
เอาชีวิตไม่รอด
เอาชีวิตไม่รอด : เลียบค่าย โดยช้างพลาย
เหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม "สื่อมวลชน" ถูกควบคุมตัวยังเป็นข้อกังขาว่า "ตำรวจ" บางนายใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายเพราะสาเหตุใด
ข้อเท็จจริงประเด็นนี้ภาพข่าวปรากฏชัดว่า "ช่างภาพ" แต่ละคนแขวนบัตรประจำตัวอีกทั้งสวมปลอกแขนแสดงตน บางคนชูบัตรเพื่อแสดงตนระหว่างถูกกักขังอยู่บนรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหา
1 ใน 3 ของสื่อมวลชนซึ่งตกเป็น "ผู้เสียหาย" เปิดเผยเหตุการณ์อ้างโดยสรุปว่าเห็นตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาเตะปลายคางหนึ่งในผู้ชุมนุมแล้วหันมาเจอช่างภาพจึงเดินเข้ามาล็อกคอกดหัวทั้งที่แสดงตนก่อนถูกควบคุมตัว
หากเป็นเรื่องจริงพฤติกรรมของตำรวจนายนี้ "ลุแก่อำนาจ" หรือไม่
ประเด็นสำคัญ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวทำนองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากความชุลมุนในเหตุการณ์ ไม่ได้เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ !!
เรื่องที่เกิดขึ้นผ่านมาเพียงไม่กี่วัน "บิ๊กอู๋" ปกป้องลูกน้องในฐานะผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ "ข้อเท็จจริง" ยังไม่ได้ข้อสรุป ??
คงไม่สายเกินไปที่จะตั้งข้อสังเกตประเด็นแรกต้องเข้าใจว่าสถานการณ์การชุมนุมแบบนี้ สื่อมวลชนมักแขวนบัตรประจำตัวให้เห็นเด่นชัดสวมปลอกแขนแสดงฝ่ายชัดเจน ประเด็นต่อมาการบันทึกภาพทำข่าวมักอยู่หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความปลอดภัย
อาจมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า พฤติกรรมของตำรวจบางนายกระทำต่อประชาชนที่เดินทางมาแสดงออกทางการเมืองชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ณ จุดใดจุดหนึ่งใกล้เคียงสถานที่ชุมนุม แต่บังเอิญมีสื่อมวลชนอยู่ในเหตุการณ์แล้วเห็น จึงกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
เพราะฉะนั้น "บิ๊กอู๋" ต้องสอบสวนให้ได้ความจริงและให้ความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งคาดเดาจากคำบอกเล่าของบุคคลรอบข้าง แล้วรีบด่วนสรุป
ส่วนเรื่องการหารือแนวทางจัดทำสัญลักษณ์ให้สื่อมวลชนเป็นเรื่องที่ดี หากคิดอีกแง่หนึ่งหารือกันแล้วในอนาคตหากเกิดมีเหตุการณ์ปะทะ หรือสลายการชุมนุม อาจไม่เกิดประโยชน์
เพราะอดีตที่ผ่านมา "ไชยวัฒน์ พุ่มพวง" ช่างภาพอาวุโสของเครือเนชั่น สวมเสื้อเกราะกันกระสุน ป้ายคล้องแขน บัตรประจำตัว สะพายกล้องภาพนิ่ง บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นสื่อมวลชน ยังถูกยิงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด !!



