
จับตา!'มาร์ค-เทพเทือก'รับข้อกล่าวหา
หน้า'ดีเอสไอ'ยังไร้ม็อบรอรับ'มาร์ค-เทพเทือก'ด้าน'ธาริต'ระบุ ยังแจ้งข้อกล่าวหาอีสต์วอเตอร์18ธ.ค.นี้ ส่วนหัวหน้าชุดสอบสวนเล็งถามพร้อมรับข้อกล่าวหาวันนี้เลยหรือไม่
13 ธ.ค.55 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ เอฟเอ็ม 97 เมกะเฮริทซ์ กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพ จะมาพบดีเอสไอในวันนี้เเละมีกระเเสข่าวว่าดีเอสไอจะมีการเเจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มข้อเติมกับทั้งสองคน เเต่นายอภิสิทธิ์ กับนายสุเทพ ระบุว่า ดีเอสไอฉวยโอกาสว่า สองคนนี้เป็นไฟท์บังคับ ตนมีทางเลือกหรือไม่ สองคนนี้เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของตน เเละตนเพิ่งได้รับเเจ้งจากพนักงานสอบสวนเมื่อ 2 วันที่เเล้ว เเละไม่มีทางเลือก เรื่องนี้คงไม่ใช่การฉวยโอกาสเเต่ตนจะมีหนังสือเเจ้งกับ 2 คน เพราะมีความสำคัญในคดีพิเศษที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น โดยจะเเจ้งให้สองคนมาชี้เเจงข้อกล่าวหาในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ เช่นกัน โดยกรณีนายสุเทพเป็นคดีบริจาคเงินน้ำท่วมผ่านพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะเเจ้งข้อกล่าวหานี้กับ นายสุเทพ เเละพวกอีก 3 คนมาชี้เเจงในวันที่ 18 ธ.ค.เพราะพนักงานสอบสวนมองเบื้องต้นว่า เข้าข่ายกระทำความผิด เเละพนักงานสอบสวนหารืออัยการที่ร่วมสอบสวนเเล้วพบว่าสมควรเเจ้งข้อกล่าวหาได้ ผิดหรือถูกในคดีนี้เป็นเรื่องข้างหน้า เพราะดีเอสไอมองว่าหากเกิดเหตุต่างๆ พรรคคการเมืองต่างๆ ตั้งศูนย์รับบริจาค พรรคนั้นๆ ได้ประโยชน์ทางการเมืองเเละเมื่อปิดบัญชีการรับโอนเงิน เเล้วมีการอ้างว่าไม่ใช่บริจาคเงินให้พรรค มันจะเป็นเเบบนี้หรือไม่
นายธาริต กล่าวต่อว่า ส่วนการเเจ้งข้อกล่าวหากับนายอภิสิทธิ์นั้น ดีเอสไอจะเเจ้งข้อกล่าวหาการบริจาคเงินผ่านพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นการบริจาคเงินเกิน 2 หมื่นบาท โดยที่กฎหมายระบุว่า ต้องชำระเป็นเช็คขีดค่อมชื่อ จำนวน 21 ราย โดยนายอภิสิทธิ์ กับ สส.ของพรรคใช้วิธีหักบัญชีเงินฝาก ซึ่งไม่ใช้วิธีตามที่กฎหมายระบุ โดยยอดการบริจาครวมพบว่า มีการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์เดือนละ 1 ล้านกว่าบาท จึงมองว่ากรณีนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ดีเอสไอกับฝ่ายกฎหมายมองว่าข้อเท็จจริงนี้เพียงพอเเจ้งข้อกล่าวหา เเละกรณีนี้ถือเป็นครั้งเเรก เรื่องนี้ตนไม่ใช่หัวหน้าพนักงานสอบสวนเเละเพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อ 3 วันที่เเล้ว
เมื่อถามว่า 2 เรื่องนี้นัดให้มาชี้เเจ้งพร้อมกันในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ นายธาริต กล่าวว่า ใช่ 2 คดีนี้เป็นคดีเล็กน้อย เเต่ขอเรียนว่าความผิดทาง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองก็เป็นความผิดทางอาญาเช่นกัน คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี เเต่เรื่องนี้ไม่มีการยุบพรรค เเต่จะมีการตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ในส่วนบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องในคดี โทษจำคุก 2-3 ปี ซึ่งก็เป็นข้อกล่าวหาทางการเมือง โทษจำคุกของนายอภิสิทธิ์ 3 ปี โทษจำคุกขอ งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2 ปี มันก็เท่ากัน
ส่วน 4 เงื่อนไขในการประกันตัวนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ ในการสั่งสลายการชุมนุมเดือน พ.ค.2553 ในช่วงของ ศอฉ.นั้น นายธาริต กล่าวว่า เป็นข้อตกลงเเละเป็นถ้อยคำทางกฎหมาย ตนไม่อยากให้เปรียบเทียบ เพราะคดีก่อการร้ายที่ดำเนินคดีเเละฟ้องไป 62 คดี มีคนติดคุก 295 ราย ดีเอสไอไม่เคยใช้ดุลพินิจปล่อยตัวเเละเสนอศาลออกหมายขังทุกราย เเต่กรณี ศอฉ.นั้น สองคนนี้เป็นอดีตผู้นำฝ่ายบริหาร พิจารณาเเล้วไม่สมควรนำตัวไปศาลเพื่อออกหมายขังในฐานะที่ควรให้เกียรติ เเต่ขออธิบายว่าไม่ใช่สองมาตรฐาน นปช.อาจน้อยใจที่โดนขัง เเต่มันคนละมิติ ดีเอสไอใช้ดุลพินิจไม่ออกหมายขังเเต่ออกเงื่อนไข 4 ข้อตามที่กฎหมายระบุไว้
ด้าน พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 หัวหน้าชุดสอบสวนคดีอิสต์วอเตอร์ กล่าวว่า จะสอบถามความสมัครใจของนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ว่า สะดวกที่จะให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาคดีความผิดเกี่ยวกับการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ หากยังไม่พร้อมก็จะส่งหนังสือให้มารับทราบข้อหาในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ประสานงานว่า ต้องการรับทราบข้อหากับดีเอสไอให้เสร็จสิ้นในครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ในคดีที่บริษัท อีสต์ วอเตอร์ บริจาคเงินผ่านพรรคประชาธิปัตย์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เบื้องต้นมีผู้ที่ดีเอสไอจะแจ้งข้อหากระทำผิดตาม พรบ.พรรคการเมือง มาตรา 56 60 และ 66 จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายสุเทพ นางอัญชลี วานิชเทพบุตร และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โดยทั้ง 3 เป็นผู้ลงนามในขอเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย กระทรวงการคลัง เพื่อรับเงินบริจาค ส่วนนายอภิสิทธิ์ ถือเป็นพยานในคดีดังกล่าว ไม่เข้าข่ายถูกแจ้งข้อหา แต่นายอภิสิทธิ์ จะถูกแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พรบ.พรรคการเมือง มาตรา 57 กรณีบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์เกิน 20,000 บาท ซึ่งตามกฎหมายระบุให้ทำเป็นเช็คขีดคร่อม แต่นายอภิสิทธิ์กลับบริจาคเป็นเงินสดหลายครั้งรวมกว่า 20 ครั้ง
สำหรับบรรยากาศการด้านหน้าอาคารดีเอสไอ ก่อนการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาของ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ มีการนำรั้วเหล็กมาตั้งรอบล้อมรอบตัวอาคาร ล่าสุดยังไม่มีผู้ชุมนุมกลุ่มใดเดินทางมาถึง มีเพียงการกำลังของตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวน 3 กองร้อย ประจำการรักษาความปลอดภัย โดยมีการนำสุนัขตำรวจเดินตรวจตรารอบบริเวณเพื่อหาสิ่งผิดปกติ
ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิษฐ์ วงศ์เมือง ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมได้ แต่ได้ประสานไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่าขออย่านำผู้สนับสนุนมาร่วมชุมชนเพื่อไม่ได้เกิดปัญหากระทบกระทั่ง
แม่ยก "ปชป." รอให้กำลังใจ "มาร์ค-เทพเทือก"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า คึกคักตั้งแต่ช่วง 08.00 น. ที่ผ่านมาโดยมีบกลุ่มผู้สนับสนุนประมาณ 200 คน มารวมตัวที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อมารอให้หกำลังใจ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ที่จะไปรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล
ทั้งนี้ โดยได้มีการเตรียมดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ รวมทั้งชูป้ายข้อความต่างๆ อาทิ "สู้ๆ" "คนดีของประเทศ ที่ถูกรังแก" "เอาตัวรอด ธาริต เปลี่ยนสี ดีเอสไอเปลี่ยนไป" "ดีเอสไอ มีใบสั่ง" ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าวด้วย ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ยังไม่ได้เดินทางมาที่พรรคแต่อย่างใด เนื่องจากยังติดภาระกิจ
ผู้สื่อข่าวงรายงานว่า ทางพรรคได้จัดเตรียมเครื่องสักการะ ให้นายอภิสิทธิ์ ใช้สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคก่อนที่จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วย
"รองผบช.น." มั่นใจไม่มีม็อบชนม็อบ
ทางด้าน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มั่นใจว่าเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมตรี ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) บ่ายนี้ กรณีสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 จะไม่มีความรุนแรงได้เตรียมกำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2)ไว้ 4 กองร้อย ยังไม่ขอกำลังจากหน่วยอื่นเพิ่มเติมรอดูสถานการณ์ก่อน เชื่อว่าจะไม่มีการปะทะกันระหว่างสองกลุ่มตำรวจจะป้องกันไม่ให้มีการเผชิญหน้าอย่างเด็ดขาด
พล.ต.ต.ปริญญา ยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้มีเหตุปะทะกันเหมือนกับที่กองปราบปราม เพราะตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์ก่อนและดีเอสไอก็มีทางเข้า-ออก หลายด้านด้วยกันคงไม่มีปัญหาอะไร
ด้าน พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวว่า กำลังตำรวจ 4 กองร้อย พร้อมดูแลความสงบเรียบร้อย โดยวางกำลังทั้งในและนอกอาคารของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนมาตรการดูแลนั้น ได้วางแผนเอาไว้หมดแล้ว หากเกิดเหตุการวุ่นวายขึ้น เพียงแต่ไม่อาจจะเปิดเผยได้ว่าเป็นเช่นไร แต่การข่าวระบุว่า จะไม่มีคนเสื้อแดงมาชุมนุมที่ดีเอสไอ แต่อาจจะมีเป็นบางคนที่ประสงค์จะมาเท่านั้น โดยกำหนดการเดินทางมาของทั้งสอง จะมาในเวลา 13.00 น. ซึ่งคาดว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง



