนี้ประจำการอยู่ประชิดชายแดนเกาหลีใต้ 1 ล้านนาย มีปืนใหญ่ 13,000 กระบอก ที่อาจยิงกระสุนผสมสารเคมี หรือ ระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูงเข้าโจมตีกรุงโซลได้ทุกเมื่อ และขณะนี้เกาหลีเหนือกำลังเข้าใกล้การมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นของตนเอง อันเป็นการเดิมพันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อวันแห่งความสำเร็จมาถึง เกาหลีเหนืออาจกระทำการที่ยั่วยุทางทหาร และเมื่อถึงวันนั้น ก็คงจะเกิดผลลัพท์ที่ไม่มีใครอยากนึกถึง

 

โต้เสียงวิจารณ์กรณียิงจรวดส่งดาวเทียม

 

                          ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ เคอาร์ทีของทางการเกาหลีเหนือ อ่านประกาศของรัฐบาลเมื่อวาน ระบุว่า เกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะใช้อวกาศเพื่อประโยชน์ในทางสันติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สากลให้การยอมรับตามกฎหมายระหว่างประเทศ

                          นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังเผยแพร่ภาพภายในศูนย์บัญชาการดาวเทียมในกรุงเปียงยาง ขณะเจ้าหน้าที่ชมการยิงจรวดพิสัยไกล อึนฮา-3 ส่งดาวเทียม กวางมยองซอง-3 จากสถานีส่งดาวเทียม โซแฮ ที่หมู่บ้าน ตงชางรี ทางภาคตะวันตกของประเทศ ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จเมื่อเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยชิ้นส่วนจรวดท่อนแรกตกในทะเลเหลืองทางตะวันตกของคาบสมุทรเกาหลี และอีกท่อนตกห่างจากชายฝั่งฟิลิปปินส์ 300 กม.เกาหลีเหนืออ้างว่าการส่งดาวเทียมครั้งนี้มีเป้าหมายสำรวจทางการเกษตรและสภาพอากาศ

                          ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศต่างยอมรับความสำเร็จของเกาหลีเหนือในการยิงจรวดส่งดาวเทียม แต่ระบุด้วยว่า จรวดอึนฮา-3 ของเกาหลีเหนืออาจมีพิสัยไกลกว่า 13,000 กม.ซึ่งอาจยิงถึงเป้าหมายในสหรัฐได้ โดยประเมินจากเวลาที่ใช้ในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ในส่วนจรวดท่อนแรกนานกว่าจรวดที่ส่งดาวเทียมล้มเหลวเมื่อเดือนเม.ย.

                          นอกจากนี้ศูนย์บัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือ หรือ นอแรด ระบุว่า ขณะนี้ดาวเทียมของเกาหลีเหนือกำลังโคจรรอบโลกด้วยความเร็ว 7.6 กม./วินาที ด้วยรัศมี 500-588 กม. ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้ได้ส่งเรือติดระบบเรดาร์ เอจิสและเรือกวาดทุ่นระเบิดไปยังทะเลเหลืองเพื่อเก็บกวาดชิ้นส่วนจรวดที่ตกลงมา

                          ด้านคณะมนตรีความมั่นคงจัดประชุมฉุกเฉินเมื่อวานตามคำร้องขอของญี่ปุ่นและสหรัฐ และออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของเกาหลีเหนือ รวมทั้งจะมีการปรึกษาหารือ เพื่อดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม โดยย้ำว่ากรณีนี้เป็นวาระเร่งด่วน นอกจากนี้นางซูซาน ไรซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น บอกว่า ไม่ว่าเกาหลีเหนือจะอ้างเหตุผลอย่างไรเกี่ยวกับการยิงจรวด ก็เป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคง และเธอบอกด้วยว่า เดิมร่างแถลงการณ์แรกที่จัดทำโดยสหรัฐมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง แม้ไม่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำหลังการเจรจาอย่างหนัก

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)