ข่าว

'ประสงค์-สว.ลต.'ค้าน40สว.แก้ม.117

'ประสงค์-สว.ลต.'ค้าน40สว.แก้ม.117

07 ธ.ค. 2555

'ประสงค์' ไม่หนุน'กลุ่ม40สว.'เสนอแก้รธน. ม.117 , ม.237 ชี้เป็นประเด็นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ด้าน'สว.ลต.'ค้านด้วย เชื่อเป็นแค่การต่อรองไม่ให้ร่วมโหวต

                7 ธ.ค.55 น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ  อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวถึงประเด็นที่ฝ่ายรัฐบาลเตรียมเสนอให้เดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.... ) พ.ศ.... วาระสาม ว่า หากฝ่ายรัฐบาลมีการเดินหน้าลงมติเรื่องดังกล่าว เท่ากับว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้คำวินิจฉัยแนะนำว่าต้องทำประชามติก่อนที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผู้ที่ร่วมลงมติ ถือมีเจตนาที่จะฝ่าฝืนอาจถูกยื่นถอดถอน ส่วนพรรคการเมืองอาจถูกยื่นให้ยุบ ทั้งนี้ส่วนตัวมองประเด็นที่รัฐบาลให้ข่าวว่าเตรียมเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ วาระ 3 เพื่อกลบข่าวการทุจริต คอรัปชั่นของรัฐบาล เช่น โครงการทุจริตรับจำนำข้าวทุกเมล็ด เนื่องจากประเด็นนี้รัฐบาลยังไม่สามารถอธิบายให้สังคมเกิดความกระจ่างในประเด็นที่ฝ่ายค้านเปิดเผยความไม่โปร่งใสและต้องการกลบข่าวปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา

               น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับทางออกของประเด็นที่ถกเถียงเรื่องการเดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 นั้น คือให้สมาชิกรัฐสภา เสนอถอนญัตติลงมติวาระ 3  ของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระ โดยให้เหตุผลคือ ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นข้อยุติ

               อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ความเห็นต่อประเด็นที่กลุ่ม 40 สว.เตรียมเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ประกอบด้วย มาตรา 117 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของ สว.เลือกตั้ง ที่ต้องการปลดล็อคให้ สว.เลือกตั้งสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ และมาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง โดยจะเสนอให้แก้ไขไม่ให้มีการยุบพรรค ว่า ตนไม่สนับสนุนทั้ง 2 ประเด็น เพราะด้วยเจตนาของการยกร่างมาตราดังกล่าวได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและหลากหลายแล้ว คือ มาตรา 237 ที่ให้โทษการทุจริตเลือกตั้งที่กรรมการบริหารพรรครู้เห็น ถึงขั้นยุบพรรค เพราะได้เล็งเห็นประโยชน์ของการทุจริตเลือกตั้งแล้วว่า พรรคการเมืองได้ประโยชน์ร่วมกับตัวนักการเมือง ดังนั้นเมื่อมีการทุจริตเลือกตั้งโดยกรรมการบริหารพรรครู้เห็น ก็ไม่สมควรให้มีพรรคการเมืองต่อไป ส่วนมาตรา 117 ที่ระบุห้าม สว.เลือกตั้งดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินหนึ่งวาระนั้น เพราะเห็นว่าเพื่อไม่ให้ สว.ตกเป็นเบี้ยล่างของ สส.หรือพรรคการเมือง
 “ การเสนอแก้รัฐธรรมนูญ สองมาตรานั้นของกลุ่ม สว. แม้จะทำได้ แต่อาจถูกสังคมวิจารณ์ว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้” น.ต.ประสงค์ กล่าว

 

 

"ส.ว.ลต."ค้านด้วย  เชื่อเป็นแค่การต่อรองไม่ให้ร่วมโหวตรธน.วาระ 3

                กรณีที่ กลุ่ม 40 สว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายประสาร มฤคพิทักษ์, นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ และ นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สว.สรรหา เตรียมเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ประกอบด้วย มาตรา 117 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของ สว.เลือกตั้ง ที่ต้องการปลดล็อคให้ สว.เลือกตั้งสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินหนึ่งวาระได้ และ มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคการเมือง โดยจะเสนอให้แก้ไขไม่ให้มีการยุบพรรคหากพบว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง หากกรรมการบริหารพรรครู้เห็นพฤติกรรม สำหรับการเสนอแก้ไข มาตรา 117 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สว.เลือกตั้งโดยตรงนั้น ล่าสุด กลุ่ม สว.เลือกตั้ง ส่วนใหญ่ แสดงความเห็นคัดค้านและแสดงความกังวลว่าจะถูกมองว่ามีประโยชน์ทับซ้อน

                โดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ให้สัมภาษณ์ด้วยความแปลกใจ และคาดไม่ถึงว่า กลุ่ม สว.สรรหาจะเป็นผู้ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียเอง ว่า ตนไม่คิดว่า สว.สรรหาจะเป็นผู้เสนอแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ส่วนตัวมีความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 117 จำนวน 2 ประเด็น ว่า 1.หากเป็นการเสนอแก้ไข เพื่อเป็นการเอาใจ สว.เลือกตั้ง เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนไม่ร่วมสนับสนุน หรือลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระ 3 ที่เป็นผลให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น ตนไม่เห็นด้วย และ 2.ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อควาระการดำรงตำแหน่งของ สว. ตนเห็นว่าควรมีการแก้ไขที่มาของ สว.ให้มีที่มาจากหลายหลายกลุ่มอาชีพ เพื่อจะให้เกิดการเชื่อมโยงกับประชาชน และไม่อยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองหรือทุนของพรรคการเมือง นอกจากนั้นแล้วสำหรับประเด็นที่มีความพยายามจะเดินหน้าลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม ส่วนตัวไม่เห็นด้วย

                ด้านนายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้า วันที่ 7 ธ.ค. มี สว.สายเลือกตั้งจำนวน 4-5 คน จับกลุ่มวิเคราะห์ และวิจารณ์ถึงประเด็นที่กลุ่ม 40 สว เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีความเห็นร่วมกันว่าเป็นเพียงการต่อรองไม่ให้ สว.เลือกตั้ง ไปลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 โดยการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 117 เท่าที่ สว.เลือกตั้งได้ฟังถึงกับสะอึก และมีความลังเล แต่โดยส่วนตัวฐานะที่เคยเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกลุ่ม 40 สว.ทั้งที่ก่อนหน้านั้น สว.กลุ่มดังกล่าวคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอดสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับว่ารัฐธรรมนูญนั้นมีปัญหา แต่จังหวะของการยื่นแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระ 3 ยังคาอยู่ในระเบียบวาระ นั้นไม่สามารถให้มีการพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราได้ อีกทั้งตนเชื่อว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จะไม่รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตราของกลุ่ม 40 สว.

                “ ผมจะไม่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ของกลุ่ม 40 สว. แต่จะขอดูอยู่ห่างๆ ส่วนการเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระ 3 ที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้า ส่วนตัวผมเห็นด้วย” นายดิเรก กล่าว

                ขณะที่ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สว.ชลบุรี กล่าวเห็นด้วยกับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ทั้ง 2 มาตรา ตามที่กลุ่ม 40 สว.เสนอ แต่จะไม่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติ เนื่องจากกังวลในประเด็นที่ถูกสังคมมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะประเด็นแก้ไข มาตรา 117 นั้นมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ สว.เลือกตั้ง สำหรับประเด็นที่จะมีการเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระ 3 ส่วนตัวเห็นด้วยเพราะต้องการให้กลไกการเสนอแก้ไขกฎหมายเดินไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

                “ผมมองว่ากรณีที่กลุ่ม 40 สว. เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพื่อให้คงรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันที่คงวิธีการได้มาซึ่ง สว. จากการสรรหาเอาไว้ แต่ผมกลับมองว่าที่มาของ สว.นั้นควรมีที่มาซึ่งยึดโยงกับประชาชน และสัดส่วนส.ว.นั้นควรยึดตามจำนวนประชากร” นายสุรชัย กล่าว