
พยาบาลเหยื่อ'ดีเจออสซี่'ฆ่าตัวตาย
เกิดเหตุนางพยาบาลชาวอังกฤษ ถูกพบเสียชีวิต หลังรับโทรศัพท์ที่ดีเจวิทยุออสเตรเลีย แอบอ้างเป็นสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 หลอกถามข้อมูล'เจ้าหญิงเคทเธอรีน'
8 ธ.ค.55 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเจซินธา ซัลดันฮา นางพยาบาลวัย 46 ปี ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลคิง เอ็ดเวิร์ดที่ 7 ในกรุงลอนดอน ถูกพบว่าเสียชีวิตในอพาร์ท์เม้นท์ใกล้กับที่ทำงานเมื่อวานนี้ โดยตำรวจกำลังตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตแต่สงสัยว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้ เธอทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวมา 4 ปี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม เข้ารับการรักษาพระอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงเมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา
สื่ออังกฤษรายงานว่า นางซัลดันฮา ได้รับโทรศัพท์จากดีเจสถานีวิทยุ"ทูเดย์-เอฟเอ็ม" ของออสเตรเลีย 2 คน เมื่อวันอังคาร ที่แอบอ้างเป็นสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษและเจ้าฟ้าชายชาล์ส หลอกถามข้อมูลของเจ้าหญิงเคท ซึ่งเธอก็ได้ส่งโทรศัพท์ต่อให้กับนางพยาบาลอีกคนหนึ่ง ที่ดูแลพระอาการเจ้าหญิงเคท และได้มีการเปิดเผยข้อมูลออกไป
และทางสถานีวิทยุได้นำคลิปเสียงนี้ออกอากาศและโพสต์ขึ้นบนเวบไซต์
ตำรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่า การเสียชีวิตของนางซัลดันฮา มีความเกี่ยวโยงกับการรับโทรศัพท์หลอกลวงดังกล่าวหรือไม่ แต่ภายหลังข่าวการเสียชีวิต เจ้าชายวิลเลี่ยม และพระชายา ทรงออกแถลงการณ์แสดงความเสียพระทัยต่อการเสียชีวิตของนางซัลดันฮาทันที
ด้านโรงพยาบาลคิง เอ็ดเวิร์ดที่ 7 ให้ข่าวยืนยันว่า ก่อนหน้าการเสียชีวิต เธอไม่ได้ถูกพักงานหรือลงโทษทางวินัยแต่อย่างใด จากการรับโทรศัพท์หลอกลวงเมื่อวันอังคาร
สถานีวิทยุ "ทูเดย์เอฟเอ็ม" ของออสเตรเลีย ออกมาขอโทษต่อการกระทำของดีเจสถานี 2 คนเมื่อวันพุธ และได้ถอดคลิปเสียงโทรศัพท์ดังกล่าวออกจากเวบไซต์แล้ว ส่วนดีเจทั้ง 2 คน คือ เมล เกร็ก และ ไมเคิล คริสเตียน ได้ถูกสถานีพักงานแล้ว หลังถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และมีเสียงเรียกร้องให้สถานีไล่ดีเจทั้ง 2 ออก
การกระทำของดีเจทั้ง 2 คน เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในออสเตรเลีย บ้างก็บอกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงอะไร แต่ก็มีหลายฝ่ายที่มองว่า ดีเจทั้ง 2 คน ทำลำเส้นและเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของสมาชิกในราชวงศ์



