ข่าว

'บ้านอยู่สุข'จุดเริ่มความสุขคนจน

'บ้านอยู่สุข'จุดเริ่มความสุขคนจน

10 ธ.ค. 2555

'บ้านอยู่สุข' จุดเริ่มต้นความสุขของคนจน

                            จุดเริ่มต้นของความสุข คือ บ้าน....

                            สำหรับคนที่มีบ้าน ไม่ว่ามีเรื่องทุกข์ร้อนแค่ไหนก็อยากจะกลับบ้าน เพราะรู้ว่ามีความอบอุ่น รอยยิ้ม ของคนที่รักรออยู่ที่บ้าน แต่สำหรับคนที่ไม่มีบ้าน เวลาทุกข์ยากผ่านไปอย่างเชื่องช้า เพราะไม่รู้ว่าคืนนี้จะไปหลบฝน หรือลมหนาวที่ไหนดี

                            นับจากนี้ไป 80 ครอบครัวที่หนาวเหน็บเพราะไม่มีบ้าน จะมีชีวิตที่เปลี่ยนไป เพราะ 80 ครอบครัวที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ "บ้านอยู่สุข 80 พรรษาบรมราชินีนาถ" ที่ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด จะได้รับบ้านอยู่สุขครอบครัวละหนึ่งหลัง เพื่อพลิกเปลี่ยนชีวิตที่เคยหนาวเหน็บให้มีความสุข เพราะไม่ต้องเร่ร่อน หรือนอนแช่น้ำฝนอีกต่อไป 

                            ในเรื่องนี้ นางสุรินทร์ โสภา อ.เมือง จ.พิษณุโลก เข้าใจความรู้สึกของค่ำคืนที่เหน็บหนาวที่ต้องนอนตากฝนเป็นอย่างดี เธอเล่าย้อนให้ฟังว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองมาก่อนเลย ชีวิตมีแต่ความทุกข์ยาก สมัยที่ตัวเองยังทำงานได้ สามีก็เอาแต่ดื่มเหล้า มีลูกชายอีก 2 คนยังเล็ก จึงมีแต่เธอเท่านั้นที่เป็นผู้หาเลี้ยงทุกคนในครอบครัวด้วยอาชีพรับจ้าง

                            จนกระทั่งลูกชายคนโตเรียนจบ ม.3 ก็เริ่มทำงานได้ เธอก็เริ่มป่วย หมอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่กระดูกขา สามีก็มาป่วยเป็นอัมพฤกษ์ทำงานไม่ได้ จึงต้องหยุดดื่มเหล้าไปโดยปริยาย ส่วนลูกชายคนเล็กก็มีอาการทางสมองไม่ปกติ เรียนหนังสือไม่ได้ จึงเหลือแต่ลูกชายคนโตที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวด้วยการทำงานในโรงงาน

                            เมื่อคุยถึงลูกๆ ทำให้นางสุรินทร์ ต้องน้ำตาร่วง ด้วยความสงสารลูก ทุกวันนี้ต้องกลายมาเป็นเสาหลักหาเลี้ยงทุกคนในครอบครัว โดยที่เธอเองก็ไม่มีโอกาสช่วยอะไรลูกได้เลย ซ้ำร้ายต้องโยกย้ายบ้านที่เคยอยู่มาถึงสามครั้ง เนื่องจากไม่มีเงินที่จะปลูกบ้านเป็นของตัวเอง และไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง ทำให้บางครั้งรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาที่ไม่มีโอกาสเตรียมพร้อมอะไรไว้ให้ลูกเลย เวลาฝนตกบ้านที่ปลูกไว้บนที่ของญาติก็หลังคาผุพัง บางครั้งก็ต้องพากันนอนตากน้ำฝนทั้งเปียกๆ เพราะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น

                            "บางครั้งก็กอดคอกันร้องไห้กับลูกๆ เห็นลูกแล้วสงสาร ยิ่งพอรู้ว่า เขาจะมาขุดคลองข้างบ้านที่อยู่ ทำให้เราต้องย้ายบ้านอีกรอบก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ลูกก็ถามว่า แม่เราจะไปอยู่กันที่ไหน ก็ตอบลูกไม่ได้ มองลูกแล้วก็ร้องไห้ เพราะเราไม่สามารถสร้างอะไรไว้ให้ลูกได้เลย บ้านก็ไม่มีอยู่"

                            นางสุรินทร์ เล่าทั้งน้ำตานองหน้า พร้อมกับบอกว่า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้โชคดีได้รับคัดเลือกผ่านคณะกรรมการระดับหมู่บ้านและสู่จังหวัด จนได้รับบ้านอยู่สุข เพราะขณะที่มีการเสนอรายชื่อมีผู้ที่ถูกเสนอไปถึง 5 คน จนเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เธอเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบ้าน รู้สึกว่าชีวิตนี้ที่ทำความดีมาไม่สูญเปล่า เพราะมีคนเห็น มีคนมาช่วยแล้ว

                            "ตอนที่รู้ว่าได้บ้าน ดีใจมาก กอดกับลูกๆ เราคุยกันว่ามีบ้านอยู่แล้ว ต่อไปนี้เราไม่ต้องวิ่งหลบฝน ไปขอบ้านคนอื่นหลบฝน หรือนอนตากน้ำฝนอีกแล้ว เพราะเรามีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว รู้สึกภูมิใจ ดีใจที่สุด เพราะอย่างน้อยๆ ตอนนี้เราก็มีบ้านแล้ว มีบ้านที่ทำให้เราพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข..." นางสุรินทร์ เล่าด้วยดวงตาเป็นประกายของความสุข เพราะนับจากนี้ไปเธอและลูกๆ จะมีบ้านอยู่อย่างอบอุ่น

                            นางสุรินทร์ เป็นคนดีของสังคม ที่ยากจนลำดับที่สาม ที่ได้รับบ้านอยู่สุขจากยูนิลิเวอร์ ในวันเดียวกันนั้น ผู้ที่ได้รับมอบบ้านลำดับที่สี่ คือ นางเอมอร ว่องไว ซึ่งอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกับนางสุรินทร์

                            นางเอมอร มีอาชีพรับจ้าง รายได้วันละ 170 บาท หลานวัยกำลังกินกำลังนอนอีก 2 คนที่ต้องดูแล เนื่องจากลูกสาวซึ่งเป็นแม่ของเด็ก  เสียชีวิตไปแล้ว บ้านก็ไม่มีอยู่เป็นของตัวเอง ต้องหาเช้ากินค่ำ อดมื้อกินมื้อ จนทำให้ยายและหลานเหมือนคนอมทุกข์ แทบจะหารอยยิ้มจากสีหน้าไม่เจอ

                            จนเมื่อได้รับบ้านอยู่สุข นางเอมอร บอกว่า รู้สึกดีใจที่สุดในชีวิต เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ ห่วงหลานๆ มาก วันนี้มีบ้านให้หลานอยู่อย่างปลอดภัยก็สบายใจแล้ว จะได้ทำงานหาเงินได้อย่างหมดห่วง

 

--------------------

 

'บ้านอยู่สุข'จุดเริ่มความสุขคนจน

มร.บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย

 

                            "บ้านอยู่สุข 80 พรรษาบรมราชินีนาถ 80 ปียูนิลีเวอร์" จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมลำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ด้วยการทำบ้าน 80 หลังให้แก่คนดีของแผ่นดินที่ยากจน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย สภากาชาดไทย และสำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในการคัดเลือกคนดีต้นแบบที่ไร้บ้าน และได้รับการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด มหาชน

                            โดยได้มอบบ้านสองหลังแรกไปแล้วที่ จ.นครสวรรค์ และครั้งนี้ เป็นการมอบบ้านอยู่สุขหลังที่สาม และสี่ ที่จ.พิษณุโลก และจะมอบให้ครบทั้ง 80 หลัง ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย เพื่อเป็นการให้กำลังใจ และการต่อยอดจุดเริ่มต้นของความอบอุ่นด้วยการเริ่มจากมีบ้านที่อบอุ่น เพื่อที่คนดีแต่ยากไร้เหล่านี้จะได้มีชีวิตที่ดีต่อไปในอนาคต
 

 

--------------------

 

'บ้านอยู่สุข'จุดเริ่มความสุขคนจน

ผมสู้เพื่อครอบครัว....

 

                            เต้ย เด็กหนุ่มวัย 22 ปี ลูกชายของนางสุรินทร์ บอกด้วยรอยยิ้มนิดๆ ที่มุมปากว่า ถ้ารอให้ผมเก็บเงินเองคงไม่มีปัญญาหาบ้านให้แม่พ่อและน้องอยู่ เพราะทุกวันนี้แค่ทำงานในโรงงานรายได้ 6,000 บาทต่อเดือน ก็แทบจะไม่เคยได้จับเงิน เพราะทุกบาททุกสตางค์ให้แม่เป็นผู้เก็บหมด โดยแม่ให้รายวันไปทำงาน เนื่องจากเงินจำนวนนี้ คือเงินที่ต้องใช้ดูแลคนทั้ง 4 คนในครอบครัวให้อยู่ให้ได้ชนเดือน

                            ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมีความจำเป็น เพราะ ต้องใช้เพื่อไปทำงาน และค่าใช้จ่ายจิปาถะ ก็คือเงินเดือนทั้งเดือนที่เขาได้จากการทำงานในโรงงานนี้เอง

                            "ผมมีความสุขที่ได้ทำให้แม่ ให้น้องครับ ผมอยากเห็นแม่มีความสุข ทำงานหนักไม่ว่า ใครจ้างอะไรผมก็ทำ เพราะผมอยากได้เงินมาช่วยเหลือทุกคนในครอบครัว อยากให้พ่อแม่อิ่ม ให้น้องมีข้าวกิน ผมทำงานหนักคนเดียวไม่เป็นไร ยิ่งนับจากนี้ไปผมมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว ใครจะมาซื้อผมเป็นล้านก็ไม่ขาย เพราะนี่คือบ้าน และเป็นบ้านที่จะทำให้ครอบครัวผมไม่ต้องหลบฝน และมีความสุขมากขึ้นครับ"