
ในหลวงพระราชทานให้บุคคลต่างๆเฝ้าฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้บุคคลต่างๆเฝ้าฯ และพระราชทานพระบรมราโชวาทเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความยุติธรรม สร้างความสงบสุข
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับ ดังนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะ เฝ้าฯ ถวายเงิน ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนร่วมกันบริจาคแก่กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยคณะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน เพื่อพระราชทานแก่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำหรับจัดทำโครงการจัดสร้างอาคารฝึกอาชีพให้แก่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จำนวน 3 อาคาร ประกอบด้วย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จังหวัดนราธิวาส โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 จังหวัดยะลา เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนที่เดือดร้อน จากสาธารณภัยต่างๆ และราษฎรที่ได้โอกาสทางการศึกษาเป็นเด็กกำพร้า และอนาถา ครอบครัวประสบสาธารณภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้รับการศึกษา และฝึกฝนอาชีพให้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 และหนังสือ "บันทึกบทความร้อยเรียงความประทับใจในพระกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของสมาชิกรัฐสภา"
ต่อมาพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม นำตุลาการศาลทหารสูงสุด ตุลาการศาลทหารกลาง และตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารชั้นต้น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้นายทหารสัญญาบัตร ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ในการนี้ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติหน้าที่ว่า "การเป็นทหารผู้ใหญ่ ซึ่งจะต้องแสดงตนว่า เป็นผู้ใหญ่ เพื่อที่จะให้เห็นว่า ในประเทศมีความเรียบร้อย มีความยุติธรรม และต้องรักษาหน้าที่นี้ให้เคร่งครัด และถ้าปฏิบัติด้วยความเคร่งครัด จะทำให้บ้านเมืองมีความเรียบร้อย ทำให้ประชาชนมีความไว้วางใจในราชการ ก่อนที่จะให้ประเทศชาติมีความเรียบร้อย ท่านจึงมีหน้าที่สำคัญ และขอให้ท่านรักษาหน้าที่ ที่มีความสำคัญนี้ตลอดเวลาที่รับหน้าที่อยู่"
ต่อมานายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด นำอัยการประจำกองสำนักงานอัยการสูงสุด เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้รองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ และเลขานุการอัยการสูงสุด ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ในการนี้ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทว่า "การที่ท่านปฏิญาณมานี้ถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญ และจะต้องรักษาคำพูดนี้ให้เป็นแน่นอน และให้ท่านมีความสามารถรักษาไว้ตลอดไป ถือว่าการรักษาคำพูดนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง เพราะว่าจะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น และมวลชนคนจะไว้วางใจในการปกครอง ที่เรียบร้อยของประเทศ และขอให้ท่านรักษาความยุติธรรมของหน้าที่ จะทำให้ประเทศชาติอยู่เย็น เป็นสุขได้ ประชาชนได้มีความไว้วางใจในการปกครองของประเทศ ขอให้ท่านมีส่วนในการที่สำคัญในการปกครองของประเทศนี้ โดยรักษาคำปฏิญาณนี้อย่างเคร่งครัด"
.............
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Information Division of OHM)



