
'โอท็อปหนองคาย'ดิ้นโปรโมทกันเอง
เสียงสะท้อน SME : 'โอท็อปหนองคาย' ไร้แรงจากรัฐดิ้นโปรโมทกันเอง : โดย...สุมาลี สุวรรณกร / กันยา ขำนุรักษ์
ตลาดท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย ถือเป็นแหล่งรวมสินค้า ทั้งอาหารแห้ง อาหารแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีการนำเข้ามาจากฝั่งเพื่อนบ้าน หรืออาจให้คำจำกัดอีกด้านหนึ่งได้ว่านี่คือย่านการค้าชายแดน ในจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการอยู่นั้น จะมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าในกลุ่มหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์รวมอยู่ด้วย เช่น ร้าน "ณ ตลาด ท่าเรือ"
ร้านค้าแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการจำหน่าย สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่เกิดขึ้นจากการผลิตในท้องถิ่น สินค้าบางประเภท หากซื้อที่อื่นไม่ได้ เนื่องจากเป็นการสั่งผลิตเพื่อวางจำหน่ายโดยเฉพาะ แม้ว่าจะมีความโดดเด่นในการสรรหาสินค้ามาจำหน่าย แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการคือ ยอดจำหน่ายสินค้าโอท็อปได้รับความสนใจจากผู้ซื้อไม่มากนัก และส่งผลมาถึงฐานรายได้ของชาวบ้าน
"โอท็อปของหนองคายถือว่าสินค้าไม่ได้ด้อยกว่าที่อื่น ทั้งเสื้อผ้า อาหาร โดยเสน่ห์สินค้าเหล่านี้คือ งานที่ผลิตโดยชาวบ้าน แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ลืมเรื่องสินค้าพื้นเมือง ขาดกระทั่งการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างบรรยากาศ ผมอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนแม้จะเป็นหน้าร้านที่นำเอาสินค้าโอท็อปจากกลุ่มแม่บ้านต่างๆ มาจำหน่ายก็ตาม เพราะหากร้านนี้ขายไม่ได้เงินก็ไม่สามารถส่งต่อไปยังกลุ่มแม่บ้านเจ้าของสินค้าได้" จารุวัฒน์ จันทร์อ่วม ผู้จัดการร้าน ณ ตลาดท่าเรือ ให้ความเห็น
อาณัติ ตั้งสมบูรณ์ ผู้จัดการร้านนครานคร ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป จ.หนองคาย กล่าวว่า รัฐไม่ได้สนใจเรื่องส่งเสริมการขายมากนัก ทำให้ทางร้านและผู้ประกอบการที่เข้ามาเช่าพื้นที่ต้องดิ้นรนกันเอง ทำประชาสัมพันธ์กันเองทั้งหมด นี่จึงเป็นข้อด้อยของจังหวัดทั้งที่ควรจะทำประชาสัมพันธ์มากกว่านี้ เพื่อให้ผู้ที่เดินทางเข้ามายังตัวเมืองได้รู้จักแหล่งจำหน่าย
ทั้งนี้ ภาครัฐอาจจะมองว่า การจะเอางบประมาณมาทุ่มที่จุดใดจุดหนึ่งประโยชน์ยังน้อยอยู่ ผลที่ได้จะไม่คุ้ม ส่วนผู้ประกอบการเองคงจะทำได้แค่เพียงว่า ทำอย่างไรเราจะบริการนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด ดูแลเขาให้ดีที่สุด เพื่อให้เขากลับมาที่ศูนย์สินค้าโอท็อปและซื้อสินค้าของชาวบ้านที่นี่อีก และทำให้เขาเกิดความมั่นใจกับสินค้าของชาวบ้าน ทำให้เขาพูดต่อบอกต่อว่ามาที่นี่มาแวะทำอะไร ซื้ออะไร แต่จุดแข็งที่นี่คือศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป
"ย่านการค้าแห่งนี้จะอยู่ได้ รัฐต้องช่วยประชาสัมพันธ์ ทำให้ศูนย์โอท็อปเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เช่น การเพิ่มเป็นจุดบริการข้อมูลให้นักท่องเที่ยว จัดกิจกรรมและส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาประจำ เพื่อให้บริการด้านอื่นๆ แก่นักท่องเที่ยวด้วย ทำให้ผู้เดินทางมารู้สึกว่าได้รับความสะดวก" อาณัติกล่าว
--------------------
งานแกะหนังตะลุง...ลมหายใจที่สั้นลง
หนังตะลุงเป็นศิลปการแสดงของภาคใต้ ที่อาศัยรูปเงาในการสื่อสารสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมที่ที่อยู่หน้าจอในยามค่ำคืน โดยวัสดุที่ทำมาใช้แกะหนัง หรือรูปหนัง จะทำมาจากหนังวัว หรือหนังควาย โดยช่างแกะหนังที่มีความชำนาญในการแกะ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันช่างแกะหนังเริ่มลดน้อยลง เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง มีความละเอียดอ่อน จึงต้องใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อให้งานออกมาสวยงาม ซึ่งปัจจุบันรูปหนังตะลุงเหล่านี้มิเพียงแต่ใช้ในการแสดงอย่างเดียว แต่ยังกลายเป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
ส่วนขั้นตอนการแกะหนังเริ่มจากการเตรียมหนัง ซึ่งหนังสัตว์ที่ช่างนิยมนำมาแกะรูปหนังมี 2 อย่าง คือ หนังวัวและหนังควาย เพราะมีความหนาพอเหมาะ เหนียวทนทาน เมื่อฟอกแล้วจะโปร่งแสง และสามารถลงสีให้สีสันสวยงาม ดูโปร่ง ไม่มืดทึบ เมื่อได้หนังตามที่ต้องการแล้วจะหมักไว้ 3-4 วัน ให้กรดจากน้ำหมักกัดหนังให้ขาวและหนังนิ่มคืนสภาพเหมือนหนังสดๆ
จากนั้นจึงนำหนังมาล้างเพื่อขูดขนออก เมื่อเรียบร้อยแล้วทั้งผืนจะล้างหนังด้วยน้ำสะอาดแล้วเอาขึงกับกรอบไม้สี่เหลี่ยมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อผึ่งลมหรือแดดอ่อนๆ ให้หนังค่อยๆ แห้งลง เมื่อหนังแห้งสนิทตัดหนังรอบนอกซึ่งมีรอยตำหนิทิ้งก็จะได้หนังที่จะใช้แกะตามต้องการ
“การที่จะเป็นช่างแกะหนังต้องใช้ความอดทน ผมเริ่มจากการฝึกหัดแกะหนังมาทั้งแต่ ปี 2515 จากการดูแบบที่ช่างแกะหนังคนอื่นๆ ได้ทำไว้ ดูแบบจากผนังโบสถ์ตามวัดต่างๆ เรียนรู้จนเป็น และมีผลงานการแกะหนังตะลุงได้รับการยอมรับ" สมพงษ์ ชูจิต ช่างแกะหนัง จ.พัทลุง เล่าถึงความเป็นมา
ทั้งนี้ สมพงษ์ ใช้วิชาแกะหนังตะลุงเป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงครอบครัว ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นที่สอนให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การแกะหนังตะลุง และทำหน้าที่เป็นครูสอนการแกะหนังตะลุงตามสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัด
"ผมได้ก่อตั้งกลุ่มแกะหนังตะลุงหน้าถ้ำพระเขา เขาชัยสน เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และที่ผมต้องการก็คือ อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญในการบรรจุ งานช่างแกะหนังเป็นหลักสูตร การเรียนการสอนสำหรับนักเรียน เพราะนี่เป็นช่องทางเดียวที่จะอนุรักษ์งานฝีมือ และอาชีพดั้งเดิมของท้องถิ่นให้คงอยู่" สมพงษ์กล่าว
ทั้งสองแง่มุมนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าการสนับสนุนจากรัฐ คือการขับเคลื่อนโอกาสแห่งการอยู่รอดที่สำคัญ
--------------------
(เสียงสะท้อน SME : 'โอท็อปหนองคาย' ไร้แรงจากรัฐดิ้นโปรโมทกันเอง : โดย...สุมาลี สุวรรณกร / กันยา ขำนุรักษ์)



