ข่าว

ยิงสนั่น!สกัดแก๊งค้ายากลางเยาวราช

ยิงสนั่น!สกัดแก๊งค้ายากลางเยาวราช

06 ธ.ค. 2555

ยิงสนั่น! สกัดแก๊งค้ายาเสพติดกลางเยาวราช ผู้ต้องหาถูกยิงบาดเจ็บ ได้ของกลางยาไอซ์ 1 กรัม

                          6 ธ.ค.55 พ.ต.ท.ฉัฐภูมิ ทะละวงศ์ พงส.ผนพ. สน.พลับพลาไชย 2 รับแจ้งเหตุตำรวจสายตรวจยิงสกัดจับคนร้ายได้รับบาดเจ็บ บนถนนเยาวราช ปากซอยผดุงด้าว แขวงและเขตสัมพันธ์วงศ์ กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

                          ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านทองห้างสุพรรณเยาวราช พบรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบเลขทะเบียน ชนรถเข็นขายผลไม้ และรถเบนซ์ รุ่น อี300 สีดำ หมายเลขทะเบียน สม 549 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย สภาพรถกระบะด้านหน้าพังยับเยิน กระจกประตูข้างด้านหน้าฝั่งซ้าย พบรอยกระสุนปืน 1 นัด กระจกแคปหลังคนขับมีรอยกระสุนอีก 1 รู และด้านท้ายกระบะหลังมุมขวา 1 นัด ภายในพบผู้ต้องหาเป็นผู้ขับรถได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือนายเกรียงไกร ชาวเมืองโขง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ต.ดอนตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ถูกยิงที่แขนซ้าย 1 แผล เจ้าหน้าที่นำส่งรพ.ตำรวจ ตรวจค้นภายในรถกระบะพบยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้างสีแดง

                          พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า จากการสอบถาม ด.ต.มนู มั่นฤกษ์ ผบ.หมู่ ป.สน.พลับพลาไชย 1 เจ้าหน้าที่สายตรวจ ให้การว่าขณะเกิดเหตุได้ขับขี่รถจยย.ปฎิบัติหน้าที่อยู่กับ ด.ต.ไฉน บัวจำรัส บนถนนเจริญกรุง ปากซอยอิสรานุภาพ แขวงและเขตสัมพันธ์วงศ์ พบรถกระบะคันดังกล่าว ขับผ่านมาโดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจึงขอเรียกตรวจ แต่คนร้ายพยายามเร่งเครื่องหลบหนีและพุ่งชนทำให้รถเจ้าหน้าที่ล้มลงเป็นเหตุให้ ด.ต.ไฉน ได้รับบาดเจ็บที่ขา ขณะนี้ได้นำตัวส่ง รพ.กลาง

                          จากนั้นคนร้ายขับหลบหนี ด.ต.มนู จึงเรียกจยย.รับจ้าง กวดไล่ตามไป ระหว่างทางคนร้ายขับชนรถประชาชนบนถนนเจริญกรุงเสียหายกว่า 10 คัน ก่อนหักรถเลี้ยวเข้าถนนผดุงด้าว จนมาถึงที่เกิดเหตุ ด.ต.มนู จึงตัดสินใจใช้ปืนยิงสกัดใส่ 3 นัด กระทั่งรถคนร้ายเสียหลักพุ่งชนรถขายผลไม้และรถเบนซ์ ท่ามกลางสายตาประชาชนจำนวนมาก โชคดีไม่มีใครถูกลูกหลง เบื้องต้นได้สั่งการพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำคนร้ายที่ รพ.ตำรวจ ก่อนที่จะแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป