ข่าว

อาชีพประคองต่างด้าว

อาชีพประคองต่างด้าว

12 ธ.ค. 2555

อาชีพประคองต่างด้าว : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์

              ท่านผู้อ่านที่มีบ้านอยู่ในย่านชุมชนแออัด หรืออยู่ใกล้โครงการหมู่บ้านจัดสรร จะพบว่า มีกลุ่มคนหน้าตาแปลกๆ พูดภาษาอื่น มิใช่ภาษาไทย เดินกันเพ่นพ่านอย่างไม่เกรงกลัวใคร บางครั้งทะเลาะวิวาทกัน ลูกหลานของพวกท่านพลอยโดนลูกหลงไปด้วย ไม่รู้จะไปพึ่งพาเจ้าหน้าที่หน่วยไหน เพราะคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้ง พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม มีหัวหน้าเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย แล้วประกาศว่า กลุ่มของตนได้รับการ "ประคอง" เรียบร้อยแล้ว

              อาชีพประคองคนต่างด้าวผิดกฎหมาย มีการจัดระบบไว้อย่างดี พวกที่ถูกประคองมานานจนขึ้นชั้นมีใบพาสปอร์ต ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ก็พ้นจากการส่งส่วยรายเดือน เพียงแต่ต้องใช้บริการในการอำนวยความสะดวกส่งเงินกลับบ้านและการติดต่อญาติพี่น้องทางบ้าน เสียค่าธรรมเนียมพอควร ส่วนที่ยังต้องเจียมตัว เพราะยังอยู่อย่างผิดกฎหมาย ก็ต้องส่งส่วยต่อหัวหน้าสายเป็นลำดับชั้น เพื่อส่งส่วยต่อ

              ส่งส่วยให้ใคร? มีคนถาม คำตอบอยู่ที่ ใครมีหน้าที่?

              เริ่มตั้งแต่ คนต่างด้าวพ้นข้ามแดนมาในแผ่นดินไทย เจ้าที่เจ้าทางมีทั้ง ตำรวจภูธรพื้นที่, ตรวจคนเข้าเมืองด่านต่างๆ, ตำรวจทางหลวง และเมื่อจุดหมายมาทำงานในกรุงเทพมหานคร ก็ตำรวจนครบาลนี่แหละ

              มิฉะนั้น จะมีคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่เต็มเกือบทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ ได้อย่างไร ทั้งในโรงงาน, ร้านอาหาร, โครงการก่อสร้าง, หาบเร่ แผงลอย ล่าสุด มีอาชีพนักเลง กรรโชกค่าจอดรถยนต์ ริมถนนหลวงจากคนไทยที่มาจอดรถ โดยเฉพาะในย่านบันเทิง ถามว่าเป็นคนเวียดนาม มีสิทธิ์อะไรมาเรียกเก็บค่าจอดรถ คำตอบที่ฟังไม่ค่อยชัดว่า ตำรวจให้มาเก็บ เออ!! เอากับมันสิ อ้างหน้าตาเฉยเลย

              เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวผิดกฎหมาย มิใช่มีแต่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงานนี่ก็ใช่ย่อย มีการอ้างว่ามีหน้าที่ ประคอง เฉพาะกลุ่มใหญ่ ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องใช้คนงานหลักหลายร้อย หลายพันคน

              ค่าประคอง คิดเป็นรายเดือน อิ่มไปตามๆ กัน

              ความจริง ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ข้อมูลที่มีผู้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น ว่ามันเลวชั่วช้าอย่างที่ว่าจริงหรือ ?

              แต่เหตุการณ์ปรากฏตำตาอยู่ทุกวัน โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ "อมยิ้ม" อยู่ ไม่ทำหน้าที่จริงจัง ทำให้ใกล้จะเชื่อแล้ว