ข่าว

'กี้ร์'สำนึก!ขอโทษที่ผ่านมาเข้าใจผิด

'กี้ร์'สำนึก!ขอโทษที่ผ่านมาเข้าใจผิด

07 ธ.ค. 2555

'อริสมันต์' แถลงขอโทษทุกเหตุการณ์ อ้างเกิดจากความเข้าใจผิด วอนเสื้อแดงอย่าสะใจ 'DSI' ดำเนินคดี 'มาร์ค-สุเทพ' ขณะที่ 10 ธ.ค. นปช.เล็งจัด 'แรลลี่โค่นอำมาตย์'

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 55  ที่พรรคเพื่อไทย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ตนและ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ศ. เดินทางไปศาลอาญาพร้อมไกล่เกลี่ยคดีความหมิ่นประมาทจากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี 2552 ที่ตนเคยกล่าวหาหมิ่นประมาทว่า การกระทำต่างๆ เป็นภารกิจของ พล.ต.ต.อำนวย อาทิ การบุกจับกุมตัวช่วงหนึ่งได้เปลี่ยนตัวตำรวจขณะเดินทางพร้อมกับขับรถพาวนในกทม.กว่า 3 ชั่วโมง และคำพูดต่างๆ ที่เคยต่อว่าต่อขาน พล.ต.ต.อำนวย จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นจึงขอโทษ และขอให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างความเข้าใจผิดระหว่างตำรวจกับนักการเมือง และอยากกล่าวขอโทษไปถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ในอดีตที่เคยกระทำล่วงเกินด้วย รวมทั้งที่ผ่านมาก็ได้ไปพบและขอโทษเจ้าของโรงแรมรอยัลคลิปบีช รีสอร์ทพัทยา กรณีพามวลชนบุกเข้าไปภายในแล้ว เนื่องจากขณะนั้นคิดว่าพี่น้องจะถูกทำร้ายเลยต้องบุกเข้าไปในโรงแรม แต่ต่อมาก็ได้เข้าไปห้ามปรามไม่ให้พี่น้องทำร้ายคนในโรงแรม ทำลายข้าวของ จึงอยากแถลงข่าวขอโทษเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจต่อกันด้วย

                         นายอริสมันต์ กล่าวต่อว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพาดพิงถึง นางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยาตน ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า ผู้ช่วย ส.ส.ชื่อนายปาล์ม เกี่ยวพันกับขบวนการค้าขายข้าว และพยายามเชื่อมโยงมาถึงตนที่รู้จักนักธุรกิจกลุ่มค้าข้าวนั้น ตนขอปฏิเสธว่าไม่เคยเกี่ยวพันหรือไปยุ่งเกี่ยวหรือไปรู้จักกับนักธุกิจกลุ่มดังกล่าว หากจะวิพากษ์วิจารณ์ก็อยากให้นึกถึงตนด้วย เพราะยังมี บิดา มารดา ลูก และเพื่อนฝูงที่รู้จักด้วย จากการกล่าวหานั้นได้ทำความเสียหายมาถึงตนมากเพียงใด แต่คงจะไม่ไปฟ้องร้อง วันนี้เพียงอยากอยู่ในสังคมอย่างสงบสุขเท่านั้น ส่วนกรณีที่นายปาล์มมาเป็นผู้ช่วยส.ส.นางรพิพรรณ นั้น เรื่องอื่นไม่สามารถก้าวก่ายในชีวิตเขาได้ ตั้งแต่เกิดเรื่องได้เรียกนายปาล์ม มาพูดคุยพร้อมกับให้เรียบเรียงเป็นเอกสารแต่ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ที่ได้คุยกับเขานั้น เขาบอกว่า มีน้าชาวจีนที่รู้จักกันจะมาลงทุน นายปาล์มที่พูดภาษาอังกฤษได้ เลยนำกลุ่มนักธุรกิจไปที่ต่างๆ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ เขามีหน้าที่พานักธุรกิจจีนไปส่งที่กระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ไม่เคยรับรู้การซื้อขายข้าวเลย ในรายละเอียดนั้นเด็กไม่ทำเลย ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่ นพ.วรงค์ พูดโยงใยมาถึงตนนั้น ครั้งหนึ่งเคยกล่าวหาใช้บัตรส.ส.เบ่งขึ้นเครื่องบิน ก็ไม่เป็นความจริง แต่ก็ถือว่าเขามีเจตนาดี หากเห็นใครทำไม่ถูกไม่ต้องก็ต้องตีแผ่ ตนก็ขอให้อภัย และไม่คิดฟ้องหมิ่นประมาท

                         "สำหรับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อยากบอกนักการเมืองในสภาฯ ว่า มาตราแรกที่สำคัญ คือ มาตรา 300 โดยรัฐธรรมนูญระบุชัดว่า การมีศาลรัฐธรรมนูญให้ตราพ.ร.บ.ว่าด้วยเรื่องพิจารณาศาลอาญาให้แล้วเสร็จใน 1 ปี แต่ล่วงเลยมาแล้ว 5 ปี ถ้าไม่รีบแก้คิดว่าปัญหาจะเกิดมากขึ้น"

                         นายอริสมันต์ กล่าวอีกว่า ขอให้คนเสื้อแดงอดทน อย่าไปสะใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ที่ถูกดีเอสไอดำเนินคดีพร้อมกับแจ้งข้อหาสั่งฆ่าประชาชนโดยเล็งเห็นผล เรื่องนี้ไม่ใช่การสะใจ เราต้องอดทนดูด้วยใจเป็นกลาง อุเบกขา เราเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และมีความเมตตาในเรื่องดังกล่าวด้วย หนึ่งปีที่กลับมาประเทศไทยนั้น พยายามไม่เป็นข่าวหรือไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่การเมืองมาเกี่ยว จึงต้องแถลงให้ทราบ หนึ่งปีปฏิบัติธรรม สิ่งที่ทำหวังเป็นบารมีทำให้ประเทศชาติเกิดความปรองดอง สงบสุขอีกครั้ง ยึดทาน ศีล สมาธิ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หรือเรื่องความมีวิริยะให้อยู่ในกรอบศีลธรรม กฎหมายจะทำให้เรามีความเข้าใจในกรอบการเมืองมากขึ้น หวังว่าการเมืองของเราปีนี้จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี อยากบอกกับประชาชนว่า ขอให้มีชีวิตปกติเหมือนประชาชนทั่วไป กลับมาประเทศไทยด้วยสัจจะวาจา ให้อภัย ไม่อาฆาต เหมือนกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่บอกแก้ไข ไม่แก้แค้น เราก็ใช้หลักการเดียวกัน เพื่อให้สังคมและการเมืองประเทศไทยเป็นสังคมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาประเทศเราให้ยั่งยืนตลอดไป

 

10 ธ.ค. นปช.เล็งจัด 'แรลลี่โค่นอำมาตย์'

 

                         แหล่งข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 ธ.ค. เวลา 10.00 น. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า บริเวณหมุดคณะราษฎร์ เพื่อจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ "แรลลี่โค่นอำมาตย์ สถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน" และจะเคลื่อนขบวนผ่านจุดต่างๆ ดังนี้

                         1. รวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

                         2. เคลื่อนไปที่รัฐสภา โดยจะมีการอ่านบทกวี โดยกวีราษฎร์

                         3. เคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่ม นปช.จะยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 พร้อมกับมอบดอกไม้ให้กำลังใจรัฐบาล

                         4. เคลื่อนไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่ม นปช.จะทำกิจกรรมร้องเพลงชาติ

                         5. เคลื่อนไปที่ศาลฎีกา (สนามหลวง) กลุ่ม นปช.จะวางพวงหรีด

                         6. เคลื่อนไปที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี (ใช้เส้นทาง ถ.เจริญกรุง - ถ.พระราม 4 - หัวลำโพง - สวนลุมพินี)

                         และ 7. เวลา 13.00 น. กลุ่ม นปช.จะเปิดเวทีปราศรัยและเสวนาของเหล่าแกนนำ

                         เบื้องต้นคาดว่า จะมีกลุ่ม นปช.มาร่วมงานประมาณ 3 พันคน นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ธ.ค. กลุ่ม นปช.จะนัดรวมตัวกันอีกครั้งที่บริเวณหน้าศาลอาญา เพื่อฟังคำไต่สวนพิจารณานัดสืบพยานเพิ่ม คดี ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดงในข้อหาก่อการร้าย