
มองให้ไกล(กว่าอาเซียน)
มองให้ไกล(กว่าอาเซียน) : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับประภัสสร เสวิกุล
นอกจากประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนแล้ว ผมคิดว่าเราควรจะมองออกไปให้ไกลกว่านั้นและให้ความสนใจกับประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับอาเซียน โดยเฉพาะ บังกลาเทศ ศรีลังกาและปาปัวนิวกินี ซึ่งในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะต้องเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนและสังคม กับประเทศดังกล่าวอย่างแน่นอน
บังกลาเทศเป็นประเทศที่อยู่ติดกับอินเดียและพม่า มีเนื้อที่ประมาณ 144,000 ตร.กม. ประชากรประมาณ 142 ล้านคน เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุดของโลก ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพในทางเกษตรกรรมและมีฐานะยากจน แต่ก็เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และสัตว์ทะเล รัฐบาลบังกลาเทศใช้ระบบเศรษฐกิจเสรี เปิดโอกาสด้านการค้าและการลงทุนแก่ชาวต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการส่งออก แต่ปัญหาสำคัญคือเรื่องสาธารณูปโภค ภัยธรรมชาติจากพายุโซนร้อนและน้ำท่วม และการเมืองภายในประเทศ ชาวต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนในบังกลาเทศ ในอันดับต้นๆ ได้แก่ สหรัฐ มาเลเซีย ญี่ปุ่นและอังกฤษ โดยการลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่ประมาณ 11 ล้านตารางฟุต สาธารณูปโภคและการประมง บังกลาเทศพึ่งพาการนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากอินเดีย ประมาณปีละ 4,000 ล้านดอลลาร์ แต่ก็พยายามนำเข้าจากแหล่งอื่นเพิ่มขึ้นเพื่อลดอิทธิพลของอินเดีย เช่น การวางแผนจะนำเข้ากระแสไฟฟ้าจากเนปาล ภูฏาน และพม่า จากที่เคยอาศัยอินเดียเป็นหลัก
สำหรับประเทศไทย นอกจากเรื่องน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและการประมงแล้ว ตลาดบังกลาเทศก็เป็นตลาดใหญ่สำหรับการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย รวมทั้งเรื่องแรงงานซึ่งเรากำลังขาดแคลน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทางผู้ประกอบกิจการประมงของ จ.สมุทรสาครได้ขออนุญาตนำเข้าแรงงานจากบังกลาเทศ 5,000 คน เพื่อทดแทนแรงงานพม่าที่เดินทางกลับไปทำงานในประเทศของตน
ศรีลังกาเป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ประมาณ 65,000 ตร.กม. ประชากรประมาณ 20 ล้านคน เป็นประเทศที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพในกลุ่ม BIMSTEC อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ ยางพารา ซึ่งศรีลังกาเป็นประเทศผู้ผลิตยางพาราใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก การท่องเที่ยว ซึ่งมีจุดเด่นในด้าน ธรรมชาติ (sun & sand) และทิวทัศน์กับประวัติศาสตร์ (scenery & history) และการเจียระไนเพชรพลอย เนื่องจากศรีลังกาเป็นแหล่งของอัญมณีและรัตนชาติ ประกอบด้วยแรงงานที่มีฝีมือจำนวนมาก นอกจากนั้นก็เป็นภาคเกษตรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งทอ ศรีลังกาดำเนินนโยบายการค้าเสรี แต่ภาคการเงินและการธนาคารยังมีปัญหาเรื่องการทำธุรกรรมอยู่ สำหรับการลงทุนที่ศรีลังกาต้องการจากไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมอัญมณี เกษตรกรรม (เช่นการเพาะเลี้ยงกุ้ง แปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร) อุตสาหกรรมน้ำตาล โรงงานทำแก้ว นอกจากนี้ก็มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และการก่อสร้างสาธารณูปโภค เป็นต้น
ปาปัวนิวกินีตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย มีพื้นที่ประมาณ 462,000 ตร.กม. ประชากรประมาณ 6 ล้านคน เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร ทั้งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ทะเล ทองคำ ทองแดง รายได้หลักมาจากการประมง ทองคำ ทองแดงและสินค้าเกษตร เช่น กาแฟ โกโก้ มะพร้าว โดยส่วนใหญ่ค้าขายกับออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ รัฐบาลปาปัวนิวกินีพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แสวงหาความร่วมมือกับประเทศในเอเชีย มีบทบาทในกลุ่มประเทศในแปซิฟิกและขยายการค้ากับประชาคมยุโรป ไทยกับปาปัวนิวกินีมีมูลค่าการค้าต่อกัน เมื่อปี พ.ศ.2550 ประมาณ 51 ล้านดอลลาร์ โดยไทยนำเข้าน้ำมันประมาณ 39 ล้านดอลลาร์ และส่งออกรถยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันปากัวนิวกินีเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน และยังมีลู่ทางในการลงทุนทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ประมงและการท่องเที่ยว อีกมากครับ



