ข่าว

'หมวดเจี๊ยบ'ยันโหวตวาระ3ตามกม.

'หมวดเจี๊ยบ'ยันโหวตวาระ3ตามกม.

08 ธ.ค. 2555

'หมวดเจี๊ยบ' ยันเดินหน้าลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ทำตามข้อบังคับกฎหมาย ปัดหวังนิรโทษกรรมช่วย 'แม้ว'

                          8 ธ.ค.55 ร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.ออกมาขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและขู่ว่าหากผลักดันให้มีการโหวตวาระ 3 แล้วจะทำให้รัฐบาลพังว่า การลงมติวาระ 3 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.291 เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อให้กระบวนการเสนอกฎหมายเสร็จสิ้นครบถ้วน ตามข้อบังคับการเสนอกฎหมายของรัฐสภา ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหลังจากมีการลงมติ วาระ1-2 ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาล รอการเสนอรายงานของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อที่แต่ละพรรคจะลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป คาดว่าจะได้เห็นรายงานดังกล่าว อย่างเร็ววันที่ 10 ธ.ค. อย่างช้าวันที่ 17 ธ.ค. ซึ่งผลอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละพรรค

 

ปัดแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนๆเดียว

 

                          ส่วนกรณีที่ระบุว่า การเดินหน้าโหวตวาระ 3 เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของคนๆ เดียวหรือเพื่อล้างผิด คืนทรัพย์สิน ตลอดจนเปิดทางให้อดีตนายกฯกลับคืนสู่อำนาจนั้น ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม เพราะการโหวต วาระ3 เป็นเพียงการลงมติเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การแก้ไขเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ และคนส่วนใหญ่สนับสนุนให้ตั้ง สสร. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน และนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ ส.ส.ร.ซึ่งมีที่มาหลากหลายจะถูกบงการด้วยคนๆ เดียวหรือทำเพื่อประโยชน์ของคนๆเดียว

 

'รัฐบาล' ไม่ต่อรองแลกคดี 'อภิสิทธิ์-สุเทพ'

 

                          ทั้งนี้ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ เลิกโยงการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพ.ร.บ.ปรองดอง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และขอให้เลิกอ้างว่ารัฐบาลแอบไปต่อรองเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กรณีสลายการชุมนุมทำให้มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บ 2,000 กว่าราย เพราะการดำเนินคดีดังกล่าวของดีเอสไอเป็นไปตามคำตัดสินของศาล รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้อยู่แล้ว และยังแต่งเรื่องว่ารัฐบาลใช้คดีความเหล่านี้เป็นเครื่องต่อรองเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ

                          นอกจากนี้สงสัยว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีกี่มาตรฐานเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย เพราะเวลามีผู้ร้องทุกข์ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของไทย นายอภิสิทธิ์ และลูกพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะออกมายืนยันทันที ว่ากระบวนการยุติธรรมไทยเป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซงได้ แต่พอตัวเองถูกดำเนินคดีบ้าง กลับตั้งโต๊ะแถลงข่าว ราวกับว่าถูกการเมืองกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่เป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคำตัดสินของศาล

 

ซัด '40 ส.ว.' ทำเพื่อ 'ตัวเอง-ประชาธิปัตย์'

 

                          อย่างไรก็ตามข้อเสนอของกลุ่ม 40 ส.ว.ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคมช. คัดค้านการแก้ไขรธน.และตั้งส.ส.ร. เป็นเพราะต้องการผูกขาดอำนาจไว้ในมือพวกท่านอย่างเดียวใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่กลับเสนอให้มีการแก้รายมาตราโดยเฉพาะ ม.117 เพื่อปลดล็อควาระการดำรงตำแหน่งของ ส.ว. ให้อยู่ในอำนาจให้นานขึ้น รวมทั้งแก้ไขเรื่องการยุบพรรคทั้งๆที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะเป็นเพียงพรรคเดียวที่สุ่มเสี่ยงอาจถูกยุบพรรค กรณีบริษัท อีสวอเตอร์ เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวก ซึ่งต้องการปกป้องรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐประหารใช่หรือไม่

 

'เพื่อไทย' ยันจัดสานเสวนาไม่ผลาญงบฯ-รัฐไม่แทรกแซง

 

                          ร.ท.หญิง สุณิสา ยังกล่าวถึงกรณีการจัดเวทีประชาเสวนาที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีว่าผลาญงบและเป็นการตั้งเวทีเพื่อล้างสมองให้ประชาชนสนับสนุนการแก้กฎหมายว่า เป็นจินตนาการไปเองของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะ ป.คอป. ได้ชี้แจงไปแล้ว ว่ารูปแบบการทำงานของทุกเวที ที่จะมีขึ้น 108 จุด ทั่วประเทศนั้น กรมพัฒนาชุมชน จะทำหน้าที่เป็นเพียงฝ่ายธุรการของเวทีเสวนาเท่านั้น ส่วนเนื้อหาสาระ ตลอดจนการพิจารณาเชิญผู้เข้าร่วม จะเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ซึ่งรัฐบาลจะเข้าไปชี้นำหรือแทรกแซงการเสวนาได้อย่างไร เพราะเป็นสิ่งที่ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและดำเนินการกันเอง ส่วนเงินงบประมาณ 168 ล้านบาท ที่จะใช้ในการจัดเวทีเสวนานั้น หากสามารถทำให้ประเทศชาติเกิดความสามัคคีปรองดอง และยุติความขัดแย้งได้ ก็ถือเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่า

 

'สามารถ' ยันไม่มีโหวตคว่ำร่างแก้รธน.วาระ 3

 

                          นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวถึงกระแสข่าวคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอให้โหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 เพื่อป้องกันไม่ให้มีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงการโหวตผ่านโดยไม่ทำประชามติก่อน ว่า อย่าไปฟังข่าวลือ ขณะนี้คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลฯยังสรุปรายงานแก้รัฐธรรมนูญไม่เสร็จ คาดว่าจะส่งรายงานให้พรรคร่วมรัฐบาลได้อย่างช้าวันที่ 17 ธ.ค. ทุกพรรคยังเห็นรายงานเลย แล้วจะมาสรุปได้อย่างไรว่าจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่จะโหวตคว่ำในวาระ 3 เพราะการแก้รัฐธรรมนูญ โดยตั้งส.ส.ร.มายกร่างแก้ไขเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา และเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยให้สัญญากับประชาชนในการหาเสียงจนชนะการเลือกตั้งมา และในขั้นรับหลักการวาระ 1 ก็มีเสียงสนับสนุนท้วมท้น 300 เสียง หากไปโหวตคว่ำแสดงว่า ไม่ทำตามนโยบายที่แถลงไว้ ดูแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะโหวตคว่ำในวาระ 3

                          เมื่อถามว่ามีการเสนอให้โหวตคว่ำ พร้อมยื่นร่างใหม่ที่เป็นการแก้ไขทั้งฉบับเข้าสู่สภาฯโดยให้ทำประชามติ 2 ครั้งคือ ก่อนยกร่างแก้ไข และหลังจากยกร่างแก้ไขแล้ว จะได้ไม่ผิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นายสามารถ กล่าวว่า ทำไมต้องทำประชามติ 2 รอบ การไปทำประชามติรอบแรก โดยแค่ถามว่า สมควรแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยที่ยังไม่เห็นเนื้อหาที่จะแก้ไข เสียเงินไปฟรีๆ 2 พันล้านบาท ได้ประโยชน์อะไร พอ สสร. ยกร่างแก้ไขเสร็จแล้ว ก็มาทำประชามติอีกรอบ ก็ต้องเสียงบประมาณ 2 พันล้านบาทอีกรอบ ทำไมไม่ทำประชามติแค่รอบเดียวเหมือนในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาให้ทำประชามติหลังยกร่างแก้ไขเสร็จแล้ว ที่ประชาชนจะเห็นเนื้อหาที่แก้ไขเสร็จแล้วมาเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 50 จะได้ตัดสินใจว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยก็ตกไป แต่ถ้าประชาชนเห็นด้วย รัฐธรรมนูญปี 50 ก็สิ้นสุดลง เพราะประชาชนเห็นด้วยกับร่างใหม่ ก็ตรงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ฟังความเห็นประชาชนก่อน

                          นายสามารถ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา แทนการตั้งส.ส.ร.มายกร่างนั้น หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกโหวตคว่ำในวาระ 3 ก็สามารถเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเข้ามาพิจารณาได้ แต่ถ้าโหวตผ่านวาระ 3 แล้วมาเสนอร่างแก้ไขเป็นรายมาตราเข้ามาอีก ก็ต้องเกิดข้อสงสัยว่า เมื่อจะยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว ทำไมต้องเสนอร่างแก้ไขรัฐมนูญบางมาตราเข้ามาให้ซ้ำซ้อนอีกทำไม