
สวัสดีเศรษฐกิจ : 13 ธ.ค. 55
สวัสดีเศรษฐกิจ : ภายในยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ภายนอกทางออกยังเลือนราง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ประเด็นทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจและผมอยากนำมาเสนอในวันนี้ เพื่อเป็นข้อมูลในวันหน้า โดยเฉพาะปี 2556 ที่กำลังจะมาถึง หากท่านผู้อ่านได้ติดตามประเด็น หรือปัจจัยที่อาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ การเงิน สังคมและสิ่งแวดล้อมมาระยะหนึ่งแล้วคงจะสามารถนำมาประมวลได้ดังนี้
ส่วนแรก ประเด็นภายในของประเทศไทยเรา
1.เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดที่เป็นผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แล้ว การผลิตในภาคสำคัญได้กลับมาแล้วพอควร
2.การซ่อมสร้าง การกระตุ้นการบริโภค การใช้จ่ายภาครัฐส่งผลให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวแต่มีผลข้างเคียงตามมาคือ การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ ประสิทธิภาพของโครงการบางกรณีที่ถูกตั้งข้อหาเรื่องไม่โปร่งใส มีการทุจริตในกระบวนการดำเนินงาน
3.โครงการประชานิยมตามนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ได้ถูกนำมาดำเนินการซึ่งก็มีทั้งที่เห็นด้วย เห็นต่าง ระยะต่อไปเราคงจะได้เห็นผลออกมาว่าเป็นไปอย่างที่ฝ่ายดำเนินการหรือเป็นไปอย่างที่ฝ่ายคัดค้านได้ระบุเอาไว้อย่างแน่นอน
4.การเห็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีในเรื่องหนี้ครัวเรือนที่มีการเพิ่มขึ้นมาก มีการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ค้างชำระทั้งส่วนที่เริ่มค้างจนถึงส่วนที่ค้างจนเป็นหนี้เสีย หรือเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แม้ว่าจำนวนเงินไม่มากแต่ในเชิงของจำนวนรายหรือผลต่อเนื่องทางสังคมแล้วเป็นอะไรที่วางใจไม่ได้ การออกมาเตือนทั้งในส่วนคนที่จะก่อหนี้ว่าควร ออมก่อนกู้ ออมก่อนใช้ กู้อย่างมีสติ ขณะเดียวกันก็เตือนคนให้กู้ว่าเบาๆ หน่อยเรื่องการสื่อสารการโฆษณาประเภท กู้ง่ายได้ไว
5.การสะสมเรื่องที่ขัดแย้งทางความคิด ความเห็นในทางการเมือง ที่ไม่ยอมจบกันของคนไทย เริ่มมีการสุมไฟกันอีกแล้ว ระบบเศรษฐกิจที่มีความเปราะบางนั้นเพิ่งจะสร่างไข้นะครับ เจอไปอีกเที่ยวนี้น่าจะทรุดยาว ขอวิงวอนทุกฝ่ายว่าหากท่านมีเป้าหมายให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราทุกคนล้มเหลว ไม่ฟื้น เสียหายจนยากแก่การเยียวยา ผมก็ขอเรียนตรงๆ ว่า ขอแสดงความยินดีด้วยครับกับทุกท่านที่มีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น เพราะท่านใกล้ทำสำเร็จแล้ว
เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจึงไม่น่าห่วงมากนักหากไม่มีอะไรสุดโต่งเกินไป โดยจะเติบโตในระดับเป็นที่คาดหมายกันทั่วไป 5-6% ส่วนความกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นจากโครงการต่างๆ เชื่อว่าเมื่อหนี้เพิ่มถึงระดับหนึ่งจะมีแรงกดดันที่ทำให้ต้องชะลอการใช้จ่ายลง เพื่อรักษาระดับหนี้ไม่ให้ทะลุเพดาน ที่สำคัญกว่าคือเงินที่จะใช้ไปในโครงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจจะเพียงพอหรือไม่ อันนี้ต้องติดตามต่อไป
ส่วนปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกานั้น ขณะนี้มีแนวโน้มคลี่คลายชัดเจนขึ้นบ้าง ความวิตกเรื่องปัญหาหน้าผาการคลังที่ต้องจบภายในสิ้นปีนี้ ท้ายสุดฝ่ายการเมืองก็ต้องประนีประนอมให้ได้ข้อยุติ เพราะหากปล่อยไปทุกฝ่ายก็จะเสียหาย เช่น การค่อยๆ ปรับขึ้นภาษีในช่วงที่ยาวขึ้น เพื่อแลกกับการไม่เพิ่มภาษีคนมีฐานะที่เป็นฐานเสียง ส่วนวิกฤติยูโรโซน ก็อาจจะมืดมนกว่า เพราะปัญหาซับซ้อนและไม่มีใครมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ และไม่มีใครบอกได้ว่าปัญหายูโรโซนจะจบลงเมื่อไหร่ ทั้งหมดนี้คือข้อมูลครับ...
--------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ภายในยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ภายนอกทางออกยังเลือนราง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



