ข่าว

ภท.นัดสส.ถกทิศทางโหวตรธน.วาระ3

ภท.นัดสส.ถกทิศทางโหวตรธน.วาระ3

10 ธ.ค. 2555

พรรคภูมิใจไทย นัดส.ส.ถกทิศทางโหวตรธน.วาระสาม 23ธ.ค.นี้ เผยจะคำนึงความสงบบ้านเมือง-คำวินิจฉัยศาลรธน.เป็นหลัก ไม่อิงความเห็นรัฐบาล-ปชป.

          วันที่ 10 ธ.ค.55 นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังวางพานพุ่มดอกไม้ เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่7 เนื่องในวันรัฐธรรมนูญถึงประเด็นการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว แม้จะมีการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแล้ว ทั้งนี้พรรคได้นัดส.ส.พรรคภูมิใจไทยหารือเพื่อกำหนดทิศทางอีกครั้งในการประชุมพรรควันที่ 23 หรือ 24 ธ.ค.นี้ เบื้องต้นพรรคเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่การตัดสินใจร่วมลงมติหรือไม่ ต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โทษทางกฎหมายในประเด็นที่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงสถานการณ์ของบ้านเมืองเป็นหลัก โดยพรรคภูมิใจไทยจะยึดหลักความสงบเรียบร้อยของสถานการณ์ทางการเมืองเป็นหลัก ทั้งนี้การใช้ดุลยพินิจของส.ส.ในพรรค จะไม่ยึดโยงกับความเห็นของฝ่ายรัฐบาล หรือพรรคประชาธิปัตย์
 
          นายศุภชัยกล่าวต่อว่า  ในความเห็นส่วนตัวมองว่าช่วงจังหวะนี้ไม่ควรรีบเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นการเร่งสถานการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง นอกจากนั้นแล้ว ตนมองว่าหากคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจริง เนื้อหาเกินครึ่งน่าจะยังคงเหมือนเดิม ดังนั้นทางที่ดีควรหารือร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อหาจุดร่วม ที่ไม่สร้างความขัดแย้ง เช่น มาตรา 237 ว่าด้วยเรื่องการยุบพรรค




"วุฒิสาร" แนะการรณรงค์แก้รธน. ต้องทำเชิงสาระว่าแก้ไขอะไร-คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา
          นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ต้องเคารพ แต่รัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถที่ปรับปรุงแก้ไขได้ตามสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงของห้วงเวลาที่เหมาะสม โดยการแก้ไข เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง มีหลักสำคัญที่ต้องยึด คือ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทที่พูดถึงเรื่องของประชาธิปไตยภายใต้ระบอบพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการปรับปรุงแก้ไขต้องคำนึงถึงประเพณี วัฒนธรรม ประเทศหรือบ้านเมือง
  
          นายวุฒิสาร ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เริ่มต้นโครงการรณรงค์สร้างความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันรัฐธรรมนูญ นี้ว่า กระบวนการสำคัญของการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในภาวะที่สังคมไม่ให้ความไว้วางใจ คือ การสื่อสารไปยังประชาชนในเชิงสาระว่าจะแก้ไขอะไรในรัฐธรรมนูญ และต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมาหลังการลงมติด้วย ว่าจะเพิ่มความเสี่ยง และสังคมจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการเปลี่ยนแปลง
  
          “ความจริงหากแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยึดพื้นฐานที่ว่า อะไรที่ตกลงกันได้ แก้ไขกันได้ ก็ให้แก้กันไปก่อน ไม่จำเป็นต้องทำทั้งฉบับ เพราะสถานการณ์แบบนี้คนยังอยู่บนพื้นฐานของความไม่ไว้วางใจ ส่วนฝ่ายกลไกรัฐที่เป็นตัวขับเคลื่อนการรณรงค์ ต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมา ทุกแง่มุม ดังนั้นกระบวนการที่ทำให้สังคมเห็นตรงกัน เข้าใจตรงกันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ากระบวนการประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก แต่ขณะเดียวกันเสียงข้างมากต้องสร้างการยอมรับในสังคมนั้น” นายวุฒิสาร กล่าว