ข่าว

เปิดแผนแก้ไข'รธน.'5ข้อพรรคร่วม

เปิดแผนแก้ไข'รธน.'5ข้อพรรคร่วม

11 ธ.ค. 2555

คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลสรุป 5 ข้อ แผนแก้ไข รธน. สอดรับความเห็นรัฐบาลทำประชามติก่อน ลดแตกแยก 'สดศรี'เผยใช้งบ 2,200ล้าน

               เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายโภคิน พลกุล เป็นประธานได้ร่วมแถลงภายหลังการประชุม โดยนายโภคิน กล่าวว่า จากการประชุมหารือของคณะทำงานตลอดที่ผ่านมา มีข้อยุติซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ 5 ข้อ ดังนี้

               1.รัฐสภามีอำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่จะลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม

               2.คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลตระหนักดี ว่าสังคมไทยยังมีความขัดแย้งกันอยู่มาก การลงมติวาระที่สามจึงควรพิจารณาใช้ช่วงจังหวะเวลาให้รอบคอบ และก่อนจะลงมติรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ควรรณรงค์ทำคามเข้าใจให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นความจำเป็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย มีความชอบธรรม ยึดมั่นในหลักนิติธรรม เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง

               3.สำหรับการทำประชามตินั้น เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญที่ค้างสภาอยู่ในวาระที่ 3 ได้มีการบัญญัติเรื่องการลงประชามติไว้แล้ว ว่าเป็นการลงประชามติก่อนจะเป็นกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว จะนำไปให้ประชาชนลงประชามติว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ถ้าประชาชนเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ก็จะใช้เป็นกฎหมายใช้บังคับต่อไป เช่นเดียวกับการลงประชามติเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบก็ตกไป

               ดังนั้นการทำประชามติ เมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และสอดคล้องกับคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประสงค์มิให้เกิดข้อโต้แย้งคัดค้านทั้งปวง คณะรัฐมนตรีก็อาจจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ได้ แต่ต้องทำความเข้าใจกับสังคมให้ชัดเจนว่า เป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความปรารถนาดี มิใช่ประเด็นให้มาเรียกร้องความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี หากประชามติไม่ผ่าน หรือสมาชิกรัฐสภา อาจเสนอให้มีกฎหมายเฉพาะ ให้ออกเสียงประชามติในเรื่องนี้ หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพิ่มเติมเรื่องการทำประชามติ กรณีมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าไป แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกับสังคมเช่นเดียวกัน ทั้งต้องอธิบายให้ชัดเจนด้วยว่าไม่ใช่การถ่วงเวลา แต่เป็นความรอบคอบ โดยจะเร่งรัดดำเนินการไปพร้อมๆ กับการณรงค์ทำความเข้าใจ

               4.ในระหว่างนี้หากจะแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราควบคู่กันไปด้วย ก็สามารถกระทำได้โดยสมควรที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันก่อน เช่น มาตรา 237 และมาตราอื่นๆ ที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม

               5.ส่วนกรณีที่ว่าหากการลงมติวาระที่สามแล้ว จะยังคงมีการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ หรือจะมีกระบวนการต่อต้านในรูปแบบต่างๆ อีกหรือไม่ เห็นว่าโดยบริบทของสังคมปัจจุบัน ซึ่งยังคงมีความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกกันอยู่ คงไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะไม่มีเหตุเช่นนั้น แต่รัฐสภาและรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป

               นายโภคิน กล่าวว่า หลังจากคณะทำงานฯ สรุปรายงานผลการศึกษาแล้วจะส่งให้พรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ก่อนจะจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายในสัปดาห์หน้า


               เมื่อถามว่าหากทำประชามติก่อนจะมีคำถามอย่างไรในเมื่อยังไม่มีสาระการยกร่าง นายโภคิน กล่าวว่า “นี่ก็เป็นปัญหาแล้วจะให้ทำอย่างไรในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกให้ทำประชามติ แต่ทำก่อนก็ว่า ทำหลังก็ว่า”

               นายอุดมเดช นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลได้ศึกษารายงานดังกล่าว จากนั้นนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ประสานพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเพื่อนัดประชุมและตัดสินใจร่วมกันในแนวทางที่จะเลือกดำเนินการ ซึ่งจะไม่ล่าช้าแน่

               ด้าน นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราก็ทำตามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบอกให้ถามว่าเห็นสมควรให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกแก้ไขหรือไม่ เมื่อถามว่าขณะนี้บางฝ่ายระแวงว่าถ้าปล่อยเดินหน้าลงมติวาระ 3 ได้รัฐบาลจะล็อบบี้เสียงสนับสนุนสำเร็จ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกิน บางครั้งโลกเราก็ไม่มีอะไรเลวร้ายไปเสียหมดทุกอย่าง

               ด้านนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   ในฐานะเลขานุการคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลฯ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการรนณงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์เริ่มต้นแล้ว หลังจากนี้เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลศึกษารายงานครบถ้วนแล้วจะมีการกำหนดแนวทางรณรงค์อีกครั้ง แต่ระหว่างก็เปิดกว้างรับฟังความคิดของประชาชน ผ่านช่องทาง ตู้ปณ. 291 ราชเทวี และทางเว็บไซต์ www.thaipeopleconstitution.com และ www.รัฐธรรมนูญของประชาชน.com อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการรณงค์พรรคร่วมรัฐบาลใช้สโลแกน “รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม”

               นายวราเทพ กล่าวด้วยว่า ข้อสรุปของคณะทำงานที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราได้นั้น สามารถดำเนินการได้เฉพาะมาตราที่ไม่ผูกพันกับมาตราอื่นที่จะทำให้เกิดการซ้ำซ้อนกัน เช่น มาตรา 291 เพราะญัตติยังค้างอยู่ในขั้นตอนการโหวตวาระ 3 ส่วนการแก้ไขรายมาตราที่เป็นไปได้ เช่น มาตรา 237 ทั้งนี้แนวทางหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละพรรคก็ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ทั้งนี้จะต้องมีการเพิ่มเติมเนื้อหาในเรื่องที่จะอาจจะมีการทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 ควบคู่ไปกับการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะในกฎหมายประชามติระบุชัดเจนว่า ประชาชนต้องได้รับความรู้ครบถ้วนก่อนลงประชามติ


“ชูศักดิ์”ชี้ประชามติก่อนเพื่อรอบคอบสุด

               นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เมื่อฟังจากเสียงของรัฐบาลแล้วเห็นว่า มีความชัดเจนที่จะมีการจัดทำประชามติก่อนดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นวิธีที่รอบคอบที่สุด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลได้รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้หมดแล้ว จึงเสนอคำแนะนำไป แต่หลักจากนี้จะเลือกเดินอย่างไรให้ขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล
 

พท.รับโหวตแก้รธน.วาระ3แน่

               นายพีระพันธ์ พาลุสุข คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมมาตรา 291 เปิดเผยก่อนการประชุมว่า  หลักการทำประชามตินั้นเป็นเรื่องที่เป็นข้อถกเถียงแล้วจึงมาทำประชามติ ประเด็นที่จะถามมีแค่ yes กับ no ส่วนที่บางฝ่ายบอกควรไปทำประชามติว่าเห็นควรแก้รัฐธรรมนูญ 2550 หรือไม่นั้น ถ้าเขาย้อนมาว่าจะแก้ไขส่วนใด แต่เราบอกไม่รู้แล้วจะบอกได้อย่างไร หากแก้แล้วดีหรือแย่ก็ต้องบอกให้ชัด

               ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าแนวโน้มน่าจะลุยโหวตวาระ 3 เลย นายพีระพันธ์ กล่าวว่า โหวตแน่ แต่ต้องหลังจากทำความเข้าใจกับประชาชน ตอนนี้ประชาชนยังสับสน เพราะอีกซีกหนึ่งยังบอกแก้เพื่อช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงต้องไปทำความเข้าใจ หรือปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่ายพูดว่าการแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญนั้นดีอย่างไร สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการเสนอให้โหวตร่างแก้ไขวาระ 3 ให้ตกไปก่อนนั้น คงอยู่ที่สภาฯ แต่พรรคเพื่อไทยไม่มีมติในเรื่องนี้ การจะโหวตตกหรือไม่ตกนั้นอยู่ที่เนื้อหาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการตั้งส.ส.ร.เท่านั้นเอง

               นายพีระพันธ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะทำงานฯ ได้มีการแจกรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว โดยเนื้อหามีทั้งความเป็นมาที่ต้องแก้ไข คำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ต้องปรับแก้ไข โดยเฉพาะในเรื่องของการทำประชามติ


ครม.มอบยุติธรรมจัดทำประชาพิจารณ์ร่างรธน.

               นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 11 ธ.ค. 2555 ว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยประเทศชาติมีความสงบสุขและมั่นคง ทุกคนมีความรักสามัคคีกัน และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ และหาแนวทางดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เช่น การทำประชาพิจารณ์หรือประชามติ ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็วที่สุด
 

"สดศรี"เผยใช้2,200ล้านทำประชามติ

              นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและออกเสียงประชามติ กล่าวว่า กกต.พร้อมทำประชามติ  คาดว่าจะใช้งบประมาณ  2,200 ล้านบาท ตามเวลาที่กำหนดใน พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ  ทั้งนี้ตนคิดว่าการที่จะมีการแก้ไข้รัฐธรรมนูญ ควรที่จะมีการออกเสียงประชามติก่อนเดินหน้าลงมติวาระ 3 น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เพราะหากเดินหน้าลงวาระ 3 อาจจะมีคนไม่เห็นและทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้ 

.................

 

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)