
'นายกฯ'น้อมนำพระราชดำรัสไปปฏิบัติ
'นายกฯ' พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงไปปฏิบัติงาน ระบุ 5 ธันวาฯ เป็นวันแห่งความสุขของคนไทยอย่างแท้จริง
6 ธ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 5 ธันวาฯ มาใส่เกล้าใส่กระหม่อม นอกจากนี้คงจะนำกระแสพระราชดำรัสนั้นไปให้กับคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติและทำงาน โดยอยากเห็นคนไทยในการน้อมรับกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 ธันวาคมนั้น ถือเป็นวันและเป็นสัปดาห์แห่งความสุขของคนไทยโดยแท้ เป็นวันที่ทุกคนมารวมกันถวายความจงรักภักดี ภาพนี้เป็นภาพที่เป็นพลังสำคัญของพวกเราในการที่จะรวมกันทำงาน ให้ประเทศชาติสามารถขับเคลื่อนไปได้ ให้มีแต่ความสุขกลับคืนมาสู่สังคม
'นายกฯ' นั่งหัวโต๊ะถก กตช.
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นอกจากนี้ยังมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมประชุมด้วย
โดย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมมีการเสนอในเรื่องเดียว คือการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ กตช.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านกฎหมาย 2.งบประมาณ 3.การพัฒนาองค์กร และ 4.การวางแผนบริหารจัดการ แทนคณะเดิมที่หมดอายุไปแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกตช.เห็นชอบแต่งตั้ง นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านกฎหมาย นางเบญจา หลุยเจริญ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านงบประมาณ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านพัฒนาองค์กร พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวางแผนหรือบริหารจัดการ ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไปก็จะนำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ เพื่อประกาศราชกิจจานุเบกษาต่อไป
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนเรื่องอื่นๆที่นายกรัฐมนตรีได้ฝากในที่ประชุมนั้น คือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความปลอดภัยในการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการดูแลความปลอดภัยในการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างผ่านไปเรียบร้อยดี ทั้งนี้นายกฯได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆด้วย
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังให้มีการเตรียมการในเรื่องของผลการประชุม กตช. ที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วให้ ผบ.ตร. เลขา กตช.ไปรวบรวมว่าข้อสั่งการต่างๆ ที่ กตช.ได้มอบหมายไปดำเนินการให้ลุล่วง นำเสนอสู่การประชุมครั้งต่อไป อย่างเช่นเรื่องของการพัฒนากำลังพลของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งด้านวิชาการและปฏิบัติการควบคู่กันไป รวมไปถึงการอนุมัติจัดกำลังตำรวจลงไปดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้นายกฯได้เป็นห่วง และได้สั่งการดำเนินการให้ครบถ้วน
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในที่ประชุม นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการอบรมบุคคลภายนอกที่เคยเป็นทหารกองหนุน รวมทั้งเคยรับราชการในกองบัญชาการ หรือเคยเป็นอาสาสมัครทหารพราน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน เข้ามาเป็นตำรวจชั้นประทวนเป็นกรณีพิเศษเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเคยได้อนุมัติไปแล้ว ทั้งนี้การฝึกอบรมชุดนี้ จะแล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน 2556 ก็จะลงไปทำงานได้ ซึ่งในขณะนี้การอบรมนั้นผ่านไปได้ด้วยดี
'นายกฯ'เดินตรวจความพร้อมสถานที่จัดงานสันนิบาต
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมด้วย ร่วมด้วย น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.ธวัชบุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ตรวจตราความพร้อมบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดงานงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.)
โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินตรวโดยรอบพร้อมได้สอบถามความพร้อมจากเจ้าหน้าที่เรื่องในเรื่องของเวที แสง สี เสียง พร้อมทั้งทางเดินของแขกที่มาร่วมงาน โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม จากนั้นได้เดินต่อมาที่ตึกสันติไมตรี ซึ่งในขณะนั้นบรรดาคณะนักเรียนนักศึกษาจากวงดุริยางค์ออเคสต้า วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้เป็นพี่พักผ่อนและเตรียมความพร้อม ก่อนจะมีการซักซ้อมการแสดงในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.) โดยนายกรัฐมนตรี ได้พูดคุย ทักทาย และให้กำลังใจกับบบรดานักดนตรีที่มาซ้อมอย่างเป็นกันเอง
'ยิ่งลักษณ์' มอบ 'สุรนันทน์' นั่งหัวโต๊ะถกแนวทางดับไฟใต้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มอบหมายให้นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทนเนื่องจากติดภารกิจประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) โดยมีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก ,พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นายปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รองเลขาฯ ศอ.บต.) และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตัวแทนจากสำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นรูปธรรมก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า
โดยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า การหารือในครั้งนี้เป็นการตกลงกันเพื่อเดินงานในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขั้นต้นจะทำความเข้าใจถึงความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ในโครงสร้างของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(กปต.) จากนั้นอีกระยะหนึ่ง กอ.รมน. , สมช. และศอ.บต. จะต้องมาหารือกันอีกครั้งในการลงรายละเอียด ของแต่ละโครงการว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าใด
เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขณะนี้ ทางกอ.รมน.ได้มีการเน้นย้ำกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้บูรณาการร่วมกับส่วนงานต่างๆ ซึ่งนายกฯในฐานะผอ.รมน. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผอ.รมน.ได้พยายามจะแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ รวมทั้งเรื่องการปรับแผนต่างๆก็เน้นย้ำกันไปแล้ว ส่วนกรณีที่มีการจะขอปิดโรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มนั้นก็พยายามจะปรับแผนในส่วนที่เกิดขึ้นที่ยังมีช่องว่างอยู่ โดยกอ.รมน.จะพยายามดูแลให้ดีที่สุด
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางราชการที่เกี่ยวข้องก็กังวลทั้งหมด เพราะแต่ละครั้งที่เกิดความไม่เรียบร้อยเราก็เสียใจ แต่คงจะต้องพยายามแก้ไขต่อไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สำคัญว่าปัญหาทุกอย่างจะต้องเป็นการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งส่วนราชการต่างๆก็เข้าใจกันดีแล้ว โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการเองก็จะร่วมกับทางทหารในการทำความเข้าใจกับครูในพื้นที่ว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ที่จะทำให้เกิดความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าแผนของเจ้าหน้าที่จะออกมาดีอย่างไร การที่จะให้แผนประสบความสำเร็จผลนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ออกแผนและผู้ปฏิบัติถึงจะได้ผล ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อมีความเข้าใจและมีการปรับแผนกันแล้วจะส่งผลที่ดีขึ้นต่อไป” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแผนเบื้องต้นเฉพาะหน้าจะสร้างความมั่นใจให้กับครูได้อย่างไร เพราะขณะนี้ยังไม่มีการเปิดการเรียนการสอน เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกันต่อไป เพราะเรื่องทั้งหมดนี้มีการวางรายละเอียดไว้แล้ว และในพื้นที่ก็มีการคุยกันแล้วว่าช่วงเวลาใดที่เราจะต้องดูแลกัน และพยายามดูแลให้มีความปลอดภัยกันตลอดเวลา เพราะบางช่วงเป็นช่วงนอกเวลา การจะเดินทางไปไหนก็ต้องประสานกัน เพื่อที่จะดูแลกันได้โดยทั่วถึง
ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ย้ายครูที่เป็นไทยพุทธออกจากพื้นที่นั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กอ.รมน.ก็มีความเป็นห่วง แต่ก็พยายามให้ครูไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธหรือไทยมุสลิมทำงานร่วมกันในพื้นที่ได้ ส่วนเรื่องการนำครูไทยพุทธออกจากพื้นที่ก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะผืนแผ่นดินก็เป็นแผ่นดินไทยอยู่แล้ว ศาสนาใดก็ต้องอยู่ร่วมกัน
ขณะที่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อบูรณาการแผนด้านความมั่นคงกับงานพัฒนา เพื่อให้เกิดความชัดเจน นายกฯต้องการให้มีความสอดคล้องและเป็นรูปธรรม สามารถตอบโจทย์กับประชาชนในพื้นที่ได้ว่าจะขับเคลื่อนลักษณะอย่างไร มีไทม์ไลน์อย่างชัดเจน ซึ่งได้ข้อยุติใกล้สมบูรณ์แล้ว จากนั้นจะนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ในวันที่ 12 ธ.ค. โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน
เลขาฯสมช. กล่าวว่า จะมีการตกผลึกแผนงาน และอนุมัติศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.)อย่างชัดเจน หลังจากอนุมัติในหลักการไว้แล้ว จะนำไปขยายผลการทำงาน และประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 ธ.ค.เพื่อนำข้อสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 25 ธ.ค.เพื่อเป็นแผนปฏิบัติการตั้งแต่ต้นปีใหม่ถึงเดือนก.ย.2556
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า แผนดังกล่าวประกอบด้วย 5 กลุ่มงานหลัก คือ 1.ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2.ด้านการพัฒนา 3.ด้านการอำนวยการยุติธรรม 4.ด้านการสร้างสภาพแวดล้อม และ 5.ด้านการสร้างความเข้าใจ ส่วนการแก้ไขเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเป็นรายวันนั้น เป็นกลุ่มงานด้านการรักษาความปลอดภัย ชีวิต ทรัพย์สิน ที่มี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เป็นประธาน
เลขาฯ สมช. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยครูว่า มีความเข้มข้นปกติอยู่แล้ว แต่มีปัญหาการสื่อสารระหว่างครูกับหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงได้ย้ำเตือนกับครูว่าหากจะเดินทางไหน ต้องมีการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงให้ชัดเจน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ ทั้งนี้ที่มีการทำร้ายครูก็เป็นนัยยะพื้นฐานเพราะเป็นการต่อสู้ทางความคิด จึงตกเป็นเป้าหมาย แต่เป้าหมายหลักคือทหารตำรวจ อย่างไรก็ตาม มาตรการดูแลความปลอดภัยสำหรับครูเพียงพอแล้ว แต่การสื่อสารต้องเข้มข้นมากขึ้น
“การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีนั้น นายกฯ ได้ยืนยันที่จะลงพื้นที่ก่อนปีใหม่แน่นอน โดยกำหนดการเดิมจะลงพื้นที่ในสัปดาห์หน้าแต่แผนงานยังไม่ชัดเจน จึงจะรอประชุมวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ก็จะมีความชัดเจนว่านายกฯจะลงพื้นที่เมื่อไหร่” เลขาฯ สมช. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการถูกจัดอันดับ 8 ในการก่อการร้าย ซึ่งปัญหาภาคใต้ก็เป็นส่วนสำคัญ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นสถิติก็ยอมรับว่ามีผลต่อภาพลักษณ์ประเทศในระดับหนึ่ง แต่ความรุนแรงไม่ถึงดีกรีแบบประเทศอื่นที่เกิดปัญหาก่อการร้าย กระทรวงต่างประเทศที่รับผิดชอบเรื่องนี้ คงมีการทำความเข้าใจกับองค์กรที่มีการแถลงข่าวแล้ว



