
'ปชป.'อัด'DSI'เร่งตั้งข้อหา'มาร์ค-สุเทพ'
'ชวนนท์' โวย 'ดีเอสไอ' เร่งตั้งข้อหา 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' หวังปูทางออก กม.นิรโทษกรรม ท้า 'แม้ว' กลับมาสู้คดี จี้ 'ปู' แจง 'ปปช.' ปมผู้ช่วยเมีย 'กีร์' เอี่ยวขายข้าว
8 ธ.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือเรียกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตผอ.ศอฉ.เข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในการสั่งการสลายการชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตว่า นี่คือขบวนการกลุ่นแกล้งทางการเมือง และกดดันพรรคฝ่ายค้านให้ยอมรับกระบวนการนิรโทษกรรม เพราะส่วนเดียวของสังคมที่ยืนหยัดต่อต้านการนิรโทษกรรมคนผิด ต่อต้านการคืนทรัพย์สินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคือพรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้นวิธีเดียวของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือการกำจัดผู้นำของฝ่ายค้าน คือ นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ หรือกดดันให้ทั้ง2 อยู่ในร่างแหการนิรโทษกรรมด้วย ทั้งนี้วิธีการดังกล่าวจะไม่มีทางเป็นผลเพราะทั้ง2ยืนยัน จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่หลบหนีไปไหน
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า การตั้งข้อหาของดีเอสไอนั้น ไม่ต่างอะไรจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมจะถอดยศนายอภิสิทธิ์ แต่เมื่อไม่สำเร็จจึงต้องมาใช้วิธีแจ้งข้อหาแทน อย่างไรก็ตามทั้งการถอดยศและการแจ้งข้อหามีสิ่งที่เหมือนกันคือการเร่งรีบในการออกหนังสือ โดยหนังสือของกระทรวงกลาโหมมีการเขียนผิดในตำแหน่งของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ขณะที่หนังสือจากดีเอสไอครั้งนี้มีการลงปี พ.ศ.ผิด ซึ่งแทนที่จะเขียนว่ามีการออกหมายเรียกนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพในวันที่ 12 ธ.ค.55 กลับเป็นลงวันที่เป็น 12 ธ.ค.53 ดังนั้นตนจึงขอถามนายธาริตว่าจะให้ไปในวันดังกล่าวได้อย่างไร เพราะผ่านมา 2 ปีแล้ว
“ นี่คือสิ่งที่บ่งชี้ถึงความเร่งรีบ เขียนผิดเขียนถูก พอเรื่องการถอดยศศาลปกครองรับคำร้องคุณอภิสิทธิ์ ก็ทำให้ร้อนใจมาก พอปิดสมัยประชุมแล้วคงมีคำสั่งให้ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ เอา พ.ต.อ.ประเวศ มูลประมุข ไปเป็นผู้ตรวจราชการ เอาธาริต มานั่งเป็นหัวหน้าสำนวนแทน 2 วัน คำสั่งนี่ก็ออกมา แต่กลับมีการเขียนผิด ผมก็ไม่รู้ว่าคุณธาริตเอาหนังสือสมัยนั่งอยู่ในศอฉ.มาหรือไม่ การที่คุณจะเอานายกและอดีตนายกมารับทราบคดีที่มีความสำคัญ แต่การรอบคอบในเรื่องการออกหนังสือกลับไม่มีเลย นี่คือขบวนการใช้อำนาจทางการเมืองมาทำลายฝั่งตรงข้าม และเอกสารนี้จะเป็นหลักฐานชั้นดีที่จะแสดงว่าพวกท่านไม่รอบคอบ เร่งรีบ มีวัตถุประสงค์แฝงเร้น” นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขอให้นายธาริตและรัฐบาลเดินหน้าให้เต็มที่ ใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดให้เต็มที่ในวันที่มีอำนาจ แต่ตนเชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริง และข้าราชการที่รับใช้นักการเมืองใช้อำนาจทางที่ผิดต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน และสิ่งที่นายนภดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พยายามบอกว่าให้นายอภิสิทธิ์ยอมรับ ตนก็ขอโต้กลับไปว่าเก็บคำสอนนั้นไว้บอก พ.ต.ท.ทักษิณดีกว่า เพราะนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพยืนยันจะต่อสู้ตามกระบวนการ ไม่หนีไปไหน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับหนีข้อกล่าวหา หนีคดี ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายของประเทศ ตนขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาต่อสู้คดีอย่าทำตัวอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น
จี้ 'ยิ่งลักษณ์' แจง ปปช. ปมผู้ช่วยเมีย 'กีร์' เอี่ยวขายข้าว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงกรณีที่นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. ระบุว่านายปาล์ม ผู้ช่วยส.ส.ของนางระพีพรรณ พงศ์เรืองรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภรรยาของนายอริสมันต์ เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ และได้พาพ่อค้าคนกลางมาดูงานที่กระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ไม่มีความสามารถในการขายข้าวว่า คำพูดของนายอริสมันต์ ยิ่งพูดยิ่งชัดว่านายปาล์มเป็นนอมินีให้กับนักการเมือง จึงอยากเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความร่วมมือกับ ปปช. ว่าเหตุใดนายปาล์มที่เป็นผู้ช่วย ส.ส.จึงมีหน้าที่ในการขายข้าวได้ ทั้งๆที่นายปาล์มมีชื่อในบริษัท GSSG ทำไมจึงมีอำนาจในการขายข้าวได้
ปชป. จี้ 'นายกฯ' สอบ 'เต้น' เอี่ยวงบฯพยุงราคายาง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ กล่าวถึงกรณีผลตรวจสอบโครงการรับจำนำยางพาราของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าขณะนี้ สตง.ได้ตรวจสอบการใช้เงินพัฒนาศักยภาพเพื่อรักษาเสถียรภาพยางพาราตามมติครม.เมื่อวันที่ 24 ม.ค.55 ซึ่งสมัยนั้นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีการขออนุมัติเงินจากครม.ครั้งที่ 1 จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท และครั้งที่ 2 จำนวน 3 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลปรากฏว่าการดำเนินงานดังกล่าวนั้นไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรืออาจมีการทุจริตเกิดขึ้น
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า สตง. ย้ำใน 5 ประเด็น คือ 1.การใช้เงินดังกล่าวไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการรักษาเสถียรภาพราคายาง เพราะเป็นการให้ยืมเงินจาก ธกส. เพื่อใช้หนุนเวียนในการรับซื้อ แต่ไม่ได้เป็นการกู้ยืมเพื่อแปรรูปยาง หรือเก็บรักษายางในช่วงราคาตกต่ำ 2.มีการบ่งชี้ว่าการซื้อขายยางไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ราคา 120 บาท ตามที่รัฐบาลระบุไว้ 3.ยืนยันว่าบางพื้นที่ไม่มีสถานที่จัดเก็บยาง หรือหมายความว่าอาจมีการซื้อสต๊อกลม 4.มีความเสี่ยงต่อการสวมสิทธิ์นำยางมาขาย หรือการเวียนเทียนในหมู่พ่อค้าและนักการเมือง และ 5.จุดรับซื้อยางขององค์กรสงเคราะห์การทำสวนยางไม่ครอบคลุมพื้นที่ตามที่มีการกล่าวอ้าง เป็นเหตุให้ใช้อำนาจของท้องถิ่นบางพื้นที่เป็นจุดรับซื้อยาง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบเกษตรกร
“อยากให้นายกฯไปตรวจสอบ เพราะนี่อาจเป็นสาเหตุให้นายณัฐวุฒิถูกย้ายไปเป็นรมช.พาณิชย์หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงแปลว่านายกไม่ได้เอาจริงเรื่องการทุจริต ทั้งที่มีความบกพร่องทุจริตและการรั่วไหลของงบประมาณ กลับย้ายให้รมช.เกษตรฯ เป็นรมช.พาณิชย์ และนายกก็จะเป็นเพียงตุ๊กตาที่ไม่มีความจริงใจ หรือไม่ได้เป็นนายกที่แท้จริงของประเทศไทย” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



