
เครื่องมือการเมือง
เครื่องมือการเมือง : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่มีไว้ควบคุมพฤติกรรมของประชาชนให้อยู่ในกรอบกฎหมายก็คงไม่ผิด
เช่นเดียวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ช่วงที่ก่อตั้งใหม่ๆ มีหลายฝ่ายติติงว่าหน้างานบางอย่างซับซ้อนกับหน่วยงานตำรวจ
ที่สำคัญหน่วยงานแบบนี้อาจจะเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมืองเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม
ดูเหมือนข้อท้วงติง ที่มีมาตั้งแต่ต้นเริ่มจะเห็นเค้าโครงกันบ้างแล้ว
หมดจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง มีคนตายเกือบร้อยคน ก็เข้าสู่การทวงอำนาจคืนของพรรคเพื่อไทย ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ผลักดันขับเคลื่อนตามสโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ"
ดีเอสไอก็ถูกจับตา ธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่นั่งเป็นอธิบดี ในยุคผลัดแผ่นดิน ซึ่งนักวิเคราะห์ทั้งหลายเชื่อว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยขึ้นครองอำนาจ อธิบดีผู้นี้คงต้องย้ายออกจากตำแหน่งแน่นอน
สาเหตุเพราะเป็นหนึ่งในกรรมการร่วมวางแผนของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมติดตามการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยงานทางความมั่นคง
เรียกว่ากุมความลับแผนปฏิบัติการต่างๆ ไว้ในมือเกือบทั้งหมด
ความจริงทั้งตำรวจและดีเอสไอ มีหน้าที่หลักในการบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจเอาไว้จับโจรผู้ร้ายไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองโกงกิน ส่วนดีเอสไอก็เช่นกัน จุดประสงค์ก็เพื่อรับผิดชอบคดีใหญ่ๆ ที่เป็นเครือข่าย
แต่ระยะ 1-2 ปีมานี้ คดีความส่วนใหญ่ของดีเอสไอ จะผูกติดอยู่กับประเด็นทางการเมืองเสียมากกว่าการดูแลคดีความซึ่งเป็นผลประโยชน์ของรัฐหรือผดุงความยุติธรรมให้แก่ประชาชน
การที่ดีเอสไอดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้า ศอฉ. ข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายในคดี 91 ศพ ที่มีการชุมนุมเมื่อปี 2553 ต้องถือว่าเป็นกระบวนการทำหน้าที่ส่วนหนึ่ง แต่สุดท้ายผลจะออกมาอย่างไรก็ขึ้นกับคำวินิจฉัยของศาล
แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ ดีเอสไอ ได้เดินหน้าเข้าสู่วงจรการเมืองเต็มตัวแล้ว
ความเชื่อถือ เชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรนี้จะเป็นอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับอนาคตของผู้นำหน่วยจะลงเอยแบบไหนมากกว่า



