
ผู้หญิงต้องเผชิญหน้า กล้าเป็นผู้นำ
ผู้หญิงต้องเผชิญหน้า กล้าเป็นผู้นำ
เรื่องของการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ที่ยังคงมีแอบแฝงอยู่ในสังคมไทย หลายหน่วยงานต่างรณรงค์ให้ทุกคน ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิสตรี และความเสมอภาคระหว่างหญิงชายมาโดยตลอด ซึ่งประเด็นนี้ดูจะเป็นอีกหนึ่งภารกิจของ ยูเอ็นวีเมน ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และช่วยเหลือผู้หญิงในระดับโลกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
ล่าสุด ยูเอ็นวีเมน ได้ตั้งสำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกที่กรุงเทพมหานคร โดยมี มิเชล บาเชอร์เล็ต รองเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้อำนวยการใหญ่ยูเอ็นวีเมน สำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก เดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก จึงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนของไทย ได้ซักถามเกี่ยวกับภารกิจของยูเอ็นวีเมนครั้งนี้ ภายในห้องเธียเตอร์ ชั้นจี ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ
มิเชล บาเชอร์เล็ต กล่าวว่า ภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้เป็นสมาชิก หนึ่งในคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี ซึ่งเป็นองค์กรดำเนินงานระหว่างรัฐ ด้วยมีหน้าที่กำหนดบรรทัดฐานและมาตรฐานสากล ในเรื่องความเสมอภาคระหว่างประเทศ การเพิ่มพลังและสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาคมโลก ที่จะไม่เลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ปีนี้ยูเอ็นวีเมนได้ตั้งสำนักงานระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีสำนักงานสหประชาชาติตั้งอยู่ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลและประชาสังคมได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
"ความจริงต้องบอกเลยว่า ไม่มีประเทศไหนสมบูรณ์แบบเรื่องของสิทธิสตรี เราจึงต้องรณรงค์เรื่องเหล่านี้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ให้มีความเสมอภาค สำหรับภูมิภาคเอเชียมีขนาดใหญ่ และมีปัญหาเรื่องสิทธิสตรีที่แตกต่างกัน นับเป็นความท้าทายในการทำงาน แต่ยูเอ็นวีเมนมีความจำเป็นต้องดูแลสตรี ให้เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อจะให้สตรีได้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ ของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะตำแหน่งทางการเมือง ประเทศไทยถือเป็นแบบอย่างที่ดี ที่มีทั้งนายกรัฐมนตรีหญิงและมีสตรีนั่งเก้าอี้ในสภาเป็นจำนวนมาก เราเชื่อมั่นว่าสตรีสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ แต่อคติและการดูถูกที่มีต่อผู้หญิงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องเผชิญ ดังนั้นต้องเตรียมใจและความพร้อมด้านศักยภาพ เพื่อเผชิญกับปัญหานี้หากจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ" รองเลขาธิการสหประชาชาติ กล่าว
สำหรับ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่จัดตั้งขึ้นตามนโยบายรัฐบาลไทย มิเชลเผยว่า น่าสนใจเป็นอย่างมากและจัดเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญสำหรับผู้หญิง ที่จะช่วยในการเสริมสร้างศักยภาพทางการผลิต การริเริ่มใหม่ๆ ในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งยูเอ็นวีเมนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทางวิชาการในการบริหารกองทุน และเชื่อว่ากองทุนนี้จะช่วยเสริมพลังและศักยภาพสตรี ให้ลุกขึ้นมาต่อต้านกับความรุนแรง ไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป
"สำหรับประเทศไทยเราเชื่อว่าสตรีไทยก้าวหน้าไปมาก แต่ถึงอย่างไรก็ยังจำเป็นต้องดึงสตรีให้เข้ามามีบทบาทในสังคมเป็นกำลังเสริมทุกองค์กร เพื่อให้ผู้หญิงมีโอกาสก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น กำจัดการดูถูกสตรีในสถานที่ทำงาน สำหรับประเทศไทยสถานการณ์ตรงนี้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับในอดีต ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศในอาเซียน สถานการณ์ความรุนแรงกับสตรีจะลดลงและมีความเสมอภาคมากขึ้น" มิเชล กล่าวด้วยความหวัง



