
'โภคิน'โยนรัฐสภาชี้ขาดล้มแก้รธน.
'โภคิน' โยนรัฐสภาชี้ขาดล้มแก้รธน. ปธ.วิปรัฐฯ รับมีแนวคิดคว่ำวาระ 3 ขณะที่ หน.พรรคร่วมนัดประกาศเจตนารมณ์
9 ธ.ค. 55 นายโภคิน พลกุล ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวถึงกระแสข่าวการโหวตคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 ว่า ไม่ทราบ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภาว่าจะเห็นเป็นอย่างไร คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล มีหน้าที่เพียงสรุปข้อมูล ข้อเท็จจริงส่งให้พรรคร่วมรัฐบาลรับทราบเท่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมรัฐสภา ขณะนี้เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นจึงไม่ทราบว่า การแก้ไขมาตรา 291 จะผ่านวาระ 3 หรือไม่ แต่หากจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราเข้ามาประกบร่างของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ไม่ว่าร่างแก้ไขในวาระ 3 จะผ่านการโหวตหรือไม่ก็ตาม
ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล และคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวว่า ยอมรับว่า เคยมีผู้เสนอแนวทางให้โหวตคว่ำรัฐธรรมนูญมาตรา 291 วาระ 3 จริง เพราะกลัวจะมีปัญหาความวุ่นวายต่างๆ ตามมาภายหลัง แต่ไม่มีใครตอบรับข้อเสนอ ทั้งนี้การเดินหน้าโหวตวาระ 3 ต้องมีขึ้นแน่นอน เพราะเรื่องค้างอยู่ในวาระ 2 มานานแล้ว หากที่ประชุมรัฐสภาโหวตคว่ำวาระ 3 ก็ต้องมาดูว่า จะเสนอแนวทางใดเข้ามาแทน แต่หากที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบโหวตผ่านวาระ 3 ก็ต้องดำเนินการตามแนวทางที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมา คือ การตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หากจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรามาประกบ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เมื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว จะเสนอร่างแก้ไขแบบรายมาตราเข้ามาอีกทำไม
ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวว่า รูปแบบการจัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 ธ.ค.ที่รัฐสภานั้น จะนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลมาประกาศเจตนารมณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 เนื่องในโอกาสครบรอบ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันจะให้ ส.ส.เพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันลงพื้นที่ ไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 โดยจะคิดสโลแกนสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญมาใช้ในการรณรงค์ครั้งนี้โดยเฉพาะ พร้อมกับให้ ส.ส.จัดเวทีรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามจังหวัดต่างๆ แยกส่วนจากเวทีสานเสวนาของกระทรวงมหาดไทยด้วย
โฆษก รบ.เชื่อดันแก้รธน.วาระ 3 'การเมืองเดือด'
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐสภา เตรียมที่จะบรรจุระเบียบวาระผลการดำเนินงานรัฐบาลในรอบ 1 ปี ว่า เป็นเรื่องดีเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าจะต้องทำ นอกจากนี้ รัฐบาลจะได้สรุปว่า 1 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ทำตามนโยบายที่แถลงไว้ทั้งนโยบายเร่งด่วน และนโยบายทั่วไปว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง ประชาชนจะได้เข้าใจและเห็นถึงศักยภาพของรัฐบาล ส่วนเรื่องนโยบายรับจำนำข้าวนั้น เห็นว่าฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ที่ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบ และทำให้ชัดเจนต่อไปในสายตาของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึง สถานการณ์การเมือง ที่รัฐบาลเตรียมเสนอให้เดินหน้าลงมติ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมวาระ 3 โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตนมองว่าสถานการณ์คงดุเดือดขึ้น แต่ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย เพราะเรื่องนี้เราก็สู้กันมาอย่างเต็มที่แล้วในสภา พรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามสู้ทุกวิถีทาง เช่น แปรญัตติเล่นกันทุกมาตรา อภิปรายกันหลายวัน รวมทั้งมีการแย่งเก้าอี้ประธานสภา มีการขว้างแฟ้มและท้ายที่สุดก็ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาแล้ว ก็น่าจะยอมรับกระบวนการที่จะดำเนินต่อไป และก็เห็นว่าจะไปยื่นอีกรอบ ถ้าเล่นกันอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด
ส่วนการสานเสวนารับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศนั้น โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นการยืดระยะเวลาออกไป แต่เป็นการทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้นมากกว่า ส่วนที่มีบางฝ่ายกังวลว่า รูปแบบเวทีสานเสวนา รัฐบาลมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเป็นผู้ดำเนินการ อาจจะถูกชี้นำจากบางฝ่ายได้นั้น นพ.ทศพร กล่าวว่า ตนไม่คิดเช่นนั้น เพราะถ้าสถาบันการศึกษานี้ไม่ได้อยู่ในทางการเมืองโดยตรง ก็จะช่วยให้มีความเป็นกลางมากกว่า
"เอาคนนอกวงการมาทำเลยจะเป็นการดีที่สุด และตนคิดว่าเขาคงไม่ยอมให้ใครมาชี้นำได้ และเราอยู่ในสปอตไลท์ของสังคมที่ส่องอยู่ ใครจะไปชี้นำคงไม่ได้ โดยเฉพาะสถาบันพระปกเกล้าตนเชื่อว่าไม่มีใครมาชี้นำหรือเลือกข้างได้"
'วรชัย' ปูดกลุ่มป่วนเล็งตอบโต้รัฐ หลังแจ้งข้อหา 'มาร์ค-สุเทพ'
นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ทราบข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมืองในภาคใต้ที่น่าตกใจ โดยมีแนวโน้มน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวายร้ายแรงลักษณะปั่นป่วนประเทศ โดยมี ส.ส.ของพรรคการเมืองบางพรรคไปปลุกระดมชาวบ้านในหลายจังหวัด ลึกลงไปแทบทุก อบต.ให้ออกมาประท้วงโดยอ้างเรื่องราคาปาล์ม และยางพาราตกต่ำ จนอาจจะถึงขั้นปิดสนามบิน ปิดถนน ไม่ให้เดินทางสัญจรได้ เป็นรูปแบบของการใช้ข้ออ้างมาเชื่อมโยงกดดัน ตอบโต้รัฐบาลจากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี กำลังถูกตั้งข้อหาร้ายแรงจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตนเชื่อว่าหลังวันที่ 10 ธ.ค.เป็นต้นไป จะเกิดความปั่นป่วนแน่นอน จึงอยากฝากเตือนให้รัฐบาลระมัดระวัง ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในภาคใต้ ต้องพยายามทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์มายังรัฐบาลเป็นระยะด้วย
หน.พรรคร่วมนัดประกาศเจตนารมณ์
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวถึงกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค.และมีความพิเศษคือจะเป็นวันครบรอบ 80 ปี ประกอบกับอยู่ในช่วงที่มีการพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญค้างพิจารณาในสภาฯ จึงถือเป็นโอกาสดีที่พรรคการเมืองซึ่งจะไปร่วมพิธีวางพวงมาลาวันรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภา จะได้พบปะและร่วมหารือระหว่างหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่ขัดข้องหากพรรคการเมืองอื่นจะเข้าร่วม
จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น. หลังการหารือแล้วหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะร่วมประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชนอย่างแท้จริง
นายวราเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งมอบรายงานผลการศึกษาของคณะทำงานฯ ให้กับพรรคร่วมรัฐบาล เดิมที่กำหนดไว้เป็นวันที่ 17ธ.ค.นั้น จะเร็วกว่าเดิมเป็นวันที่ 11 ธ.ค. เมื่อพรรคร่วมได้ศึกษารายงานแล้วจึงจะมีความชัดเจนเรื่องของการลงมติวาระ 3 รวมถึงรูปแบบของกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
สยามประชาภิวัฒน์แถลงค้านลงมติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่าสยามประชาภิวัฒน์ได้ออกแถลงการณ์ขอให้ยุติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยระบุว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ



