
'ปู'ลงใต้13ธ.ค.รับฟังปัญหาครู
'ยิ่งลักษณ์' เตรียมลงพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้ 13 ธ.ค.นี้ รับฟังปัญหาครู ด้าน 'ธงทอง' เผยมติ 'กปต.' ตั้ง 'เฉลิม' นั่ง 'ผอ.ศปก.กปต.'
12 ธ.ค.55 นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ครั้งที่ 1 ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ที่ประชุมได้ปรารภถึงความมุ่งหมาย ของการตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อน นโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ขึ้นมาเพื่อบูรณาการหรือร้อยกรองงาน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆ มาร่วมประชุม เพื่อร่วมกันคิดและเชื่อมโยงเนื้องานกับส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมได้ตกลงในเบื้องต้น ให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อทำหน้าที่ติดตาม เสมือนฝ่ายเลขานุการของศูนย์ โดยมอบหมายสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นเลขานุการ และมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กปต. เป็น ผอ.ศปก.กปต. โดยจะให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ปรารภไว้ นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการบูรณาการงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2556 และกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยจะดูเรื่องการเชื่อมโยงการใช้งบประมาณในแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า สมประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา เพื่อสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มากที่สุด
นายธงทอง กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำเชิงนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสาระสำคัญคือ 1. ให้น้ำหนักและความสำคัญเรื่องการพัฒนาเป็นพิเศษ ซึ่งจะทำคู่ขนานกับเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเรื่องความยุติธรรม ทั้งนี้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะยืนอยู่บนหลักของกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง จะไม่ใช้กลไกนอกเหนือกระบวนการยุติธรรม หรือกลไกที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกกรณี และทุกฝ่าย
นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือและให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษาเป็นพิเศษ โดยมีคณะกรรมการหลายคนยกประเด็นขึ้นมาหารือว่า ควรจะแยกเรื่องการศึกษาออกจากเรื่องการพัฒนาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และควรให้มีคณะทำงานหรือผู้ดูแล เพราะเรื่องดังกล่าวมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก เช่น เรื่องหลักสูตร สถานศึกษา การประกอบอาชีพหลังจากจบการศึกษา หรือการเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว อาทิ โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนปอเนาะ
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในพฤหัสบดี ที่ 13 ธ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยังพื้นที่ภาคใต้ 2-3 จุด โดยจะลงเครื่อง ที่ จ.ปัตตานี ส่วนจะไปในจังหวัดใดต่อนั้น ยังไม่ทราบกำหนดการที่ชัดเจน สำหรับวาระการเดินทางครั้งนี้ จะพบกับตัวแทนของครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะนายกฯให้ความสำคัญเรื่องเรื่องขวัญและกำลังใจของครูในพื้นที่ และสนใจที่จะรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมนายกฯได้ปรารภถึงข้อเสนอของครูในภาคใต้ว่า อยากจะให้มีศูนย์หรือหน่วยงานดูแล และการลงพื้นที่ในวันที่ 13 ธ.ค. นายกฯจะไปรับฟังและพูดคุยเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และจะนำกลับมาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกันถึงเรื่องผู้ก่อการร้ายหรือไม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่มีความคืบหน้า เปรียบเหมือนกับไล่ตามจับเงาตัวเอง และชาวบ้านก็รับเคราะห์ นายธงทอง กล่าวว่า ขอให้คณะทำงาน ศปก.กปต.ได้ทำงานสักระยะหนึ่ง การบูรณาการการทำงานในส่วนนี้ ตนเชื่อว่าทุกคนอยากจะเห็นความสงบสุขกลับคืนมา แต่คงต้องใช้เวลา ความพยายาม และความอดทนร่วมกัน เราหวังให้เป็นอย่างนั้น และค่อยๆทำงานไปด้วยความมุ่งหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะก้าวข้ามพ้นปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย
ด้าน พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ตามปกติ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) จะประชุม 1 หรือ 2 เดือนครั้ง ดังนั้นรอยต่อระหว่างการสื่อสารของ กปต.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ไม่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นจึงมี ศปก.กปต.ไปเป็นหน่วยงานสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยร.ต.อ.เฉลิม ก็จะต้องมีการประสานกับในพื้นที่ ทั้งกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และศอ.บต. อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อที่ข้อมูลต่างๆจะได้ทันสถานการณ์ และประมวลข้อมูลให้คระกรรมการได้อย่างฉับพลันและทันต่อสถานการณ์
'นายกฯ' เปิดกองทุนตั้งตัวได้เป็นทางการ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวในการเป็นประธานเปิดตัว “กองทุนตั้งตัวได้...สร้างนักธุรกิจ สร้างเศรษฐกิจชาติ” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตอนหนึ่งว่า วันนี้ยินดีและดีใจที่มาร่วมงานที่เป็นการเปิดตัวกองทุนตั้งตัวได้อย่างเป็นทางการ ขอเรียนว่ากองทุนนี้เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมามีการประชาสัมพันธ์และกระบวนการการมีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายครั้งจนมีการตั้งคณะกรรมการกองทุนฯขึ้นมาและมีการเปิดตัวเพื่อแสดงเจตนารมณ์กับสถาบันการเงินและสถาบันการศึกษา
กองทุนนี้มีความสำคัญที่จะเป็นพื้นฐานในการสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ สำหรับกลุ่มนักศึกษาที่รัฐบาลมองว่าเป็นกำลังสำคัญของชาติ ที่นอกจากรัฐบาลจะอำนวยความสะดวกให้มีงานทำแล้ว เรายังมองเห็นโอกาสว่าผู้ที่มีความรู้ความสามารถความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมในการเป็นนักธุรกิจมืออาชีพ ดังนั้นกองทุนฯก็พร้อมสร้างและสนับสนุนให้กับนักศึกษาที่จบใหม่ที่พร้อมทำงาน เพื่อพัฒนาให้เติบโตและสร้างความเป็นเจ้าของอย่างมืออาชีพ และเสริมโอกาสในการเคลื่อนย้ายความเจริญทางเศรษฐกิจในเอเชียโดยธุรกิจ SME ที่จะช่วยผลักดันความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะนอกจากการสร้างรายได้ในครัวเรือนแล้วยังเป็นการสร้างเอสเอ็มอีให้เจริญเติบโต สร้างเอสเอ็มอีรุ่นใหมให้ผสมผสานความเป็นเจ้าของกับความเป็นมืออาชีพ
“แม้เรียนจบแล้ว 5 ปีก็สามารถกลับมาขอกู้และสถาบันการศึกษาก็จะยืนยันให้ ทั้งนี้ในการเป็นเจ้าของกิจการ การจะตั้งเนื้อตั้งตัวนั้นยากเพียงไร แม้มีความรู้แต่ขาดโอกาสก็เป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงจะมีคณะกรรมการ 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ มหาวิทยาลัย ศิษย์เก่า และสถาบันการเงิน 5 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลาม ธนาคารธกส. และธนาคารSME ที่จะร่วมในการเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาให้กับน้อง ๆ ที่จบใหม่เพื่อไม่ให้เกิดหนี้สูญ “นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโครงการกองทุนตั้งตัวได้นั้นเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการเพื่อสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้นักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษาหรือบัณฑิตใหม่สามารถกู้ยืมเงินวงเงินคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับธุรกิจ) เพื่อการสร้างอาชีพ เป็นเจ้าของกิจการแต่ขาดทุนทรัพย์หรือหลักทรัพย์ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2556 จำนวน 5,000 ล้านบาท
โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์รับสิทธิ์ในกองทุน 1.เป็นบุคคลสัญชาติไทย 2.เป็นนักเรียนระดับ อาชีวศึกษา หรือนิสิต นักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษา หรือเป็นบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาแล้วไม่เกิน 5 ปี 3.มีความริเริ่มต้องการเป็นผู้ประกอบการและได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวให้เป็นผู้ประกอบการ และ 4.ธุรกิจของผู้ประกอบการต้องมีโอกาสที่จะสำเร็จพอสมควร ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ หน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา (UBI) ทั่วประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โทร 02-6105335 , 02-6105444
'เฉลิม' ปัดลงใต้พร้อม 'ยิ่งลักษณ์' อ้างป่วย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(กปต.) แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ผอ.ศปก.กปต.) ว่า จากนี้ตนจะไปพิจารณาโครงสร้างและรูปแบบการทำงานตามวิธีคิดของตน โดยตนเตรียมจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางแก้ปัญหานี้ แล้วให้ฝ่ายทหารเป็นหลัก และยังคงใช้แผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหานี้เหมือนเดิม เปลี่ยนไม่ได้ แต่เราต้องมาเติมเต็ม โดยต้องหารือกับหลายฝ่าย เพราะตนก็ไม่ได้ทำเรื่องนี้มานานแล้ว ส่วนการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ นั้น ตนคงไม่ได้เดินทางไปด้วย เพราะตนยังมีอาการป่วย



