
'อาเซียน เลน'โฉมใหม่..สตม.
'อาเซียน เลน' โฉมใหม่..สตม. : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
เทคโนโลยีในโลกสมัยใหม่ กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนให้การทำงานสะดวกรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น อย่างที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท. ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. แม่ทัพคนใหม่ ให้ความสำคัญกับการนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในระบบงานเพื่อรองรับปริมาณผู้คนมากมายที่จะหลั่งไหลเข้าประเทศไทย หลังจากเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้
- การปรับปรุงเทคโนโลยีแบบครบวงจรของ สตม. คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
ปัจจุบัน ข้อมูลการผ่านเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยจากทุกช่อง จะถูกรวบรวมผ่านเซิร์ฟเวอร์หลักของระบบคอมพิวเตอร์ 2 ระบบ จะถ่ายโอนข้อมูลกันทุกเที่ยงคืน คือ ระบบ PISCES (Personal Identification Secure Comparison and Evaluation System) ที่ยังเหลือใช้อยู่ในสนามบินนานาชาติของไทยและด่านตรวจคนเข้าเมืองบางด่าน และระบบ PIBICS (Personal Identification and Blacklist Immigration Control System) เป็นระบบเดียวทั่วประเทศ สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมดทุกอย่าง
ตอนนี้ ติดตั้งเฟส 1 ไปเรียบร้อยแล้วทั้งหมด 40 ด่าน ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ในเฟส 2 ที่จะติดให้ครบทุกด่านที่เหลือ คาดว่าเดือนเมษายนทุกด่านจะใช้ระบบนี้ได้หมด พร้อมกับดำเนินการเฟส 3 ที่สนามบินสุวรรณภูมิไปพร้อมกัน ทั้งนี้ ระบบการเข้าประเทศทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ จะเชื่อมโยงถึงกันในระบบเดียว ถ้าหากมีคนร้ายเข้าเมืองมาก่อเหตุและจะหนีออกอีกด่านหนึ่ง จะรู้ถึงกันหมดนั่นเอง
- มั่นใจในระบบPISCES และ PIBICS เพียงใด
ระบบนี้เราจะเป็นเจ้าของเอง จะมีการแก้ไขข้อมูลเองได้ เมื่อการติดตั้งเสร็จ ข้อมูลจะเป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ สามารถทราบข้อมูลได้เร็วทั้งหมด เมื่อคนร้ายเข้ามาจากอีกด่านแม่สอดจะหนีไปอีกด่านสระแก้ว จะทราบข้อมูลได้รวดเร็ว สามารถอายัดตัวไม่ให้ออกได้ทันที บางด่านยังไม่มีเฟส 2 พออายัดปุ๊บกว่าจะรู้ก็ไม่ทันการ แต่เฟสสองทุกด่านจะเชื่อมถึงกันหมด ตอนนี้ที่ยังไม่มีการติดตั้งครบ ทำให้มีจุดอ่อนในการหลบหนีได้ง่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นระบบเดียวกันทุกอย่างจบ ในยุคผมการทำระบบ PIBICS จะเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็ว เพราะมันสำคัญมาก และระบบ PISCES กับ PIBICS เสร็จแล้วจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทุกครึ่งชั่วโมง และระบบ PISCES ก็จะคงไว้เพื่อเชื่อมข้อมูล
- นอกจากทั้งสองระบบนี้แล้ว จะมีการนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้เพิ่มเติมหรือไม่
ที่จะเพิ่มเติมคือ ระบบออโต แชนแนล (Auto Channel)หรือเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ตอนนี้มีที่สนามบินสุวรรณภูมิ 16 เครื่อง กำลังเร่งติดตั้งไปยังสนามบินนานาชาติในประเทศไทยทั่วประเทศ จะขยายให้มีระบบออโต แชนแนลทั้งหมดเพื่อความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งการขยายไปยังด่านที่สำคัญในประเทศไทยด้วย รวมทั้งอยากให้มีระบบออโต แชนแนล (Auto Channel) ที่เป็น "อาเซียน เลน" สำหรับคนอาเซียนไม่ต้องผ่านเจ้าหน้าที่ แค่มีพาสสปอร์ตและเดินเข้าได้เลย บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่งรวมทั้งสนามบินด้วยเพื่อเป็นการรองรับประชาคมอาเซียนด้วย ซึ่งในอนาคตอยากจะมีการนำกล้องที่สามารถสแกนบันทึกหน้าคน 27 จุด มาติดไว้ตามด่าน เพราะตอนนี้เราไม่มีเพื่อบันทึกภาพคนที่เดินทางเข้าออกประเทศ
- แนวทางการพัฒนา ตม.ทั่วประเทศ
ตอนนี้ ทำ "โครงการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดต้นแบบ" ที่จะมีการให้ ตม.จังหวัดทุกพื้นที่มีการนำระบบต่างๆ เช่น ระบบบัตรคิว 10 ภาษาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น การทำ "ไดรฟ์ทรู" ที่เปิดให้บริการด้านหน้าที่ทำการซึ่งให้บริการแบบไม่ต้องลงจากรถ รวมทั้งระบบบาร์โค้ดที่ติดไว้บนหนังสือเดินทาง โดยจะจัดทำประวัติเอาไว้ มีการถ่ายรูปจัดเก็บเป็นไฟล์ดิจิตอลไว้เป็นข้อมูล และติดบาร์โค้ดไว้ที่หนังสือเดินทาง เมื่อชาวต่างชาติมาติดต่อครั้งต่อไปตำรวจ ตม.เพียงแค่ตรวจสอบบาร์โค้ดนั้นก็สามารถรู้ข้อมูลของชาวต่างชาติรายนั้นอย่างละเอียด ซึ่งในระบบการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่า 90 วันก็จะมี "หมวดยิ้ม" ที่เป็นหุ่นคอยทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ เพียงแค่มาสแกนบาร์โค้ด พิมพ์ลายนิ้วมือ และให้หมวดยิ้มถ่ายรูป ก็ถือว่าเรียบร้อยโดยไม่ต้องเสียเวลารอพบเจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวกมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตม.แต่ละจังหวัดคิดค้นมา และเรานำมารวมกันอยู่ในตม.ต้นแบบ เพื่อให้ด่านตรวจคนเข้าเมือง และ ตม.จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ จะนำไปเป็นแบบอย่างในการยกระดับงานบริการต่อไป ซึ่งจะเริ่มทำเป็นต้นแบบที่ปากน้ำ เป็นตม.ในอุดมคติ เนื่องจากบริเวณนั้นมีคนมาใช้บริการเยอะ
- การนำระบบไอทีเข้ามาใช้มากขึ้น จะมีส่วนช่วยลดตำรวจนอกรีตอย่างไร
ช่วยได้มาก การนำไอทีมาใช้ทำให้การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบลดน้อยลงจนกระทั่งไม่มี เมื่อมีการถ่ายรูป การนำเอกสารลงระบบคอมพิวเตอร์ ระบบการเรียกรับโดยไม่ถูกต้องก็จะลดน้อยลง งานตม.เป็นประตูของการเข้าประเทศ เป็นหน้าเป็นตาประเทศเมื่อเข้ามาแล้วเจอการประพฤติมิชอบ ไปหากินกับความไม่ถูกต้อง กับชาวต่างชาติที่ขออยู่ต่อ ชาวต่างชาติที่มากระทำความผิด ก็ต้องถูกลงโทษอย่างเฉียบขาดเพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ในยุคผมจะจัดการทุกคนที่พบ ซึ่งในการแต่งตั้งงวดที่ผ่านมา มีการพบเห็นคนที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ให้ย้ายออกนอกหน่วยอันดับแรก และดำเนินการทางวินัย ปกครองและอาญา ผมได้ก็ได้ดำเนินการไปบ้างแล้วในการแต่งตั้งโยกย้ายที่เพิ่งผ่านไป
- มีการร่วมมือกับภาคเอกชนในการให้บริการประชาชนในยุคนี้อย่างไร
เรามีการร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อย่าง ภาคเอกชนเช่น ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เนื่องจากภาครัฐให้ไทยเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลก็จะมีชาวยุโรปและเอเชียเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก บางคนเป็นคนไข้ใน พออยู่เมืองไทยครบ 90 วันต้องรายงานตัวแต่เขานอนอยู่ในโรงพยาบาล เราก็ใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เชื่อมต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ตม.กับหมอ และคนไข้ เอกสารจะส่งโดยเจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวก และยังมีการช่วยเหลือในล่ามกว่า 10 ภาษาที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ชาวต่างชาตินั้นๆ ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง จะคอนเฟอร์เรนซ์สามสาย คุยกันได้ และสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย ที่มีครูชาวต่างชาติมากมาย เขาต้องมาติดต่อขอวีซ่า ขออยู่เกิน 90 วัน เขาจะมาต้องใช้เวลานาน และเขามีจำนวนเยอะ กว่าร้อยโรงเรียน เราจึงจัดแบ่งเป็นกรุ๊ปและโซน ใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เช่นกัน เพื่อรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานและเอกสารส่งมา เจ้าหน้าที่จะดูพูดคุย รวมทั้งระบบการจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ผ่านระบบบัตรเดบิต เครดิต จากที่ต้องนำเงินสดมาจ่ายเราก็เพิ่มความสะดวกสบายให้คนที่มารับบริการมากขึ้นด้วย
-มองภาพ สตม. ในฝันไว้อย่างไร
อย่างแรกอยากให้ระบบไอทีต้องเป็นระบบเดียวทั้งประเทศ เป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เพื่อที่จะสามารถควบคุมคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยได้ทุกขั้นตอน สามารถสกัดกั้นคนไม่ดีที่จะเข้าประเทศ หรือคนไม่ดีที่จะหนีออกจากประเทศได้ หรือตรวจสอบได้ว่าเขาพักอยู่ที่ไหนอย่างไร การแจ้งอยู่ต่อ ต้องใช้ระบบไอทีทั้งหมด ใครไม่แจ้งมีความผิด และต้องมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน มีตำรวจสืบสวนคอยตรวจสอบเพื่อให้ทุกคนเข้าสู่ระบบ คนต่างด้าวทุกคนเราต้องรู้ว่าเขาพักที่ไหน เขาเข้ามาทำอะไรที่ไหนอย่างไร ออกตามกำหนดเวลาหรือไม่
ตม.ในอุดมคติมันต้องรู้ทุกขั้นตอน ตอนนี้เรายังไม่มีคนที่คอยควบคุมที่เพียงพอ ไม่มีระบบไอทีที่ดีพอ จึงเห็นอยู่ว่ามีกลุ่มนั้นแก๊งนี้เข้ามา และเขาควรจะแจ้งที่อยู่ตลอด เจ้าของหอพักเจ้าของโรงแรมต้องมีระบบการรายงานที่รวดเร็ว ให้รายงานมาที่ไอที สตม. ไม่ว่าแขกจะย้ายไปพักที่ไหน นี่คือการกำกับดูแลชาวต่างชาติ แรงงานต่างด้าว ที่ภาคเอกชนต้องช่วยเหลือด้วย หรือใครที่หายไปจากระบบต้องมีเจ้าหน้าที่คอยกำกับดูแลติดตาม นี่คืออยากให้เป็นระบบเดียวทั่วประเทศ
.......................
(หมายเหตุ : 'อาเซียน เลน' โฉมใหม่..สตม. : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



