
ตร.เรียกเหยื่อประกันเงินกู้ให้ข้อมูล
ตำรวจเรียกชาวบ้านเหยื่อประกันเงินกู้มาสอบถามเพื่อรวบรวมข้อมูล พบชาวบ้านบางคนได้เบี้ยประกันคืน หลังบริษัทไม่รับทำประกัน แต่ยังได้เงินกู้ปกติ
ความคืบหน้ากรณีชาวบ้าน ต.ชอนน้อย อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี โดนหลอกให้ทำประกันชีวิตของบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการทำประกันหนี้เงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ร.ต.ท.ณัฐวัตร มิตรคุณ ร้อยเวร สภ.พัฒนานิคม ได้เรียกตัวแทนชาวบ้านมาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการทำประกัน
นายวิทยา ขันธุลา หนึ่งในชาวบ้าน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทไทยพาณิชย์ฯ ได้ติดต่อนางประหล่ำ หนูเส็ง ชาวบ้านที่ลูกชายที่ทำประกันเสียชีวิตแล้วไม่ได้สินไหมเพราะบริษัทแจ้งว่าไม่รับทำประกัน ว่าจะมาพบในวันอังคารที่ 11 ธันวาคม แต่จนถึงขณะนี้บริษัทไทยพาณิชย์ ยังไม่ได้ติดต่อมาว่าจะมาพบเวลาใด แต่ชาวบ้านได้นัดกันไว้แล้วว่า หากตัวแทนประกันมาเมื่อใด ชาวบ้านก็จะไปพบด้วย
ขณะเดียวกันมีชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการถูกหลอกทำประกันมาแสดงตัวเพิ่มอีก โดยนายสมบัติ สุระเกตุ ชาวบ้าน ต.ชอนน้อย อ.พัฒนานิคม บอกว่า กู้เงิน 1.5 ล้านบาท ทำประกันไปทั้งหมด 42,890 บาท โดยตัวแทนบริษัทประกันให้ไว้เพียงนามบัตร 1 ใบ ที่เขียนจำนวนเงินที่จ่ายไป ซึ่งนามบัตรดังกล่าวระบุชื่อและตำแหน่งว่าเป็น "เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจประกันชีวิต ธ.ก.ส." และที่หัวนามบัตรมีชื่อบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
นางเดือน สุระเกตุ ภรรยานายสมบัติ กล่าวว่า จ่ายเงินประกันไปในวันที่ทำสัญญากู้เงินกับ ธ.ก.ส. คือก่อนที่จะได้รับเงินกู้ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าจ่ายช้ากว่าคนอื่นอาจจะไม่ได้เงินกู้
เช่นเดียวกับนายสุนทร สุขประสิทธิ์ ชาวบ้านที่ทำประกันอีกคน กล่าวว่า ได้จ่ายค่าเบี้ยประกันทั้งหมด 94,710 บาท ไปตั้งแต่วันที่ทำสัญญาเงินกู้ เพราะธ.ก.ส.บอกว่าให้เตรียมเงินมาจ่ายด้วย ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ได้เงินกู้ และเท่าที่คุยกับคนที่เดือดร้อนทุกรายจ่ายเงินไปก่อนทั้งนั้น
ด้านนายวีระ พุกษา ชาวบ้าน ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม ซึ่งถูกปฏิเสธการทำประกันและได้เบี้ยประกันที่จ่ายไปคืนมาครบถ้วนจำนวน 4 หมื่นกว่าบาท กล่าวว่า บิดาของตนไปกู้เงิน ธ.ก.ส. 1.2 ล้านบาท แต่เนื่องจากบิดาอายุเกิน 60 ปี เจ้าหน้าที่จึงให้นำทายาทมาเป็นผู้กู้ร่วมเพื่อรับผิดชอบหนี้ และให้ตนทำประกัน โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นประกันหนี้ ซึ่งจะได้คืนเมื่อครบกำหนดจ่ายหนี้หมด คือ 5 ปี พร้อมกับดอกเบี้ย
"ผมถามเขาว่าจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันหลังจากได้เงินกู้ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกว่าได้ หลังจากได้เงินกู้มาผมจึงไปจ่ายค่าประกัน แต่ตอนหลังได้รับหนังสือจากบริษัทไทยพาณิชย์ฯ ว่ามีปัญหาบางประการ ไม่ยอมรับให้ทำประกัน และต่อมาก็โอนเงินค่าเบี้ยประกันมาให้ผ่านบัญชี ธ.ก.ส.ของผม" นายวีระ กล่าว
เช่นเดียวกับนายสมภพ ส้มแก้ว ที่ไปทำประกันเพราะพ่อที่กู้เงินอายุเกิน 60 ปี ซึ่งเขาจ่ายเงินไปหลังจากได้เงินกู้แล้ว และต่อมาก็ได้รับหนังสือแจ้งว่าไม่ผ่านการทำประกัน พร้อมคืนเงินค่าเบี้ยประกัน 41,500 บาทมาให้
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ทั้ง 2 รายดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์การทำประกัน แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเงินกู้ คือยังคงได้เงินกู้ตามปกติ ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.บอกว่าหากไม่ทำประกัน ก็จะไม่ได้เงินกู้



