ข่าว

'นพดล'ชี้'แม้ว'เจ็บปวดหาโอกาสแจง

'นพดล'ชี้'แม้ว'เจ็บปวดหาโอกาสแจง

10 ธ.ค. 2555

'นพดล' ชี้ 'แม้ว' เจ็บปวดหาโอกาสแจง วอนทุกฝ่ายมองโลกแง่ดี 'ชัยสิทธิ์'ยันควรมีสิทธิพูด ปชป.คาดเครือข่ายทักษิณเหิมจนถึงจุดเหลืออด ปธ.รัฐสภาเตือนสติคนคิดแก้รธน.

               10ธ.ค.25 55 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณเป็นประธานเปิดการแข่งขันมวยไทยวอริเออส์ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปร่วมงานดังกล่าวเพราะเห็นว่าเป็นการจัดแข่งขันเทิดพระเกียรติจึงถือโอกาสนี้แสดงความจงรักภักดี จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่จ้องจะโจมตี มองโลกอย่างสร้างสรรค์บ้าง อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด

               ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้โอกาสนี้พูดชี้แจงเรื่องคลิปที่องค์การพิทักษ์สยามนำมาเปิดด้วยนั้น ความจริงแล้วพ.ต.ท.ทักษิณก็มีช่องทางสื่อสารได้หลากหลายอยู่แล้ว แต่เมื่อมีโอกาสตรงนี้ก็ใช้สิทธิปกป้องตัวเอง เพราะสิ่งที่ถูกกล่าวหาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และรู้สึกเจ็บปวด จึงต้องขอความเป็นธรรมบ้าง

               นายนพดล กล่าวอีกว่า การที่ฝ่ายตรงข้ามและพรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษหลบหนีคดี ไม่สมควรมาออกทีวีของภาครัฐนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็น่าจะรู้ดีว่าพ.ต.ท.ทักษิณเจอคดีหลังการรัฐประหาร  ต้องยอมรับว่าในประเทศไทยมีคนมอง 2 อย่าง มองกันคนละมุม เรามองอีกอย่างว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่นักโทษ เป็นเพียงผู้รับเคราะห์กรรมที่ถูกเล่นงานโดยการรัฐประหาร


“ชัยสิทธิ์”ยัน“ทักษิณ”ควรมีสิทธิได้ชี้แจง

               ด้านพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ"สำนักข่าวเนชั่น"ว่า การมาร่วมงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะรู้บ้างว่า ตนได้จัดให้มีการชกมวยไทย แต่ตนไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะมาหรือไม่ โดยได้มีการเตรียมแผนไว้ 2 ทาง คือ ทางแรกจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดงาน แต่ถ้าไม่มา ตนก็จะทำหน้าที่ในการเปิดงานเอง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าจะเดินทางมา

              “ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อะไรแอบแฝง เพราะจุดประสงค์คือการจัดการแข่งขันชกมวยเพื่อเฉลิมพระเกียรติแต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยคนหนึ่ง เมื่อรู้ว่าจะมีการจัดการแข่งขันชกมวยเพื่อเฉลิมพระเกียรติจึงได้เดินทางมาร่วมด้วย และอยากแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่สำคัญเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี จึงต้องให้เกียรติท่านเท่านั้น วันนั้นเมื่อเป็นใครใครก็จะต้องให้พูด เพราะเป็นผู้ใหญ่ในแผ่นดินมาก่อน ผมไม่ได้เข้าข้างใครหรอก เพียงแต่จะต้องให้โอกาสกับ พ.ต.ท.ทักษิณบ้าง” พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวและว่า
  
              ทั้งนี้ตนเช่าเวลาและเสียเงินให้กับทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 อยู่แล้ว เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาร่วม และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี  จึงได้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานในการเปิดงาน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดอะไรกับประชาชนก็ให้พูดหากมีโอกาส ตนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดนิดเดียว และไม่ได้เดือดร้อนใคร เพียงแต่เสียเวลาไปนิดหน่อย แต่เท่าที่ดูก็มีเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก ดังนั้นเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มีโอกาสแก้ตัวบ้างก็ให้ต้องให้โอกาสได้พูดได้ชี้แจงบ้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ชั่วร้ายอะไร แต่มีเพียงคนพวกเดียวที่คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชั่วร้าย ตนแฟร์ที่สุด ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น
               
              “พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว เขาก็ทำได้ ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อได้มีการตกลงกันผม และผมก็ได้มีการเช่าทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ไว้ ส่วนผู้จัดจะดำเนินการอย่างไรต่อไปก็เป็นสิทธิ์” พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวและว่า 

              ตนมองว่า การพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้ คล้าย ๆ เหมือนกับคน หรือ นักโทษที่สำนึกผิดอะไรได้ก็ให้โอกาสเขาได้พูด มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายอะไร ทั้งนี้ตนได้เช่าเวลาทางช่อง 11 ไว้แล้ว แต่ที่เสียหายคนดูอาจจะอึดอัดหน่อย แต่คนดูก็ไม่ได้ว่าอะไร คนมาเก๊าก็ชอบ และเราจัดมวยสนุกมากและเยี่ยม คนมาเก๊ามาดูเยอะมาก
 

คาดเครือข่ายทักษิณเหิมจนถึงจุดปชช.เหลืออด

               นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนี้แสดงถึงความเหิมเกริมของเครือข่ายทักษิณ เชื่อว่ามีอำนาจรัฐอยู่ในมือทำอะไรได้ทุกอย่าง โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมหรือนิติรัฐ รวมทั้งความรู้สึกของประชาชน เชื่อว่าจากนี้ไป เครือข่ายทักษิณก็จะเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงประชาชนหมดความอดทน


ปธ.รัฐสภาเตือนสติคนคิดแก้รธน.ทำไมต้องไปเดินทางลูกรัง

               นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ที่ 10 ธันวาคม ต่อการให้ความสำคัญกับตัวบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่า แนวคิดที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่เสนอให้เดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 นั้น ส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ไขอยู่แล้ว ส่วนจะแก้อย่างไร ในรายละเอียดของหลักการยังไม่ได้ข้อสรุป

               “การเดินหน้าลงมติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นเรื่องที่คณะทำงานพรรคร่วมจะพิจารณาเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาและสรุปออกมาอีกครั้ง ส่วนแนวทางจะเป็นการตั้งส.ส.ร.หรือไม่นั้น ผมไม่อยากก้าวล่วง ปล่อยให้เป็นเรื่องคณะทำงานพิจารณา ถ้าถามในความเห็นส่วนตัว ผมขอเรียนสั้นๆ ว่า มีถนนคอนกรีตให้เดินทำไมต้องไปเลือกถนนลูกรัง” ประธานรัฐสภา กล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินเข้าห้องทำงานโดยไม่ตอบข้อซักถามอื่นๆ ของสื่อมวลชน
                        
               ด้านนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าว ว่า  ตนเชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถทำได้สำเร็จ หากไม่ได้แก้ไขในทัศนคติของคนในสังคม ที่มีแนวคิดที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จนั้นต้องเริ่มแก้ไขที่ตัวคนก่อน


“สุธาชัย”เสนอแก้ไขยกเลิกองคมนตรี

               ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว มีการเสวนาเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ โดยคณะราษฎร 2555 ในหัวข้อ “80ปี รัฐธรรมนูญ ทำอย่างไรให้เป็นของประชาชน” นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นรัฐสภาควรเดินหน้าลงมติในวาระ3ทันที  ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปควรจะเป็นอย่างไรในสัดส่วนขององคมนตรี ถ้าถามใจตนคิดว่าควรจะมีการยกเลิกหรือไม่ควรใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ