ข่าว

"บาร์ซ่า"แชมป์ยุโรปคว่ำผีสบายเกือก2-0

"บาร์ซ่า"แชมป์ยุโรปคว่ำผีสบายเกือก2-0

28 พ.ค. 2552

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา คว้าแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปสมัยที่ 3 สำเร็จ หลังพิชิต"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบสบายเกือก 2-0 ส่งผลให้ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอลา กุนซือหนุ่มไฟแรงสามารถนำทัพ บาร์ซา จารึกชื่อกลายเป็นทีมแรกของสเปนที่คว้าตำแหน่ง "ทริปเปิ้ลแชมป์" ด้วยกา

ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม กลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อคืนวันพุธ 28 พ.ค. เป็นการเผชิญหน้ากันของ 2 ยอดทีมที่มีเกมรุกที่เฉียบคมที่สุดแห่งยุคนี้ระหว่าง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา แชมป์สแปนิช ลาลีกา ที่ได้สิทธิเป็นเจ้าถิ่น จึงได้ใส่เสื้อชุดเหย้าตัวเก่งสีแดงเลือดหมู-น้ำเงิน พบกับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฐานะแชมป์เก่าจากเมื่อฤดูกาลก่อน ที่ต้องใส่เสื้อแข่งทีมเยือนสีขาวทั้งชุด
  
 นัดนี้ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอลา กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" จัดทีมลงสนามในระบบการเล่นแบบ 4-3-3 โดยมี บิคตอร์ บัลเดซ เฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง แต่ต้องจำใจส่ง ยาย่า ตูเร่ กองกลางตัวรับลงไปยืนเล่นคุมแนวรับในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางคู่กับ เคราร์ด ปิเก้ อดีตเด็กเก่า "ปีศาจแดง" ส่วนแบ็กทั้ง 2 ข้างเป็นหน้าที่ของ คาร์เลส ปูโยล กับ ซิลวินโญ ขณะที่แผงแดนกลางประกอบไปด้วย ซาบี้ เฮอร์นันเดซ, เซร์กี้ บุสเกตส์ และ อันเดรียส อิเนียสตา ที่หายจากอาการบาดเจ็บพอดี ส่วน ซามูเอล เอโต, เธียร์รี อองรี และ ลิโอเนล เมสซี ยืนเล่นเป็น 3 ประสานในแดนหน้าเหมือนเดิม
 
 ด้าน "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปีศาจแดง" จัดทัพในระบบการเล่นแบบ 4-3-3 เหมือนกัน โดยมี เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง ส่วนแผงหลัง 4 คนประกอบไปด้วย ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันยา วิดิช, ปาทริค เอวรา และ จอห์น โอเชีย ขณะที่แดนกลาง 3 คนได้แก่ อันแดร์สัน, ไมเคิล คาร์ริก และ ไรอัน กิ๊กส์ ส่วนแดนหน้าเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง คริสเตียโน โรนัลโด้, เวย์น รูนีย์ และ ปาร์ค จี ซุง ส่งผลให้ ปาร์ค กลายเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามในเกมรอบชิงชนะเลิศถ้วยสโมสรยุโรปรายการนี้
 
 เริ่มเกมในช่วงแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า แต่เมื่อเข้าสู่นาที 10 กลับกลายเป็น บาร์เซโลนา ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เอโต ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากบอลฝ่าแนวรับ "ปีศาจแดง" ก่อนล็อกบอลหลบ วิดิช พร้อมกับใช้เท้าขวาดีดบอลผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไปตุงตาข่าย หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มเสียสมาธิอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ บาร์ซา กลับมาครองบอลได้มากกว่าทันที แต่ยังไม่สามารถยิงประตูเพิ่มเติมได้ จบครึ่งแรก "เจ้าบุญทุ่ม" เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0       
 
 เข้าสู่ครึ่งหลัง "ปีศาจแดง" ต้องแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว อันแดร์สัน ออกไป พร้อมกับส่ง คาร์ลอส เตเบซ หัวหอกตัวสำรองลงไปช่วยงานในแดนหน้า แต่รูปเกมกลับยังไม่ดีขึ้นเลย แถมยังเกือบเสียประตูที่ 2 อีกหลายครั้ง แต่ทว่า ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังป้องกันลูกยิงของผู้เล่น "เจ้าบุญทุ่ม" เอาไว้ได้ หลังจากนั้น บาร์ซา เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ในช่วงนาที 70 จากลูกโยนยาวของ เฮอร์นันเดซ ที่เปิดบอลทางฝั่งขวาให้ เมสซี กระโดดลอยตัวขึ้นโหม่งคนเดียว ก่อนที่ลูกบอลจะลอยเข้าสู่ก้นตาข่ายไปแบบง่ายดาย นับเป็นประตูที่ 9 ของ เมสซี ที่รั้งตำแหน่งดาวยิงสูงสุดของถ้วยรายการนี้อีกด้วย
 
 จึงทำให้โอกาสของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หวังลบอาถรรพ์พร้อมกับจารึกชื่อกลายเป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันตำแหน่งเจ้าสโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันเริ่มเลือนลางลงไปทุกที แม้ช่วงท้ายเกมจะพยายามบุกหนักก็ตาม ก่อนที่ มัสซิโม บูซัคกา ผู้ตัดสินใจเกมนัดนี้จะเป่านกหวีดจบเกมการแข่งขันครบ 90 นาที บาร์เซโลนา จึงเป็นฝ่ายชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบไม่ยากเย็นนัก 2-0
 
 ส่งผลให้ บาร์เซโลนา คว้าถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ แถมยังเป็นแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปสมัยที่ 3 ของสโมสรอีกด้วย นอกจากนี้ กวาร์ดิโอลา ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาทำหน้าที่กุนซือแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรกยังสามารถพาทีม "เจ้าบุญทุ่ม" สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมแรกของวงการฟุตบอลสเปนที่สามารถคว้าตำแหน่ง "ทริปเปิ้ลแชมป์" ด้วยการกวาดถ้วยแชมป์ในช่วงฤดูกาลนี้ได้ถึง 3 รายการด้วยกัน หลังเข้าป้ายคว้าแชมป์สแปนิช ลาลีกา และถ้วยแชมป์สแปนิช คิงส์ คัพ ไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้
 
 พร้อมกันนี้ บาร์ซา ยังกลายเป็นทีมฟุตบอลจากเมืองกระทิงดุที่ช่วยให้ สเปน ผงาดเป็นชาติลูกหนังที่สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปได้มากที่สุดของทวีปถึง 12 ครั้งด้วยกัน (รีล มาดริด 9 สมัย, บาร์เซโลนา 3 สมัย) เหนือกว่าทีมลูกหนังจากอังกฤษ และอิตาลี เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น แถมยังกลายเป็นสโมสรที่ 4 ในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังยุโรปที่สามารถเข้าป้ายกวาดถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุด และฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ รวมถึงแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปได้ถึง 3 รายการ ต่อจาก "ม้าลายเขียวขาว" กลาสโกว์ เซลติก ในปี 1967, อาแจ๊กซ์ ในปี 1972, พีเอสวี ไอนด์โอเฟน ในปี 1988 และ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1999  
 
 ส่วน "ปีศาจแดง" ต้องพบกับความปราชัยในเกมรอบชิงชนะเลิศถ้วยรายการนี้เป็นครั้งแรก หลังเคยผ่านชิงทั้งหมด 3 ครั้ง ในปี 1968, 1999 และ 2007 ก่อนที่จะเข้าป้ายในตำแหน่งแชมป์ได้ทั้งหมด จึงทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าถ้วยแชมป์ในช่วงฤดูกาลนี้ได้เพียงแค่ 3 ใบเท่านั้น ได้แก่ แชมป์ฟุตบอลสโมสรโลก, แชมป์คาร์ลิ่ง คัพ และ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่งผลให้อาถรรพ์ที่ว่า ไม่เคยมีแชมป์เก่าทีมใดที่สามารถป้องกันตำแหน่งแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่ได้เปลี่ยนชื่อการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในช่วงปี 1992 ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป