
จ่อแบน'โอภาส'เลิกยิงตลอดชีพ
"โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ" นักแม่นปืนหมัดหนัก วางมวยนอกสังเวียนในศึกกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 "เชียงใหม่เกมส์" มีสิทธิ์โดนลงดาบหนักห้ามลงแข่งตลอดชีวิต
จากเหตุการณ์อื้อฉาวนักยิงปืนทีมชาติหลายสมัย นายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ วัย 57 ปี ได้ประเคนหมัดใส่นายรัศมิมาน นามประเสริฐ กรรมการผู้ตัดสินของสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยจนปากแตกต้องเย็บ 2 เข็ม ระหว่างการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 "เชียงใหม่เกมส์" ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ล่าสุดได้มีการโจษขาน ถึงเรื่องดังกล่าวเป็นวงกว้างของผู้ที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งนี้
เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า ตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ พ.ศ.2550 ได้ระบุชัดเจนตามมาตรฐานสากลว่านักกีฬาต้องยอมรับคำตัดสิน ซึ่งก่อนการแข่งขันได้มีการปฏิญาณตน โดยเฉพาะเรื่องร้ายแรงที่สุดคือการทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสิน หรือทำร้ายกันเอง ตอนนี้ได้รับรายงานแล้ว และได้ตั้งคณะทำงาน 1 ชุดเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดและลงโทษต่อไป คือห้ามแข่งขันระหว่าง 2-5 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการกระทำ ส่วนในระดับทีมชาติคิดว่าคงไม่สามารถเล่นได้อีกแล้ว
นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เข้าข่ายข้อบังคับข้อ 37 ที่ระบุว่านักกีฬาใดประพฤติตนไม่เหมาะสม ต่อหน้าที่และขาดมารยาทอันดีงาม และถูกตัดสินให้ออกจากการแข่งขัน เช่น ก่อเหตุวิวาททำร้ายร่างกาย ไม่ว่าภายในหรือนอกสนาม ผู้นั้นถูกสั่งลงโทษแล้ว ให้ผู้แทนสมาคมกีฬาดังกล่าวแจ้งโทษต่อประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เพื่อตัดสิทธิ์ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่หรือนักกีฬาในการแข่งขันปีนั้น และปีต่อไปอีกไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม หลังจากคณะทำงานได้สอบสวนเพื่อให้ได้ความจริง และยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็จะนำผลการดำเนินการให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เพื่อพิจารณาสั่งการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไร นายโอภาสมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองด้วย
ด้านนายยิ่งศักดิ์ เผ่าอินจันทร์ ผู้อำนวยการกองการกีฬากรุงเทพมหานคร ในฐานะหัวหน้าคณะนักกีฬากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยจะนำเรื่องหารือกับนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ กทม. ที่จะเดินทางมาสมทบกับคณะวันที่ 9 ธันวาคม ต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องรอว่า กกท.จะประกาศผลการพิจารณาออกมาเป็นอย่างไร จะตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันหรือไม่ และสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยที่ควบคุมการแข่งขัน จะประกาศว่าอย่างไรด้วย
ส่วนกรณีที่นายโอภาส ได้เข้าไปยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองจังหวัดเชียง เพื่อขอการคุ้มครองเพื่อสิทธิ์การเข้าร่วมในครั้งนี้ต่อไป ล่าสุดมีรายงานว่า ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาออกหนังสือแจ้งโดยศาลมีคำสั่งยกคำทุเลาการบังคับคดี ทำให้การยื่นขอความคุ้มครองกับทางศาลปกครองของนายโอกาส ไม่เป็นผลและไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ได้อีกต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดจากกรณีของนายโอภาส ทำให้จังหวัดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความเรียบร้อยที่สนามยิงปืนเพื่อป้องการเกิดเหตุขึ้นอีก เพราะนายโอภาสยังเดินเข้ามาที่สนามอยู่อีก จึงหวั่นจะมีการปะทะกันอีก ระหว่าง โอภาส กับ ผู้ตัดสิน ส่วนกรณีที่นายโอภาสไม่ยอมเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอคำสั่งศาลเพื่อนำใบเรียกตัวเพื่อเชิญตัว นายโอภาสไปสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมดำเนินคดีและส่งสำนวนฟ้องศาลต่อไป



