ข่าว

'สโมคกิง-โจ'แม้ควันจางก็ไม่หายไป

'สโมคกิง-โจ'แม้ควันจางก็ไม่หายไป

10 ธ.ค. 2555

'สโมคกิง โจ' แม้ควันจางแต่ก็ไม่เคยหายไป : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ

                            บุคลิกนิ่งเฉยเย็นชา แฝงไว้ด้วยความโหดร้ายจากรอยยิ้ม เหี้ยมเกรียม และแววตาดุๆ ที่ชวนให้รู้สึกอยากหลีกเหลี่ยงหนีให้ไกล เป็นคำบอกเล่าบุคลิกของ โจ ฟราเซียร์ ตำนานมวยโลกรุ่น เฮฟวีเวท ชาว อเมริกัน ได้เป็นอย่างดี

                            สำหรับเด็กไทยนั้น ในวันเสาร์ที่ 12 มกราคมปีหน้า คือวันวันหนึ่งที่ส่งให้เด็กหลายคนใช้เป็นวันผจญภัยแห่งวัย กับความหมาย "วันเด็กแห่งชาติ" แต่สำหรับ "สโมคกิง โจ" เขาได้ก้าวข้ามวัยเด็กมานานมากแล้ว เพราะวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2013 สำหรับเขา มันคือวันคล้ายวันเกิดปีที่ 69 ทว่าเขามาไม่ถึง เพราะเขากลายเป็น "ปีเตอร์แพน" หยุดอายุตัวเองไว้ที่ 67 ปี ในดินแดนแห่งนิรันดร์ เมื่อพฤศจิกายนปีก่อน

                            และเพื่อไว้อาลัยแด่การจากไปของเขาครบ 1 ปี "อีเอสพีเอ็น" สถานีโทรทัศน์กีฬาของสหรัฐอเมริกา ได้เก็บฟุตเทจในอดีตของเขา มาไว้บนเว็บไซต์ http://www.joefrazierfilm.com/ ด้วยชื่อหน้าเพจว่า "โจ ฟราเซียร์ เวน เดอะ สโมค เคลียร์" เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในช่วงทศวรรษ 70 สำหรับวงการมวยสากลอาชีพรุ่นเฮฟวีเวท ถือเป็นช่วงที่ดวงดาวช่างสว่างจนตามืดมัว โดยเฉพาะ 3 ดวงเด่นที่เจิดจรัส ได้แก่ มูฮัมหมัด อาลี, จอร์จ โฟร์แมน และฟราเซียร์

                            เรียกได้ว่าทั้งสามคน บอกเล่าเรื่องราวของศึกมวยโลกรุ่นยักษ์ ที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นและดุเดือดเลือดพล่าน และฟราเซียร์ ถือเป็นนักชกคนแรกที่ตะบัน "แบล็กซูเปอร์แมน" ลงไปนอนนับ 8 และเป็นคนแรกที่มอบความพ่ายแพ้ให้อาลี บนสังเวียนผ้าใบ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในชื่อการชกว่า ไฟท์ ออฟ เซนจูรี "ศึกแห่งศตวรรษ" เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1971 ของ สมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ)

                            ตลอดการชก 15 ยก ทั้งคู่ต่างเข้าชกกันเหมือนโกรธกันมาเป็นศตวรรษ สมชื่อรายการ โดยเฉพาะ 7 ยกแรก อาลี ตะบันหน้าฟราเซียร์ จนปูดบวม ก่อนที่เขาจะเริ่มมุดคลุกวงในอัดลำตัวอย่างต่อเนื่อง จนสามารถส่งอาลีลงไปนอนนับ 8 ได้ในยกสุดท้าย แม้เขาจะไม่สามารถน็อกอาลี แต่ "สโมคกิง โจ" ก็ชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ แถมบทบาทของกล้องทุกตัวข้างสังเวียนนี้ สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ฟราเซียร์ ผู้ถูกบันทึกภาพได้เป็นอย่างดีว่า...เขาเกิดมาเพื่อเป็นดาว

                            ทว่าความรักและความเจ็บปวด...บางทีมนุษย์อาจต้องการทั้งสองอย่างมากพอๆ กัน เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองยังมีลมหายใจอยู่ เช่นเดียวกับฟราเซียร์ ที่ต้องมาประหมัดกับ จอร์จ โฟร์แมน ซึ่งน้ำหนักหมัดของเขาเป็นความจริงที่ไม่อาจถูกบิดเบือนได้ หลังจากคล้อง เหรียญทอง โอลิมปิก 1968 พร้อมสถิติชนะน็อกนับครั้งไม่ถ้วน เขาในฐานะผู้ท้าชิงเข็มขัดแชมป์ก็ส่ง "สโมคกิง โจ" ลงไปนอนกองกับพื้นถึง 6 ครั้ง กระทั่ง อาเธอร์ แม็คเคนเต กรรมการบนเวทีวันนั้น ต้องสั่งยุติการชกเพียงแค่ยกที่ 2 และเป็นความปราชัยหนแรกของฟราเซียร์ หลังทำสถิติชนะรวด 29 ไฟท์ โดยเป็นการชนะน็อกถึง 26 ครั้ง

                            หลังจากนั้น "สโมคกิง โจ" ยังกลับมาตะบันหน้ากับอาลี และโฟร์แมน อีกครั้ง ในเส้นทางมวยอาชีพ แต่หากว่าไปแล้ว หลังพ่ายโฟร์แมน หนแรก ทำให้เขากลับมายิ่งใหญ่เทียบเท่าอดีตไม่ได้อีกเลย สถิติการชกตลอด 16 ปี ของฟราเซียร์ ชนะ 32 แพ้ 4 เสมอ 1 โดยเป็นชนะน็อก 27 ครั้ง และการแพ้ทั้ง 4 ครั้ง ก็เป็นการแพ้เพื่อนร่วมอาชีพเพียง 2 คนเท่านั้น คือ อาลี กับ โฟร์แมน...ในช่วงท้ายของชีวิต "สโมคกิง โจ" มีความสุขอยู่กับการอุทิศตัวให้การกุศล

                            แม้นักมวยสากลอาชีพหลายคนจะมีพรสวรรค์แบบเลือกเข็มขัดแชมป์ได้ แต่น่าแปลกตรงที่ถ้าจะชกให้เป็น "ตำนาน" นั้น คุณไม่มีสิทธิ์เป็นผู้เลือก สิ่งเดียวที่ทำได้คือ หวังว่า "ตำนาน" ที่คุณหวังจะเป็นนั้น ต้องเลือกคุณด้วย

 

---------------------

คู่ชกที่ไม่เคยให้อภัย

                            ในชีวิตนักมวยคนหนึ่งจะต้องต่อยคนอื่นมาเป็นร้อยเป็นพัน แต่ไม่ว่าจะแพ้ชนะไม่เคยถือโทษโกรธเพราะมันเป็นอาชีพ แต่สำหรับฟราเซียร์ แล้วเขาผูกจิตอาฆาตอาลีจนวันสิ้นใจ เนื่องจากอาลี เคยเรียกฟราเซียร์ ว่า "ไอ้ลิงเตี้ย" เป็นเชิงดูถูกว่าใช้แต่แรงแต่ไร้สมอง นั่นทำให้ลูกของฟราเซียร์ มักโดนเพื่อนล้อเลียนว่า "ลูกลิงเตี้ย" เสมอมั่นเสมอมา แม้กระทั่งการป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน หรือโรคสั่นสันนิบาต ของอาลีในวัยชราจนพูดไม่ได้ ฟราเซียร์ พูดด้วยน้ำเสียงมาดร้ายว่า เป็นเพราะหมัดของเขาเอง แม้อาลีจะชนะ 2 ใน 3 ไฟท์ที่พบกัน แต่ฟราเซียร์ เชื่อว่าพลังหมัดของเขาทั้ง 3 ไฟท์ ทำให้อาลีต้องนั่งตัวสั่นงันงกตลอดเวลาในบั้นปลายของชีวิต

 

---------------------

('สโมคกิง โจ' แม้ควันจางแต่ก็ไม่เคยหายไป : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ <[email protected]>)