
'ปชป.'แนะ5ข้อ'ยิ่งลักษณ์'ต้านโกง
"ปชป." แนะ 5 ข้อ "ยิ่งลักษณ์" ต้านโกง ชี้นักการเมืองต้นเหตุทำประเทศตกต่ำ ยืนยัน "มาร์ค-สุเทพ" พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะไปรับทราบข้อกล่าวหา 13 ธค.นี้
วันที่ 9 ธ.ค.55 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เนื่องในวันที่ 9 ธ.ค.ตรงกับวันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นสากล ซึ่งจากโพลล์หลายสำนักเป็นตัววัดดัชนีของประเทศไทยที่ตกต่ำ และแย่ไปกว่าเดิม อันเกิดจากเหตุการณ์การทุจริตนอกเหนือจากโพลล์ ทั้งนักการเมืองระดับประเทศและนักการเมืองระดับท้องถิ่น โดยนักการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญ และกลไกสำคัญก่อให้เกิดการทุจริต
นายองอาจ กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศ เอาจริงในบทบาทการต่อต้านทุจริต 5 ประการ 1.ให้นายกฯปฏิบัติตามเป็นแบบอย่างการต่อต้านทุจริตทุกรูปแบบ 2.ให้นายกฯเข้มงวดกวดขันรัฐมนตรี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบให้เข้มงวดกวดขันเป็นรูปธรรม 3.ควรให้นายกฯลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต โดยไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมาย โดยให้ลงโทษทางเชิงบริหาร เพราะเป็นหน้าที่ เพราะบางที่ไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายแต่มีการโจทก์ขานกันถือเป็นปัจจัยสำคัญ
4.ให้นายกฯสนับสนุนองค์กรอิสระ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และภาครัฐที่ทำงานปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ และ 5.ควรให้นายกฯเป็นผู้นำการแก้ไขกฎหมายข้อระเบียบ ข้อบังคับไม่ให้เอื้อการทุจริตได้ หรือเป็นช่องโหว่ในการทำทุจริตผิดกฎหมายได้ อย่างไรก็ตามตนอยากเรียกร้องให้นายกฯแสดงการเป็นภาวะผู้นำการต่อต้านการทุจริต ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายของสังคมไทยเพื่อแก้ไขปราบปรามการทุจริตให้ลุล่วง
"ปชป." ย้ำ "มาร์ค-สุเทพ" ไปรับทราบข้อกล่าวหา 13 ธ.ค.นี้
นายองอาจ แถลงถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ในฐานะอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) โดยระบุว่ากระทำผิดร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนา ว่า ดีเอสไอได้นัดหมายให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ แต่เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และจะเดินทางกลับมาในวันที่ 12 ธ.ค. ดังนั้น วันที่ 13 ธ.ค.นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันทั้ง 2 ท่านพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนยุติธรรม แบบตรงไปตรงมา ไม่ว่าขั้นตอนใดๆก็พร้อม และน้อมรับการปฏิบัติทุกอย่างทั้งการพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยจะไม่ใช้สิทธิพิเศษ
“การดำเนินการของดีเอสไอในครั้งนี้ตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบัน โดยมี 3 ขั้นตอนคือ 1.มีการตั้งธงล่วงหน้าการดำเนินการกฎหมายนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เพราะคนในรัฐบาลออกมาบอกเรื่องนี้เป็นแรมเดือนจะแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินการเอาผิดอย่างแน่นอน เพราะขณะนั้นยังไม่มีเหตุที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งศาล ในคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพ นายพัน คำกอง รวมถึงการระบุจะเอาผิดในช่วงปิดสมัยการประชุม 2.ยัดเยียดข้อหาทั้งที่ยังไม่ทราบว่าผู้ใดทำให้มีผู้เสียชีวิตในการชุมนุมปี 2553 โดยตั้งข้อหาด้วยการอ้างคำสั่งศาลการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง 3.พยายามรวบรวมข้อมูล พยาน และสร้างพยานเท็จ โดยมีข้าราชการ บุคคลทั่วไปโดยอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ เพื่อปรักปรำเอาผิดกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพให้ได้” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวว่า ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่รับรู้ในสิ่งเหล่านี้ เพราะข้าราชการประจำหากไม่โดนใบสั่งทางการเมืองอย่างรุนแรง เชื่อว่าคงไม่สามารถดำเนินการในลักษณะที่พยายามดำเนินการนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ อยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะถูกข้อหารุนแรงมากน้อยแค่ไหนนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ยืนยันชัดเจนว่า พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ขอให้ต้นทางกระบวนการยุติธรรมคือพนักงานสอบสวน อัยการหรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้อง ขอให้ดำเนินการด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา ไม่ควรใช้วิธีการใดๆที่จะดำเนินการให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพมีความผิด ทั้งๆที่ไม่มีความผิด



