ข่าว

สตรีจัดลอยกระทงสายเพื่อสันติวันรธน.

สตรีจัดลอยกระทงสายเพื่อสันติวันรธน.

10 ธ.ค. 2555

องค์กรสตรีและสันติภาพจัดงาน สานสันติภาพสู่ชายแดนใต้และยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงวันรัฐธรรมนูญ สวนสันติชัยปราการ ร่วมลอยกระทงสายเพื่อสร้างสันติ

                  10ธ.ค.2555 บทบาทการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ นอกจากเป็นหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่ต้องรับผิดชอบเป็นหลักสำคัญโดยตรงแล้ว ยังเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคมที่ต้องมีบทบาทในการสานสร้างความสงบให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้หญิงในพื้นที่ความขัดแย้งซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบทั้งจากการสูญเสียสมาชิกในครอบครัว และการถูกกระทำโดยตรงและต้องการโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดวางแผนสร้างสันติภาพและความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในชุมชน และต่อชีวิตของหญิงและเด็ก พวกผู้หญิงเชื่อว่า สันติภาพจะช่วยรักษาธำรงวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่งดงามสืบทอดอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีมาหลายศตวรรษ ความรุนแรงอันเกิดจากความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้เป็นอุปสรรคในการที่จะเข้าถึงชีวิตที่ปลอดภัย และการเข้าถึงโอกาสแห่งการพัฒนา ความเสมอภาคและความเท่าเทียมของประชาชนโดยเฉพาะของผู้หญิง ซ้ำยังทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และความรุนแรงการคุกคามทางเพศแก่ผู้หญิงด้วย

                   คณะมนตรีความมั่นคงองค์การสหประชาชาติได้มีมติ 1325 อันเป็นมติสำคัญอันดับแรกที่ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงและเด็กในสถานการณ์ความขัดแย้ง และเรียกร้องให้มีมาตรการจัดการปัญหาความรุนแรงทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นแก่หญิงและเด็ก รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในการกำหนดตัดสินใจในการดำเนินงานเพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ ด้วยเหตุนี้จึงสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้หญิงจากหลายชุมชนในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ความรุนแรงและความขัดแย้งและต้องการสานสามัคคีกับผู้หญิงในทุกภาคส่วน ทุกศาสนาและความเชื่อ เพื่อร่วมกันสร้างสานสันติภาพให้เกิดขึ้น เพราะในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาร่วมแปดปีได้มีการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และบาดแผลอันยากที่จะเยียวยานับจำนวนมากมาย และถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยทุกภาคส่วนจำเป็นที่จะต้องร่วมกันออกมาแสดงพลังเพื่อสนับสนุนและสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่พื้นที่ในชายแดนภาคใต้ และยุติความรุนแรงทุกรูปแบบที่หญิงและเด็กกำลังเผชิญอยู่จากความขัดแย้ง

                   ความรุนแรงต่อผู้หญิงได้รับการตระหนักและยอมรับว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงที่ครอบคลุมทั้งความรุนแรงในพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ อันรวมถึงความรุนแรงอันเกิดจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และการไม่ดำเนินการของรัฐ เพราะความรุนแรงทำให้ผู้หญิงไม่สามารถดำเนินชีวิตที่มั่นคงและสงบสุขได้ ด้วยเหตุนี้กลุ่มผู้หญิงในชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงจึงได้ประสานความพยายามร่วมกับกลุ่มองค์กรผู้หญิงเพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิงโดยดำเนินการหยุดยั้งความขัดแย้งทางอาวุธ และสานสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น

                   วันที่ 10  ธันวาคมของทุกปี นอกจากเป็นวันที่ทั่วโลกรู้จักและรำลึกถึงว่าเป็นวันสิทธิมนุษยชนสากลแล้ว สำหรับประเทศไทยยังนับเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในการเรียกร้องสิทธิความเป็นคนของผู้หญิง ที่มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรบันทึกทางประวัติศาสตร์ไทยที่ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายที่ปฏิบัติเสมือนผู้หญิงเป็นควายผู้ชายเป็นคน โดยในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2408  อำแดงเหมือนได้ถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งสุทไธศวรรย์ เพื่อขอสิทธิที่จะกำหนดตัดสินใจเลือกกำหนดชีวิต โดยการเลือกคู่ครองของตนเองนอกจากนี้ยังมีอำแดงจั่นที่ถวายฎีกาในช่วงเดียวกันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมที่จะไม่ต้องตกเป็นสมบัติให้สามีซื้อขายได้ตามอำเภอใจ ดังนั้นวันที่ 10  ธันวาคม จึงนับว่ามีความสำคัญยิ่งต่อสตรีไทย เพราะเป็นวันที่ผู้หญิงชาวบ้านสองคนได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิในการกำหนดตัดสินใจต่อชีวิตและเนื้อตัวร่างกายของตน รวมทั้งสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองให้ดำรงชีวิตโดยปราศจากความรุนแรงในพื้นที่ส่วนตัว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตและให้โอกาสในการเลือกกำหนดตัดสินใจชีวิตของผู้หญิงนับแต่นั้นมา

                   ดังนั้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการต่อสู้ของหญิงไทย และวันสิทธิมนุษยชนสากล  ทางคณะทำงานซึ่งมาจากความร่วมมือหลากหลายกลุ่มองค์กรเครือข่ายทำงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง ประกอบด้วยมูลนิธิผู้หญิง มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ เครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพ เครือข่ายชุมชนศรัทธา เครือข่ายผู้หญิงอีสาน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายผู้หญิงปกป้องสิทธิที่ดินและเกษตรกรรมยั่งยืน กลุ่มผู้หญิงเครือข่ายสลัมสี่ภาค ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูนิเวศน์วัฒนธรรมชุมชนเทือกเขาเพชรบูรณ์  สถานทูตอังกฤษ ยูเอ็นวีเมน องค์การแตร์เดซอม เยอรมัน ประเทศไทย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

                   ได้ร่วมกันดำเนินโครงการ สานสันติชายแดนใต้และยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ในวันจันทร์ที่ 10  ธันวาคม 2555  ตั้งแต่เวลา 14.00-19.30 น. ณ สวนสันติชัยปราการ บางลำพู เพื่อร่วมรณรงค์สร้างสันติภาพและชีวิตที่ปลอดภัยปราศจากความหวาดกลัวและความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิงและเด็กหญิง อันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและหลักประกันที่จะดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน ตลอดทั้งสร้างความตระหนักถึงรูปแบบต่างๆ ของความรุนแรงรวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในพื้นที่ชายแดนใต้

                   ภายในงานจะมีการรวมตัวกันของกลุ่มผู้หญิงจากหลายเครือข่ายจำนวนกว่า 300 คนได้แก่ กลุ่มผู้หญิงมุสลิมที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในภาคใต้ กลุ่มเครือข่ายผู้หญิงจากทั่วประเทศ องค์การและเครือข่ายภาคประชาสังคมด้านสิทธิมนุษยชน เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐรวมถึงบุคลทั่วไป

                   งานเริ่มขึ้นเวลา 15.00น. ด้วยการแสดงต้อนรับ: กลุ่มผู้หญิงชายแดนใต้: Cultural performance of southern women  หลังจากนั้น กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์: Welcome address  โดย รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง     องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย    การแสดงทางวัฒนธรรม: Cultural performances

                   เสวนาความรุนแรงต่อผู้หญิง และ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน: Plenary on
Violence Against Women in the Deep South and Women Human Rights Defenders
    แยน๊ะ สะแลแม                  ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
    ปาติเมาะ เปาะอิแตดาโอ๊ะ  สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ
    คอลีเยาะ หะหลี                 ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน    
    ศิริพร สะโครบาเนค           มูลนิธิผู้หญิง
    วิสา เบ็ญจมโน                  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
    พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง           ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
  *พลโท อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์     แม่ทัพภาคที่ 4
    อารีวรรณ จตุทอง             ผู้ดำเนินรายการ

                   การแสดงดนตรีเพื่อสันติภาพ: วงโฮปแฟมิลี่: Music by Hope Band

                   อ่านบทกวีเพื่อสันติภาพ: Poetry for Peace โดยวันรวี รุ่งแสง, เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์, อังคาร จันทาทิพย์, ที่จันทร์ ทอฉาย  คำประกาศสานสันติชายแดนใต้และยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง:
Declaration on Weaving Peace in the Deep South and Ending Violence Against Women

                   ละหมาดฮายัตและภาวนาเพื่อสันติภาพและยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง
Solidarity Praying for Peace in the Deep South and Ending of Violence Against Women ปิดท้ายด้วยพิธีลอยกระทงสายเพื่อสร้างสันติ : Loy Kratong Sai

                   ขณะเดียวกันสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหน่วยงานที่ทำงานด้านสันติวิธีและสิทธิมนุษยชน มีความประสงค์จะเปิดพื้นที่สาธารณะในด้านการใช้ศิลปะเพื่อการก้าวพ้นความขัดแย้ง การพูดคุยเกี่ยวกับสันติวิธีผ่านประสบการณ์ทั้งในและนอกประเทศ และการฝึกปฏิบัติการสันติวิธีในพื้นที่สาธารณะ จึงจะจัดงาน “ศิลปะกับการก้าวพ้นความขัดแย้ง” ขึ้น ประกอบด้วยการแสดง ดนตรี ละคร กวี การสนทนา และการฝึกปฏิบัติการสันติวิธี ในวันที่ 15 ธันวาคม 2555 เวลา 10.00-18.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ถนนพญาไท