
'EU'รับ'โนเบล-สันติภาพ'ที่นอร์เวย์
สหภาพยุโรป รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในฐานะที่มีบทบาทส่งเสริมสันติภาพ และสิทธิมนุษยชนในยุโรป หลังเผชิญหายนะจากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่ 2
11 ธ.ค. 55 ประธานคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบล ได้เรียกร้องให้อียู ใช้ความเป็นเอกภาพในการต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาค ขณะที่ผู้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นที่ศาลากลางกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ ล้วนเป็นผู้นำชาติยุโรปราว 20 คน รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีนางแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส และนายนิค เคร้ก รองนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ
นายธอร์บจอร์น ยักลันด์ ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบล ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและเหรียญโนเบล ให้กับโจเซ่ มานูเอล บาร์รอสโซ่ ประธานคณะกรรมาธิการอียู นายเฮอร์มาน ฟาน รอมปุย ประธานอียู และนายนายมาร์ติน ชูลซ์ ประธานรัฐสภายุโรป
ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบล กล่าวต่อประชาชนหลายร้อนคน ที่ร่วมปรบมือให้กับผู้ได้รับรางวัลว่า อียูมีบทบาทสำคัญในการทำให้ทวีปแห่งสงครามกลายเป็นทวีปแห่งสันติภาพ แต่ในปีนี้ ทวีปยุโรปต้องเผชิญกับการประท้วงจากการที่หลายประเทศ ที่ใช้เงินสกุลยูโร ต้องเผชิญกับวิกฤติหนี้ สร้างความตึงเครียดภายใน ขณะที่ตัวเลขการว่างงานพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวด คณะกรรมการได้ตัดสินใจมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้อียู ที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเติบขึ้่นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นว่า อดีตศัตรูเก่าเมื่อศตวรรษที่แล้ว เช่น เยอรมนีและฝรั่งเศส จะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก
เขายังได้กล่าวย้อนรำลึกถึงเหยื่อของสงครามและความรุนแรงในยุโรป 80 ล้านคน เมื่อศตวรรษที่แล้วว่า สันติภาพต้องไม่ได้มาด้วยการยินยอม แต่เราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาทุกวัน เมื่อเราต้องมาอยู่ร่วมกันแล้ว ก็ควรจะมั่นใจว่าเราจะต้องไม่สูญเสียในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา
ทั้งนี้ คณะกรรมการรางวัลโนเบลสันติภาพ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องมอบรางวัลโนเบลให้กับอียู ในช่วงที่กำลังเกิดการแตกแยก และกระแสความรุนแรงอันเนื่องจากการประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดในหลายประเทศ ซึ่งประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบล กล่าวเสริมด้วยว่า อียูจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อปกป้องสิ่งที่ได้รับมา รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาที่กำลังคุกคามประชาคมยุโรปอยู่ในขณะนี้
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



