
ประวัตชีวิตกับกล้วยไม้ของฉัน (จบ)
ในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านพระราชทานนามสกุลให้กับใครก็ตาม มักจะพระราชทานภาษาอังกฤษเป็นโรมันเอาไว้ด้วย
พระยาบริหารราชมานพนั้นมีงานราชการที่รับใช้พระยุคคลบาทโดยหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลข้าราชบริพารฝ่ายใน
พ.อ.พระยาทะยานพิฆาต ถ้านำเอาบรรดาศักดิ์มาพิจารณาแล้วก็คงคาดการณ์ได้ว่า เจ้าคุณลุงคนนี้เป็นทหารนักบินซึ่งจริงๆ แล้วท่านเป็นหนึ่งในสามคนที่ให้กำเนิดกองทัพอากาศของไทย ดังได้กล่าวมาแล้ว
พระยาทะยานพิฆาตนี่แหละ เมื่อฉันมีอายุได้ 10 ขวบ ฉันได้เห็นเจ้าคุณลุงเอากล้วยไม้มาปลูก และกล้วยไม้ที่ท่านปลูกก็คือแวนด้าใบกลมที่ผูกติดกับหลักไม้ระแนงเอาไว้ในแปลงริมสนาม แต่แวนด้าชุดนี้ไม่ออกดอกให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว
ส่วนบ้านพ่อฉันนั้น พ่อมีเรือนไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนโปร่งพอที่จะมุดคลานเข้าไปได้ แต่ยังไม่ได้ทาสี จึงนับได้ว่าชีวิตพ่อของฉันมีลักษณะที่เรียกกันว่าเรียบง่ายมากกว่าความหรูหรา หรือเป็นคนมีบรรดาศักดิ์
หน้าเรือนแถวที่พ่ออยู่ในสมัยที่ยังไม่เลิกกันกับแม่นั้น ถัดจากหน้าระเบียงเรือนออกมามีราวที่ใช้แขวนกระเช้ากล้วยไม้อยู่ 5 กระเช้า ซึ่งขณะนั้นฉันยังไม่มีความรู้เรื่องกล้วยไม้ ทำให้มองเห็นว่ากล้วยไม้ทั้ง 5 กระเช้านั้นมันถูกแขวนตากแดดตากฝนแรมเดือนแรมปี โดยที่ตัวเองไม่รู้ว่ามันเป็นกล้วยไม้อะไร
ต่อมาภายหลัง เพราะฉันเป็นคนมีความจำที่แม่นยำชัดเจน จึงรู้ว่ากระเช้าหนึ่งคือ เอื้องช้างน้าว หรือ เอื้องตาควาย อีกกระเช้าหนึ่งได้แก่ เอื้องผึ้ง ส่วนกระเช้าที่สามนั้นได้แก่ เอื้องแววมยุรา กระเช้าที่สี่ได้แก่ เอื้องกุหลาบนางรอง และกระเช้าสุดท้าย ต่อมาฉันจึงทราบว่ากล้วยไม้ที่อยู่ในกระเช้านี้คือ เอื้องลิ้นกระบือ
ในขณะนั้นไม่มีใครที่จะเผยแพร่ความรู้เรื่องกล้วยไม้ให้ฉันได้รับความรู้จนเป็นที่พออกพอใจ จึงทำให้ตัวเองเกิดภาพพจน์ขึ้นมาว่า ถ้าเป็นกล้วยไม้ก็จะต้องอยู่ในที่ชื้นแฉะและอยู่ในร่มเงา ช่วงนั้นฉันมีอายุได้ 10 กว่าขวบ ด้วยอยากรู้อยากเห็นในสิ่งซึ่งมันไม่ใช่ของจริง แทบจะทุกวันที่ฉันเฝ้าเอากล้วยไม้ทั้ง 5 กระเช้านั้นมาแกะออกแล้วนำไปปลูกเกาะไว้กับเสาคอนกรีตภายใต้แท็งก์น้ำรวมทั้งรดน้ำเช้าเย็น กระทั่งส่วนหนึ่งมันได้เน่าตายไปในที่สุด
นี่แหละเธอที่รัก เธอเห็นมั้ยว่าสมัยนี้ความรู้เรื่องกล้วยไม้เราแทบจะเอามาป้อนใส่ปาก บางครั้งยังเคี้ยวให้ด้วย ถึงกระนั้นเธอเองก็ยังไม่รู้จักที่จะต่อสู้กับความยากลำบากอย่างที่ฉันเคยเป็นมาก่อน!
"ระพี สาคริก"



