ข่าว

'รถไฟความเร็วสูง'กม.ละ2.50บาท

'รถไฟความเร็วสูง'กม.ละ2.50บาท

07 ธ.ค. 2555

จีนเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูง กทม.-เชียงใหม่ ความเร็วสูงสุด 300 กม.ต่อชม. งบลงทุน 3 แสนล้านบาท ค่าโดยสารอยู่ที่กม.ละ 2.5 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.

                         7 ธ.ค. 55  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงรถไฟ สาธารณรัฐประชาชนจีน วานนี้ (6 ธ.ค.) ว่า ได้หารือถึงผลการศึกษาเบื้องต้นโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งจีนได้ให้ความช่วยเหลือในการศึกษา โดยพบว่าเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 677 กม. ใช้เงินลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กม.ใช้เงินลงทุนประมาณ 2.98 แสนล้านบาท

                         สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เสนอ 2 แนวทาง คือ 1. ความเร็วรถไฟสูงสุดที่ 300 กม.ต่อชั่วโมง เงินลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท ค่าโดยสารอยู่ที่กม.ละ 2.5 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง และ 2. ความเร็วรถไฟสูงสุดที่ 250 กม.ต่อชั่วโมง เงินลงทุนต่ำกว่าทางเลือกแรก ประมาณ 7-9% หรือประมาณ 2.79-2.73 แสนล้านบาท ค่าโดยสารอยู่ที่กม.ละ 2.1 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที นอกจากนี้ผลการศึกษายัง พบว่าความเร็วที่ 300 กม.ต่อชั่วโมงมีความคุ้มค่ามากกว่า เนื่องจากเก็บค่าโดยสารได้เพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ใช้เงินลงทุนเพิ่มเพียง 9%

                         สำหรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย จะใช้ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม.ต่อชั่วโมง เนื่องจากจะใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าด้วย จึงไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงถึง 300 กม.ต่อชั่วโมง อัตราค่าโดยสารกม.ละประมาณ 2.1-2.5 บาทต่อคน นอกจากนั้น ผู้แทนจีนยังเสนอให้ไทยเตรียมความพร้อมของสถานีบางซื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงด้วย ซึ่งต้องขยายพื้นที่ชานชาลา เนื่องจากที่ออกแบบไว้เดิมมีพื้นที่น้อย

                         ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นโครงการรถไฟความเร็วสูงของจีนเฉลี่ยใช้เงินลงทุนประมาณกม.ละ 460 บาท ขณะที่ผลการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ที่กม.ละ 600 บาท ซึ่งไทยจะต้องนำข้อมูลของทั้ง 2 ประเทศ มาประกอบการกำหนดเงื่อนไขในการประกวดราคา เพื่อให้เป็นมาตรฐานกลาง โดยจีนมีความสนใจเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคายมากที่สุด

                         ส่วนรูปแบบการประกวดราคาจะต้องคัดเลือกระบบรถไฟฟ้าก่อน ซึ่งต้องกำหนดทั้งขนาดรถไฟ ความเร็ว และระบบอาณัติสัญญาณ หลังจากนั้นจึงจะประกวดราคาด้านงานโยธา เพื่อให้งานโยธาออกแบบสอดคล้องกับระบบรถไฟฟ้า ไม่เช่นนั้นจะเป็นการล็อคสเปค ต่างจากการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าที่ผ่านมา ที่จะประกวดราคาคัดเลือกงานโยธาก่อน และเลือกระบบรถไฟฟ้าภายหลัง