
เปิดเกมรุก..ล่าแก๊งค้าสัตว์ป่า
เปิดเกมรุก..ล่าแก๊งค้าสัตว์ป่า : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
"ไทย" ถูกจัดอันดับอยู่ในประเทศต้นๆ ของโลกที่มีปัญหาการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ แม้ว่าที่ผ่านมาหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย แต่ดูเหมือนว่ายังคงไม่ได้ผลสถานการณ์การค้าสัตว์ป่ากลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุด สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) มูลนิธิฟรีแลนด์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และสมัชชารัฐสภาอาเซียน ร่วมกันจัดทำโครงการรณรงค์ต่อต้านการลักลอบค้าและบริโภคสัตว์ป่า โดยได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมีนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พ.อ.วินัย สมพงษ์ ผู้แทนประธานรัฐสภา นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ เข้าร่วม
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าวว่า เร็วๆ นี้ กองบัญชาการสอบสวนกลางจะเปิดเกมรุกในการกวาดล้างเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ โดยได้สั่งการให้ตำรวจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จัดตั้งชุดสืบสวนสอบสวนออกปฏิบัติงานกวาดล้างจับกุมเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติโดยเฉพาะ โดยจะไม่รอรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนเพียงอย่างเดียว ต่อไปนี้ยืนยันว่าใครที่เข้ามาในประเทศไทยเพื่อการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าตำรวจสอบสวนกลางจะกวาดล้างปราบปรามให้หมด โดยจะดำเนินคดีสถานหนักไม่มีการยกเว้น
"ตำรวจเองมีความพยายามในการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายค้าสัตว์ป่าอยู่อย่างต่อเนื่อง ตามแหล่งที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าสัตว์ป่าอย่างเช่นตลาดนัดจตุจักร ปัจจุบันแม้จะยังคงมีปัญหาอยู่ แต่หากเทียบกับก่อนหน้านี้ถือว่าทุเลาลงมาก ทั้งนี้ตำรวจจะเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้ต่อไป โดยตั้งเป้าว่าเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติจะต้องหมดไปโดยเร็ว" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว
ด้านนายดำรงค์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเอาจริงเอาจังกับต่างชาติที่เข้ามาหาผลประโยชน์จากสัตว์ป่า เชื่อว่าหากมีการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามขบวนการค้าสัตว์ป่าจริงๆ สถานการณ์การค้าสัตว์ป่าในไทยน่าจะทุเลาลง ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นต้องโทษหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และรัฐบาลชุดที่ปล่อยให้มีการนิรโทษกรรมผู้ครอบครองสัตว์ป่า โดยเฉพาะในช่วงปี 2546 ที่ทำให้เกิดการครอบครองสัตว์ป่าได้ นอกจากนั้นในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อธุรกิจนั้น ไม่เห็นด้วย ควรให้มีการเพาะได้เฉพาะสัตว์ป่าที่มาจากต่างประเทศ ไม่ใช่สัตว์ป่าบ้านเรา
"ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญในการดูแลสัตว์ป่า ล่าสุดมีกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไปจับกุม พ.ต.ท.คนหนึ่งที่เข้าไปล่าสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่คณะกรรมาธิการในรัฐสภา ซึ่งมีคนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลกลับเรียกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาสอบสวน และให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบเจ้าหน้าที่เสียเอง ซึ่งเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างมาก" นายดำรงค์ กล่าว
ขณะที่ นางคริสตี้ กล่าวว่า การลักลอบค้าสัตว์ป่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยหรือใครเลย การลักลอบค้าสัตว์ป่าเป็นอาชญากรรมสำคัญระดับโลกที่ทุกคนจะต้องช่วยกันแก้ปัญหา การรณรงค์ด้านการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า จะเป็นก้าวแรกในการลดการลักลอบซื้อขายสัตว์ป่าลง จึงอยากให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้บริโภคได้คิดว่าจะยังสนับสนุนบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มาจากการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เลือกใช้บริการโรงแรมรีสอร์ท ที่มีการทารุณสัตว์ป่า เลือกรับประทานหูฉลาม หรือเลือกท่องเที่ยวในประเทศมีการบันทึกสถิติในเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าหรือทารุณกรรมสัตว์หรือไม่
นอกจากการเอาจริงเอาจังของตำรวจปทส.แล้ว การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ยังได้ร่วมกับกรมอุทยานฯ ในการป้องกันการลักลอบนำเข้า-ส่งออก สัตว์ป่า โดยได้จัดสุนัขที่ผ่านการฝึกฝนการตรวจค้นหาสัตว์ป่ามาประจำที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อดมกลิ่มตรวจหาสัตว์ป่าที่อาจมีการลักลอบนำเข้าหรือส่งออกผ่านสนามบิน
"สุนัขดมกลิ่นชุดนี้มี 11 ตัว ซึ่งผ่านการฝึกฝนการค้นหาสัตว์ป่ามาเป็นอย่างดีจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษสุนัข (นปพ.สข.)ของกรมอุทยานฯ ซึ่งจะหมุนเวียนมาปฏิบัติภารกิจค้นหาสัตว์ป่าตามที่ได้รับการประสานจากการท่าอากาศยานฯ โดยจะเน้นสายการบินที่มาจากประเทศที่มีปัญหาการค้าสัตว์ป่ารุนแรงเช่น มาดากัสการ์ หรือคูเวต เป็นต้น" นายพิชัย สายวิเศษ ครูฝึกประจำหน่วย นปพ.สข. กรมอุทยานฯ กล่าว
..............
(หมายเหตุ : เปิดเกมรุก..ล่าแก๊งค้าสัตว์ป่า : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



