ข่าว

รวบแก๊งค้าพม่าระนองเปิดบัญชีส่วยงาบเกือบทุกคน

รวบแก๊งค้าพม่าระนองเปิดบัญชีส่วยงาบเกือบทุกคน

28 พ.ค. 2552

ทหารผนึก ตม.บุกรวบต่างด้าวคารถ เตรียมขนไปส่งภูเก็ต ตะลึงพบบัญชีส่วยค้ามนุษย์กินกันอิ่มแปล้ตั้งแต่ประทวนยันสัญญาบัตร ตร.ภาค 8 เต้นใครผิดสั่งฟันทันที

 หลังจากทีมข่าว "คม ชัด ลึก" เปิดประเด็นขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวชาวพม่า-โรฮิงญาใน จ.ระนอง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารในพื้นที่เปิดฉากกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดสามารถทลายเครือข่ายกลุ่มใหญ่คาบ้านพัก ขณะลำเลียงส่งต่อไปจังหวัดอื่น

 การจับกุมครั้งนี้มีขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ต.ท.ณัชธกฤต ปิ่นปัก สวญ.ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารร้อย.2521 ฉก.ร.25 นำโดย ร.อ.เฉลิมพล เทโหปการ ร่วมกันตรวจสอบบริเวณบ้านเลขที่ 74/74 หมู่ 5 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง หลังจากสืบทราบว่า นายคงศักดิ์ อดุลเดชากุล หรือ เป็ก เป็นหนึ่งกลุ่มขบวนการใหญ่นำพาคนต่างด้าวสัญชาติพม่าไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นใน

 ขณะเดียวกันก็ได้รับแจ้งจากสายว่า นายคงศักดิ์นำคนต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาหลบซ่อนภายในบ้านพัก และเตรียมจะนำคนต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวขึ้นรถกระบะเดินทางไปยัง จ.ภูเก็ต

 “เจ้าหน้าที่ด่าน ตม.ระนอง พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร จึงเข้าไปตรวจสอบ พบนางวิไลลักษณ์ อดุลเดชากุล ภรรยานายคงศักดิ์ อาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ จึงแสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบภายในบ้าน พร้อมกับกระจายกำลังตรวจค้นบริเวณบ้าน พบแรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบซ่อนอยู่ในรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บร 3198 สุราษฎร์ธานี จำนวน 21 คน อัดแน่นอยู่ในกระบะหลัง ซึ่งดัดแปลงติดหลังคากระบะไฟเบอร์ และยังพบแรงงานต่างด้าวอีก 13 คน หลบซ่อนอยู่ในรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ป้ายแดง ทะเบียน ฐ 1937 กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังพบป้ายทะเบียนหมายเลข ฌง 3062 กรุงเทพมหานคร และป้ายแดง หมายเลข ฐ 9732 กรุงเทพมหานคร ซุกซ่อนอยู่ที่ใต้เบาะคนขับ โดยรถกระบะทั้ง 2 คันจอดอยู่ในบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุในลักษณะเตรียมพร้อมจะออกเดินทาง”

 จากการตรวจสอบภายในบ้านที่เกิดเหตุ พบอุปกรณ์เสพยาเสพติด 2 อัน สอบถามนางวิไลลักษณ์ ให้การว่าอุปกรณ์เสพยาเป็นของนายคงศักดิ์ สามี ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่หมู่บ้านปาล์มวิว เลขที่ 751/169 หมู่ 1 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ดังกล่าว พบนายคงศักดิ์อยู่ในบ้าน ตรวจสอบภายในบ้านพบอุปกรณ์เสพยาเสพติด 2 อัน และอาวุธปืนยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสันขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืน 48 นัด เบื้องต้นไม่มีใบอนุญาตมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงควบคุมตัวมาที่บ้านที่เกิดเหตุ

 “จากการสอบสวนผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 ให้การว่า ได้ร่วมกันนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเตรียมจะนำไปส่งที่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต โดยจัดให้แรงงานต่างด้าวแยกเดินทางออกเป็น 2 ชุด ชุดแรก 21 คนขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บร 3198 สุราษฎร์ธานี ส่วนอีก 13 คน แยกขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนป้ายแดง ฐ 1937 เพื่อเตรียมจะเดินทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมตัวไว้”

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 ร่วมกันซ่อนเร้น หรือให้การช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายพ้นจากการถูกจับกุม ส่วนผู้ต้องหาซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่าแจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกการจับกุม ก่อนส่งตัวต่อพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ถูกจับกุมที่ 1 และ 2 มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่ามีพฤติการณ์เสพยาเสพติด จึงส่งตัวไปยัง รพ.ระนอง เพื่อเก็บตัวอย่างปัสสาวะไว้ตรวจสอบหาสารเสพติดตามหนังสือด่าน ตม.ระนองที่ ตช. 0029.72 (10.1)/ 2191 ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่ทราบผลการตรวจสอบ

 ร.อ.เฉลิมพล เทโหปการ ผบ.ร้อย.2521 ฉก.ร.25 กล่าวว่า การกวาดล้างขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวถือเป็นภารกิจหลักของหน่วย ฉก.ร.25 ที่ได้รับการมอบหมายให้เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการที่ จ.ระนอง การจับกุมในวันนี้ถือเป็นผลของการปฏิบัติการร่วมของเจ้าหน้าที่หลายๆ ฝ่าย จนประสบความสำเร็จ สามารถทลายเครือข่ายใหญ่ระดับต้นๆ ของ จ.ระนอง ซึ่งถือเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายหลบหนีเข้าสู่หัวเมืองชั้นในจนเกิดปัญหาต่างๆ ในหลายๆ พื้นที่อยู่ในขณะนี้

 “ส่วนกรณีการยึดสมุดบันทึกที่พบภายในบ้านนายคงศักดิ์ ที่มีการบันทึกรายชื่อเครือข่าย การติดต่อ ตารางการขนส่งแรงงานต่างด้าว รวมถึงรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่นายคงศักดิ์บันทึกว่าได้จ่ายเพื่อเป็นค่าผ่านทาง ซึ่งมีชื่อปรากฏชัดเจนตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ถึงชั้นประทวนนั้น คงจะเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะต้องสืบสวนขยายผลต่อไป”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากหลักฐานที่พบ ซึ่งเป็นสมุดบันทึกนับสิบเล่ม มีปรากฏการนัดหมายเครือข่ายให้มารอรับแรงงานต่างด้าวตามพื้นที่ต่างๆ รวมถึงรายชื่อแรงงานต่างด้าวที่ต้องการเดินทางทั้งไปจากระนอง และเดินทางกลับจากจังหวัดปลายทาง ที่สำคัญการบันทึกรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระบุชัดเจนว่า มีการจ่ายในแต่ละด่าน มีชื่อนายตำรวจชื่อและยศปรากฏอยู่ในสมุดบันทึก จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ด่าน ตม.ระนอง ทราบว่า จะนำหลักฐานที่ยึดได้ทั้งหมดส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อนำไปขยายผลต่อไป

 นางมูโมซา อายุ 25 ปี แรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ถูกจับกุม กล่าวว่า เป็นชาว จ.ทวาย เดินทางลักลอบหนีเข้าเมืองมายังประเทศไทย เพื่อจะไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต โดยมีนายหน้าชาวพม่าที่ จ.เกาะสอง ติดต่อนำพาหลบหนีเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้นายหน้าเป็นเงิน 1 หมื่นบาท และในวันนี้ (27 พ.ค.) ขณะขึ้นมาหลบซ่อนอยู่ในรถกระบะของกลาง เพื่อจะเดินทางไป จ.ภูเก็ต ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมตัว

 แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงใน จ.ระนอง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายคงศักดิ์ อดุลเดชากุล หรือ เป็ก มีพฤติการณ์นำพาคนต่างด้าวสัญชาติพม่าไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นในมานาน และเป็นเครือข่ายใหญ่ลำดับที่ 12 จากจำนวน 15 รายของ จ.ระนอง ที่ถือเป็นเครือข่ายใหญ่ที่ลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าสู่จังหวัดชั้นในกว่า 500 คน ในแต่ละเดือน ซึ่งมีการกระทำความผิดมานานนับสิบปี จนมีฐานะร่ำรวยระดับต้นๆ ของ จ.ระนอง สาเหตุหลักที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมได้คาหนังคาเขา เพราะนายเป็กมีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ในหลายระดับ ทั้งในเขตพื้นที่ จ.ระนอง และจังหวัดอื่นๆ

 “ส่วนกรณีการนำพาแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้าสู่หัวเมืองชั้นในนั้น ขณะนี้กลุ่มขบวนการนำพามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ และวิธีการนำพา โดยจะใช้วิธีการเดินทางในลักษณะๆ สั้นๆ เป็นช่วงๆ แทน จากนั้นจะสลับกับการเดินทางโดยทางเรือเพื่อไปยังพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สามารถหลบหนีการจับกุมได้ในหลายๆ ครั้ง”

 จากเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งกรณีที่มีรายชื่อนายตำรวจระดับสูงถึงชั้นประทวนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าว ได้คำตอบในเบื้องต้นว่า ภาค 8 ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว แต่หากมีหลักฐานปรากฏชัดเจน ทางภาค 8 พร้อมจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดทันที

 รศ.ดร.ณรงค์ เพชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ที่ปัจจุบันมีอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายประมาณ 2 ล้านคน ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ว่า ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ปัญหาไม่จบไม่สิ้น ส่วนลูกจ้างที่ไม่หลบหนีที่ทำถูกต้องทุกอย่างจะทำอย่างไร ทั้งนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนการจดทะเบียนเป็นการให้แรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบประกันสังคม หากแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบประกันสังคมรัฐบาลสามารถทราบได้ว่าแรงงานต่างด้าวแต่ละคนทำงานอยู่กับนายจ้างรายใด และอยู่ส่วนใดของประเทศ 

 ทั้งนี้ การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวนายจ้างจะต้องเป็นผู้นำแรงงานมาจด แต่หากเป็นการนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบประกันสังคมแรงงานต่างด้าวสามารถมาแจ้งความประสงค์ด้วยตัวเองว่า จะอยู่ในระบบของประกันสังคม ซึ่งจะเป็นการจดทะเบียนไปในตัว นอกจากนี้ผู้เกษียณอายุในอนาคตจะมีมากขึ้น สำนักงานประกันสังคม (สปส.) สามารถนำเงินสมทบที่แรงงานต่างด้าวและนายจ้างชำระเข้ากองทุน สปส.ไปให้แก่ผู้ที่เกษียณอายุได้อีกด้วย

 รศ.ดร.ณรงค์ กล่าวว่า การที่สถานประกอบการหลายแห่งบอกว่าขาดแคลนแรงงานต่างด้าว เพราะคนไทยไม่ทำนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะหากนายจ้างมีระบบการจ้างงานที่มีมาตรฐานคนไทยก็สามารถทำงานได้เช่นกัน สำหรับเงินค่าจ้าง หากมีการกำหนดให้แรงงานต่างด้าวและแรงงานไทยมีอัตราที่ใกล้เคียงกัน ก็สามารถทำให้นายจ้างมีการพิจารณาจากฝีมือการทำงาน ซึ่งแรงงานไทยก็จะมีโอกาสในการเข้าทำงานมากกว่า เพราะปัจจุบันอัตราค่าจ้างแรงงานต่างด้าวกับแรงงานไทยต่างกันมาก โดยนายจ้างสามารถกดขี่เอาเปรียบแรงงานต่างด้าวได้อย่างเต็มที่