ข่าว

อนาคตค้าปลีกไทยในเวทีเออีซี!?

อนาคตค้าปลีกไทยในเวทีเออีซี!?

12 ธ.ค. 2555

เล่าสู่กันฟัง : อนาคตค้าปลีกไทยในเวทีเออีซี จะเป็นอย่างไร? : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

                         เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสไปร่วมฟังคุณสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "อนาคตค้าปลีกไทยในเวทีเออีซี" ในงานสัมมนา "ทิศทางธุรกิจค้าปลีกไทย ปี 2556" ซึ่งจัดโดยสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทยที่โรงแรมเอเชีย ท่ามกลางความสนใจจากผู้ประกอบการในแวดวงค้าปลีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ นักบริหาร พนักงาน และผู้ที่สนใจทั่วไป ที่มาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก จึงขอสรุปสาระสำคัญบางช่วงบางตอนมา “เล่าสู่กันฟัง”

                         ท่านรองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ธุรกิจค้าปลีกเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไป และกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เห็นได้จากสัดส่วนของมูลค่าค้าปลีกไทยที่เติบโตขึ้น เมื่อดูจากปี 2550 ซึ่งมีมูลค่าค้าปลีกขณะนั้นอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท เทียบกับปี 2554 ที่ผ่านมา มูลค่าค้าปลีกเติบโตขึ้นเป็น 1.4 ล้านล้านบาท ในขณะที่การค้าชายแดนระหว่างไทยกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ มาเลเซีย พม่า ลาว และกัมพูชา ระหว่างมกราคม-ตุลาคม 2555 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 7.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 1.3

                         หากสรุปภาพรวมค้าปลีกของประเทศอาเซียนที่สำคัญ 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ คุณสันติชัย กล่าวว่า ฟิลิปปินส์มีอัตราการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกสูงสุดถึงร้อยละ 38.43 ในขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียมีอัตราการขยายตัวใกล้เคียงกันอยู่ที่ร้อยละ 11.89 และ 11.38 ตามลำดับ ส่วนมาเลเซียมีอัตราการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกต่ำสุดถึงขั้นติดลบที่ร้อยละ 3.75 ดังนั้น ตลาดอาเซียนจึงเป็นตลาดที่กว้างที่ยังคงเปิดโอกาสให้ธุรกิจค้าปลีกเติบโตได้อีก แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดแต่ละประเทศจะมีกฎระเบียบที่ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญที่แตกต่างกันไป เช่น การถือหุ้นของต่างชาติ สิทธิการถือครองที่ดินของต่างชาติ มาตรการด้านภาษี และเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเข้าไปลงทุน

                         นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยยังต้องพิจารณาถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ก่อนเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในอาเซียน ซึ่งจุดแข็งของไทยคือ ความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจ และการให้บริการ ส่วนจุดอ่อนคือ การมีเงินทุนต่ำ ใช้เทคโนโลยีน้อย ขาดความสามารถด้านการบริหารจัดการในการทำตลาดและการใช้ภาษาอังกฤษ ในขณะที่โอกาส มองว่า ตลาดอาเซียนโดยเฉพาะเวียดนามเปิดเสรีสาขาการจัดจำหน่ายให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาถือหุ้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก ส่วนอุปสรรคยังคงเป็นเรื่องนโยบายของรัฐของแต่ละประเทศที่ไม่แน่นอน

                         ดังนั้น อนาคตค้าปลีกไทยในเออีซีจะเป็นอย่างไร จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ด้วยว่าจะสามารถเอื้อต่อการขยายธุรกิจค้าปลีกได้มากหรือน้อยแค่ไหน เช่น จำนวนประชากรในประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ลักษณะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่สังคมสมัยใหม่ หรือสังคมเมือง ระดับรายได้ของประชากรมีแนวโน้มสูงขึ้น ความสามารถในการประกอบธุรกิจค้าปลีก นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ปริมาณและมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น การขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น การจ้างงงานสูงขึ้น รายได้ประชาชาติสูงขึ้น ระดับมาตรการครองชีพสูงขึ้น ฯลฯ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่กล่าวมานี้ ก็พอจะเดาได้ว่า อนาคตค้าปลีกไทยในเออีซีคงจะสดใสเป็นแน่ !

 

 

--------------------

(เล่าสู่กันฟัง : อนาคตค้าปลีกไทยในเวทีเออีซี จะเป็นอย่างไร? : โดย...บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)