
เทศกาลปีใหม่
เทศกาลปีใหม่ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นเวลาแห่งความรื่นเริง
ทุกปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาฉลองในบ้านเราเงินสะพัดมาก
ปีนี้ดูจะพิเศษขึ้นก็เพราะสถานการณ์การเมืองไม่ดีประมาทเมื่อไรมีเรื่องทันที
ปมมีตั้งแต่การดำเนินคดีกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงเรื่องที่รัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลงมติวาระ 3 ด้วย
โอกาสของมือที่สาม จะเข้ามาแทรกย่อมเป็นไปได้
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เองก็กำชับในช่วงปีใหม่ให้ตำรวจเน้นเรื่อง อาชญากรรม, ยาเสพติด,การดูแลนักท่องเที่ยว และยุทธวิธีจับกุมคนร้ายที่ใช้อาวุธก่อเหตุ ซึ่งอันหลังนี้ตำรวจเพลี่ยงพล้ำให้คนร้ายถี่ขึ้น
ขณะที่กลุ่มยาเสพติดเองก็พยายามปรับตัว ระยะหลังเริ่มแฝงเข้ามาในรูปของนักท่องเที่ยว เช่าบ้านหรือห้องพักผลิตเป็นรายย่อยขายในบ้านเราและส่งออก ยิ่งช่วงปีใหม่ยิ่งเนียนและกลมกลืนที่สุด
วันก่อน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรียกนายตำรวจระดับสารวัตรสายงานป้องกันและปราบปรามมาประชุมกำชับ ประเด็นเข้าตาประชาชนเลย
ก็เรื่องการเร่งรัดคดีที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านทั้งลัก วิ่ง ชิง ปล้น ไม่ใช่รับเฉพาะคดีที่สื่อมวลชนสนใจ หรือคดีที่นายสั่งหรือพวกมีเส้นเท่านั้น
ตำรวจต้องสนใจทุกคดี อย่าให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรมไปแจ้งหน่วยงานอื่น
ผบช.น. เน้นย้ำจากประสบการณ์ล้วนๆ นี่ขนาดผู้บังคับบัญชารู้ทันยังมีการเป่าคดีเป็นว่าเล่น
น.1 ยังกำชับให้ไปวางแผนป้องกันเหตุโดยเร็ว สร้างเครือข่ายแจ้งข่าวชุมชนทั้งจักรยานยนต์รับจ้าง, รปภ. หรือสายตามหอพัก ผู้ประกอบการร้านค้าช่วยติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ได้ 1 ล้านตัว เพื่อเก็บหลักฐานตามล่าตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น
ความจริงถ้าตำรวจทำในสิ่งที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กำชับไว้สักครึ่งเดียวรับรองอาชญากรรมลดลงแน่ ชาวบ้านมีความสุข แต่ที่ผ่านมาทำตรงกันข้ามหมด
ครั้งนี้ดูจะแปลกตาก็ตรงที่มีจัดอบรมกันเลยเพราะมีตำรวจย้ายมาจากต่างหน่วยหรือภูธรกันมาก จึงต้องเรียนรู้ปัญหาของเมืองหลวงให้เข้าใจโดยเร็ว
นี่ก็เป็นผลพวงจากการโยกย้ายแบบไม่ดูความรู้ ความสามารถ ความถนัดในงาน เลยต้องมาอบรมกันขนานใหญ่
ปีใหม่ปีนี้จะรู้เรื่องกันหรือเปล่าไม่รู้



