
'ผบ.ทบ.'สั่งปรับแผนรปภ.ครูใต้
'ประยุทธ์' สั่งปรับแผนรปภ. ครูใต้ แนะปชช.ในพื้นที่ช่วยแจ้งเบาะแส เชื่อ 'ดีเอสไอ' แจ้งข้อหา 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ไม่กระทบทหาร เตรียมจัดทำพระราชดำรัสแจกจ่ายกำลังพล
7 ธ.ค.55 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมว่า ผบ.ทบ. ได้แสดงความห่วงใยการดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ในการปฏิบัติงานยังเน้นให้ใช้หลักกฎหมายและการสร้างความเข้าใจเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามจากการที่รัฐบาลได้แต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ (กปต.) น่าจะส่งผลให้การแก้ปัญหาในอนาคตมีทิศทางที่ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ทบ. ได้สั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ปรับแผนการรักษาความปลอดภัยครูหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ผบ.ทบ. ได้สั่งให้ปรับแผนโดยให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งได้มีการหารือร่วมกันก่อนหน้านี้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ที่ต้องช่วยกันดูแล ปกป้องครู และเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ และแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย
'พงษ์เทพ'ยันไม่ย้ายครูพุทธออกจาก3จ.ใต้ทั้งหมด
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คงไม่ออกคำสั่งย้ายครูไทยพุทธทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกจากพื้นที่ เพราะเชื่อว่า ครูจำนวนมากยังคงรักที่จะอยู่สอนหนังสือในพื้นที่ต่อไป ยกเว้นถ้าครูรายใดมีปัญหา มีความรู้สึกไม่ปลอดภัย ต้องการย้ายออกนอกพื้นที่ ก็จะดำเนินการย้ายให้ พร้อมจัดหาครูใหม่เข้าไปทดแทน และไม่เพียงแต่ครูเท่านั้น ข้าราชการอื่นๆ ที่ขอย้ายมา ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล คปร. ก็จะดำเนินการให้
เชื่อ 'ดีเอสไอ' แจ้งข้อหา 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ไม่กระทบทหาร
พ.อ.วินธัย แถลงถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แจ้งข้อกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาว่า ทางดีเอสไอไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ทหาร เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารเพียงถูกเชิญจากดีเอสไอไปให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งขณะนี้มีบางคดีที่ศาลได้ไต่สวนแล้ว โดยทางทหารเองก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และในบางคดีได้มีการขอยื่นอุทธรณ์สำหรับคำไต่สวนไปแล้วตามช่องทางของกฎหมาย
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ความสำคัญและห่วงใยอยู่ 2 เรื่อง คือ กำลังพลบางส่วนที่จะต้องมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกมีความห่วงใยอย่างยิ่ง แต่เข้าใจถึงขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งยืนยันจะดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด สำหรับประการต่อมา คือ เรื่องคดีของเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตามกฎหมายถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งกองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจได้ตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลติดตามและประสานงานข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งเราได้เคยยืนยันกับญาติพี่น้อง และครอบครัวผู้สูญเสียไปแล้วเมื่อครั้งที่มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับกองทัพบกเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมาว่า เรามีภาพหลักฐานชัดเจนที่เจ้าหน้าที่ทหารถูกกระทำ และสามารถบันทึกไว้ได้หลายเหตุการณ์ โดยเราเคยส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว แต่จากการสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ พบว่า ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้กองทัพบก และ คณะทำงาน จะดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป” พ.อ.วินธัย ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแจ้งข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ว่าเป็นเป็นคนสั่งฆ่าประชาชน จะทำให้กองทัพบกเสียภาพพจน์หรือไม่ ในฐานะผู้ปฏิบัติ พ.อ.วินธัย กล่าว่า การตั้งข้อกล่าวหากับอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกองทัพ เพียงแต่กลัวความรู้สึกของสังคมจะไม่เข้าใจถึงการปฏิบัติงานของทหาร อาจจะเข้าใจว่าทหารไปฆ่าประชาชน ซึ่งความจริง ทหารเพียงทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเรียบร้อยไม่ได้ไปฆ่าใคร ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารก็กลายเป็นเป้าหมายในการถูกโจมตีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การไต่สวนพิจารณาของศาลเป็นเพียงการชี้สาเหตุของการเสียชีวิตเท่านั้น ทั้งนี้กองทัพบกไม่ได้แก้ตัว หรือไปแย้งกับทางศาล เพราะไม่ใช่คำตัดสิน หรือ คำพิพากษาแต่อย่างใด
'ผบ.ทบ.' ชื่นชมทหารร่วมงานพิธีเสด็จออกมหาสมาคม
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นประธานการประชุมว่า ผบ.ทบ.ได้ขอบคุณกำลังพลทุกนายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 55 ที่ปฏิบัติได้อย่างเรียบร้อยสมพระเกียรติ และประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานในวโรกาสดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติในทุกวาระทุกโอกาส โดยเฉพาะความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงปลอดภัย เนื่องจากพระราชดำรัสในหลายเรื่องมีคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนจึงได้มอบให้กรมกิจการพลเรือนทหารบกดำเนินการรวบรวมพระราชดำรัสที่สำคัญในแต่ละด้านจัดทำเป็นเอกสารแจกจ่ายกำลังพลเพื่อให้ศึกษา ทำความเข้าใจและนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และการดำเนินชีวิต รวมถึงเผยแพร่ให้กับประชาชนด้วย
“เรื่องการปกป้องสถาบันนั้นทางกองทัพบกได้ดำเนินการในหลายด้านโดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจ และการเผยแพร่ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต โดยกลุ่มพลังมวลชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ผบ.ทบ.จึงขอให้ทุกหน่วยดำรงการเชื่อมโยงเครือข่ายพลังแห่งความจงรักภักดี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว
'ผบ.ทบ.' สั่งทหารช่วยผู้ประสบภัยแล้ง
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกว่า ผบ.ทบ. ได้กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้คุณค่า และรู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างถูกต้อง การแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร โดยประสานการปฏิบัติกับทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเร่งรัดดำเนินโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง”ประจำปี 2556 จากเดิมที่ปฏิบัติในเดือน มี.ค. เป็นเดือน ม.ค.
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนนั้น ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้หน่วยทหารในทุกพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยใช้ข้อมูลจากการเข้าไปรับฟังปัญหาของประชาชนและชุมชนในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้กองทัพบกเตรียมส่งหน่วยทหารช่าง เข้าดำเนินโครงการ “ขุดลอกคูคลองและพัฒนาแหล่งน้ำ” ตามที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อดำเนินการขุดลอกคูคลอง, การทำแก้มลิง, การขุดบ่อกักเก็บน้ำ รวมทั้งระบบระบายน้ำ ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับในเรื่องการกำหนดพื้นที่ที่จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น การทำงานต้องมีรูปแบบที่ชัดเจนใช้งบประมาณที่ได้รับมาอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส



