ข่าว

'กลุ่มกรีน'ยื่นปปช.สอบ'ปู-ศันสนีย์'

'กลุ่มกรีน'ยื่นปปช.สอบ'ปู-ศันสนีย์'

12 ธ.ค. 2555

'กลุ่มกรีน' ยื่นหนังสือ 'ปปช.' สอบ 'ยิ่งลักษณ์-ศันสนีย์' พ่วง 'อธิบดีกรมประชาฯ-ผอ.ช่อง11' ฐานปล่อย 'ทักษิณ' โผล่หราช่อง 11 ระบุเย้ยระบบยุติธรรม

                     12 ธ.ค.55 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สนามบินน้ำ นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ในฐานะตัวแทนกลุ่มกรีนเข้ายื่นหนังสือ ปปช.ขอให้ดำเนินการไต่ส่วน ชี้มูลความผิด และดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเจตนาให้มีการแพร่ภาพและเสียงรายการ “มวยไทย วอริเออร์ส” เมื่อวันที่ 9ธันวาคมที่ผ่านมา ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (สทท.) ซึ่งช่วงหนึ่งมีการแพร่ภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายากรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้มีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช.เป็นผู้รับหนังสือ

                     นายจาตุรันต์ กล่าวว่า ต้องการให้ ปปช.ดำเนินการไต่ส่วนกับผู้เกี่ยวข้อง 4รายได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายก อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้อำนวยการ สทท.เพราะบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้าข่ายการเจตนาและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ภายหลังปล่อยให้มีการแพร่ภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้มีสถานะหลบหนีคดีที่ศาลพิพากษาจำคุกจนถึงที่สุด กล่าวเปิดงานการแข่งขันมวย อีกทั้งข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่าไม่มีผู้เกี่ยวข้องคนใดรับทราบมาก่อนนั้นไม่สามารถรับฟังได้ เนื่องจากรายการดังกล่าวปรากฎข้อเท็จจริวว่ามีการเชื่อมต่อสัญญาณจากสถานีอื่นหรือให้สถานีอื่นเชื่อมต่อสัญญาณของตนเองซึ่งต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า และเมื่อรายการถ่ายทอดสดดังกล่าวเป็นการเช่าเวลาของสถานีย่อมแสดงให้เห็นว่าจะต้องมีการตรวจสอบเนื้อหารายการก่อนที่จะมีการอนุมัติ การกระทำที่ปล่อยให้มีการแพร่ภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นลักษณะของการสมรู้ร่วมคิดกันมาตั้งแต่ต้น

                     นายจาตุรันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้เมื่อพิจารณาเนื้อหาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวในการเปิดรายการยิ่งทำให้เห็นเจตนาตั้งแต่เริ่มต้นชัดเจนว่าการถ่ายทอดดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้โอกาส พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวใส่ร้าย ทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและปฏิเสธข้อเท็จจริงในเรื่องความไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ เหตุนี้จึงชี้ชัดว่าการกระทำของบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายใช้อำนาจทางการเมืองแทรกแซงสื่อมวลชน ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อระเบียบสำนักนายกว่าด้วยประมวลจริยธรรมของนักการเมือง พ.ศ.2551 ขณะที่ในส่วนของข้าราชการเองถือว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงด้วย ทั้งนี้ตนจึงเป็นตัวแทนของประชาชนนำหลักฐานแผ่นซีดีบันทึกภาพวีดีโอการออกอากาศเพื่อให้ ปปช.ดำเนินการหาข้อเท็จจริงต่อไป