ข่าว

โวยหลอก'ทำประกัน'อดได้เงินทดแทน

โวยหลอก'ทำประกัน'อดได้เงินทดแทน

10 ธ.ค. 2555

ชาวบ้านลพบุรีโวยกู้เงิน ธ.ก.ส. ถูกบังคับทำประกันหนี้ เรื่องแดงหลังมีชาวบ้านตายแต่ไม่ได้เงิน ด้านธ.ก.ส.ยันพร้อมจ่ายเงินทดแทนแล้ว ชี้ผิดพลาดในเงื่อนไขกรมธรรม์

              สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา นางรสสุคนธ์ จำปาดิบ อายุ 40 ปี สมาชิก อบต.ชอนน้อย อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี นำชาวบ้านกว่า 50 คนซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เข้าพบ พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ ทองเพียร ผกก.สภ.พัฒนานิคม ให้ช่วยติดตามเรื่องหลังจากที่ชาวบ้านทั้งหมดได้กู้เงินกับ ธ.ก.ส. เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา และทาง ธ.ก.ส.บังคับให้ทำประกันหนี้กับบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เนื่องจากหากผู้กู้เสียชีวิตระหว่างยังใช้หนี้ไม่หมด ทายาทจะได้ไม่ต้องรับภาระหนี้ หากชาวบ้านไม่ทำประกันทาง ธ.ก.ส.ก็จะไม่อนุมัติเงินกู้ให้

              นางรสสุคนธ์ กล่าวว่า ในการทำประกันทางบริษัทไทยพาณิชย์ฯ ได้มาตั้งโต๊ะทำกันบน ธ.ก.ส. โดยมี 2 ส่วนคือ ส่วนแรกทำแล้วเงินสูญ อัตราดอกเบี้ยประกันอยู่ที่ 1แสนบาทต่อ 600 บาทต่อปี ส่วนที่ 2 ทำแล้วได้เงินคืน โดยพนักงานบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต บอกกับชาวบ้านว่าจะได้เงินคืนเมื่อครบ 3 ปี หรือ 5 ปีหลังจากใช้หนี้หมด โดยเงินส่วนนี้จะได้คืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 2 จึงมีชาวบ้านจำนวนมากทำประกันส่วนนี้เพิ่มไปด้วย ซึ่งในส่วนหลังนี้พนักงานไม่ได้ให้เอกสารอะไรไว้ บอกเพียงว่าจะส่งกรมธรรม์มาให้ภายหลัง และเก็บเบี้ยประกันไปก่อน โดยชาวบ้านแต่ละคนจะจ่ายประกันส่วนนี้ไม่เท่ากัน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณรายละ 2-4 หมื่นบาท

              นางรสสุคนธ์ กล่าวอีกว่า ที่ชาวบ้านทั้งหมดมาร้องเรียนครั้งนี้เพราะจ่ายเงินค่าประกันไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้วแต่ทางบริษัทไทยพาณิชย์ฯ ยังไม่ได้ส่งเอกสารกรมธรรม์มาให้ชาวบ้านเลย ซึ่งชาวบ้านเคยมาทวงถามจากทาง ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นที่ที่ชาวบ้านทำประกัน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จนล่าสุดเกิดเหตุนายวินัย หนูเส็ง ลูกชายของนางประหล่ำ หนูเส็ง อายุ 68 ปี ชาวบ้านตำบลชอนน้อย ซึ่งทำประกันหนี้แบบแรกไว้เสียชีวิต นางประหล่ำจึงมาติดต่อ แต่ทาง ธ.ก.ส.กับบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต บอกว่าไม่สามารถยกหนี้ให้ได้ เพราะไม่ได้รับลูกชายนางประหล่ำเข้าโครงการประกันหนี้ เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีการแจ้งให้ทราบมาก่อน ชาวบ้านจึงเอะใจ เกรงว่าประกันที่พวกเขาทำไว้จะมีปัญหาด้วย จึงรวมตัวกันมาขอความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ ธ.ก.ส. แต่ไม่ได้คำตอบ จึงรวมตัวกันมาแจ้งความ

              นายสุนทร สุขประสิทธิ์ ชาวบ้าน ต.ชอนน้อย ซึ่งทำประกันไปทั้ง 2 ส่วน กล่าวว่า ตนกู้เงินจาก ธ.ก.ส. จำนวน 1.5 ล้านบาท ซึ่งทางธนาคารบอกว่าต้องทำประกันหนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไม่ให้กู้ โดยส่วนแรกจ่ายไป 3,000 บาท ในวงเงินประกัน 5 แสนบาท และส่วนที่ 2 อีก 34,710 บาท โดยพนักงานประกันบอกว่าจะได้คืนเมื่อจ่ายครบ 3-5 ปี พร้อมดอกเบี้ย และบอกว่าจะส่งกรมธรรม์มาให้ทีหลัง แต่จนถึงป่านนี้ยังไม่ได้รับเลย

              "ผมเพิ่งมารู้เมื่อวันที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันมาคุยกับตำรวจว่า มันคือประกันชีวิต ไม่ใช่ประกันหนี้ ถ้าผมรู้ว่าเป็นประกันชีวิตผมจะทำทำไม เพราะผมมีประกันอยู่ 3 ใบแล้ว" นายสุนทร กล่าว

              นายจำนง ศาลา ชาวบ้านอีกคน กล่าวว่า กู้เงินจาก ธ.ก.ส. 1 ล้านบาท นอกจากในส่วนประกัน 1 แสนบาทต่อ 600 บาทแล้ว ยังทำประกันไปอีก 3 หมื่นบาท เขาบอก 5 ปีจะได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย พอทวงใบเสร็จ เขาก็บอกไม่ต้องกลัวเดี๋ยวส่งมาให้พร้อมกรมธรรม์ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้รับอะไรเลย เรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล ส่วนกรณีของนางประหล่ำ ที่ลูกชายเสียชีวิตนั้น ทำประกันไปเพียงส่วนแรกส่วนเดียว คือ จ่ายไป 2,100 บาท ปัญหาคือที่ผ่านมาไม่เคยมีการแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่ามีการปฏิเสธการทำประกัน เมื่อไม่ได้แจ้งมา ชาวบ้านก็ต้องเข้าใจว่าเขาได้ทำประกันไปแล้ว

              นายจำนง กล่าวว่า ล่าสุดทางบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ได้ประสานมาว่าจะมาเจรจากับนางประหล่ำที่บ้านในวันอังคารที่ 11 ธันวาคมนี้

              ด้าน พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ ทองเพียร ผกก.สภ.พัฒนานิคม กล่าวว่า กรณีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือชาวบ้าน ธ.ก.ส. และบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยชาวบ้านมากู้เงิน ธ.ก.ส. แล้ว ธ.ก.ส.บอกว่าต้องทำประกัน โดยเอาบริษัทไทยพาณิชย์ฯ มาเป็นผู้ทำประกันให้ชาวบ้าน ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือ 1.หลังจากผ่านไป 4-5 เดือนชาวบ้านยังไม่ได้รับกรมธรรม์ 2.มีชาวบ้านที่ทำประกันเสียชีวิต แล้วไม่ได้เงินสินไหม 3.ชาวบ้านเพิ่งมารู้ว่าประกันที่พวกเขาทำเพราะเข้าใจว่าเป็นประกันหนี้กลายเป็นประกันชีวิตที่ต้องส่ง 20 ปี พวกเขาจึงต้องการยกเลิกและถามว่าจะต้องทำอย่างไร

              "ที่คุยกันวันก่อนทางตำรวจทำบันทึกข้อความไว้ ยังไม่ได้เป็นการแจ้งความ เพราะเป็นเพียงการเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ซึ่งตัวแทนของบริษัทประกันภัยที่มาก็ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจอะไร เขาจึงขอเวลา 1 เดือนเพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ผมจึงให้ทั้ง 3 ฝ่ายมาเจอกันวันที่ 6 มกราคม ปีหน้า ให้ทางบริษัทประกันภัยเอาคำตอบมาให้ชาวบ้านในทุกประเด็น" พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ กล่าว

              ผกก.พัฒนานิคม กล่าวด้วยว่า การที่เก็บเงินชาวบ้านไป แล้วมาบอกทีหลังว่าไม่รับทำประกัน ชาวบ้านจะรู้ได้อย่างไร และเงินที่ชาวบ้านจ่ายไป 4-5 เดือนแล้วไปกองอยู่ที่คุณ มันก็ต้องมีดอกผล และกรณีที่ชาวบ้านบอกจ่ายเงินแล้วไม่ออกหลักฐานให้ ก็ต้องมาดูว่าเป็นเพราะมีความผิดพลาดอะไร หรือเป็นเพราะมีการฉ้อโกง เรื่องนี้ทาง ธ.ก.ส.ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย อย่างน้อยก็ต้องช่วยให้ความร่วมมือในการแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะเรื่องเกิดในบ้านคุณ ถ้ามีการฉ้อโกงจริง งานนี้ ธ.ก.ส.ก็เหมือนเปิดบ้านให้โจร อย่างไรก็ตาม ควรจะมีการตรวจสอบกันว่า ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหรือไม่

              ขณะที่นายบุญไทย แก้วขันตี ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางธนาคารได้ประสานไปยังบริษัทไทยพาณิชย์ประกันภัย เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับข้อร้องเรียนของลูกค้าสินเชื่อที่ได้ทำประกันกับทางบริษัทแต่ไม่สามารถเคลมสินไหมทดแทนได้ โดยทางบริษัทได้รับทราบถึงข้อร้องเรียนดังกล่าว และพร้อมที่จะชดใช้ค่าสินไหมให้แก่ผู้เอาประกัน ซึ่งในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ทางบริษัทและตัวแทนของธนาคารจะเชิญลูกค้าที่ร้องเรียนมาหารือในรายละเอียดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ

              ทั้งนี้สาเหตุของข้อร้องเรียนกรณีดังกล่าว ในเบื้องต้นทราบว่าเกิดจากเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่ตีความไม่ตรงกันระหว่างรายละเอียดของกรมธรรม์กับทางบริษัท ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดในรายละเอียดของเงื่อนไข กล่าวคือ ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ระบุว่า กรณีที่ผู้กู้หรือผู้ค้ำเสียชีวิต ผู้เอาประกันสามารถเคลมประกันได้ ขณะที่ บริษัทปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว โดยระบุว่าจะจ่ายค่าสินไหมให้เฉพาะกรณีของผู้กู้เสียชีวิตเท่านั้น อย่างไรก็ดี ทางธนาคารได้เข้าไปพิจารณาเงื่อนไขแล้วเห็นว่า ทางบริษัทควรที่จะรับเงื่อนไขกรมธรรม์ และจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้กู้ ซึ่งทางบริษัทก็พร้อมที่จะดำเนินการตามนั้น

              “ขณะนี้ เราได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายเพียง 1 ราย ส่วนจะมีลูกค้าสินเชื่อค้ำประกันอื่นๆ ที่อยู่ในข่ายอีกหรือไม่นั้น เราจะลงพื้นที่ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ เพื่อสำรวจดูว่า มีจำนวนกี่ราย เพื่อหาทางแก้ไข ซึ่งในจุดนี้ ต้องขอเรียนกับทางลูกค้าทุกรายที่ทำประกันสินเชื่อว่า จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น” นายบุญไทย กล่าว

              สำหรับวัตถุประสงค์ของการทำประกันสินเชื่อของธนาคาร คือ เพื่อบรรเทาภาระของผู้กู้ หรือทายาท กรณีที่ผู้กู้เสียชีวิตหรือเกิดอุบัติเหตุทำให้ร่างกายเกิดทุพพลภาพ ไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ อย่างไรก็ดี ทางธนาคารไม่ได้บังคับให้ลูกค้าต้องทำประกันสินเชื่อ โดยให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของลูกค้าเอง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกทำประกันกับบริษัทประกันแห่งใดก็ได้ที่ขึ้นทะเบียนกับทางธนาคาร โดยที่เบี้ยประกันก็จะขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้ ปัจจุบันมีลูกค้าที่ทำประกันสินเชื่อโดยสมัครใจจ่ายเบี้ยประกันเองอยู่ประมาณ 1 ล้านราย แต่สำหรับลูกค้าชั้นดี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านราย ทางธนาคารจะดำเนินการทำประกันสินเชื่อให้โดยที่ลูกค้าไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแต่อย่างใด

...................

(หมายเตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)